Marta หญิงข้ามเพศชาวมองโกเลียกับการเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

“คือเราเป็นผู้ลี้ภัยจากประเทศมองโกเลียมาอยู่ในไทยได้ปีนึงแล้ว ที่ต้องหนีมาเพราะว่าที่นั่นเราอยู่แล้วโดนทำร้ายร่างกายเพราะคนมองโกเลียเขาไม่ค่อยชอบที่เราเป็นหญิงข้ามเพศ”

“เราว่าคนมองโกเลียส่วนใหญ่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า ‘ทรานส์เจนเดอร์’ คืออะไร ช่วงเราเป็นเด็กๆ ก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นคนข้ามเพศ รู้แค่ว่าเราต่างออกไปจากเด็กผู้ชายคนอื่น พอเข้ามหาลัยเราก็เริ่มไว้ผมยาว ทาเล็บบ้างบางครั้ง ถึงจะยังแต่งตัวแบบผู้ชายอยู่ แล้วคนเขาก็มาบอกว่า ‘นี่มันผิดปกติ’ ‘เราแก้ไขเพศของเธอให้ได้นะ’ บวกกับตอนนั้นมีปัญหาเรื่องการเงินด้วยสุดท้ายเลยต้องลาออก”
 
“ตอนนั้นก็หางานยาก ไม่มีใครอยากจะจ้างเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของเราไม่ตรงกับเพศบนบัตรประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่คนข้ามเพศทุกคนที่อยู่ที่นั่นต้องเจอ แต่สุดท้ายเราก็ได้ไปทำงานเป็นผู้จัดการโครงการของ NGO แห่งหนึ่งที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV แล้วก็รับแปลเอกสารภาษาอังกฤษ – มองโกเลียไปด้วย”
 
“คืออยู่ที่นั่นเราก็โดนทำร้ายมาตลอด ทั้งจากเพื่อนบ้านหรือแม้แต่คนในครอบครัวเราเอง มีครั้งหนึ่งพี่ชายแท้ๆ ของเราก็มาทุบตีจนตัวเราฟกช้ำและสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก โดยที่คนอื่นในบ้านก็ไม่มีใครอยู่ข้างเราเลย แล้วพอไปแจ้งตำรวจ เขาก็แค่รับเรื่องไว้ หรือตำรวจเองก็เคยรวมตัวกัน 5 คน แล้วมาจับเราไปทรมาน… พอเราร้องเรียนไป ก็มีข้อความทางมือถือขู่ว่าเขาจะมาฆ่าเรา คือเราพยายามร้องเรียนตลอดแม้จะไปถึงชั้นศาลแล้วก็ยังไม่มีคดีไหนที่เราได้รับความเป็นธรรมเลย”
 
“คือมองโกเลียที่จริงมีกฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติทางเพศ แต่มันยังใหม่มาก (ออกมาเมื่อปี 2017) ซึ่งเราไม่เคยเห็นเลยว่ามีการบังคับใช้อย่างจริงจัง อีกทั้งคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจความหลากหลายทางเพศ จนวันหนึ่งเราเลยยอมรับความจริงว่าประเทศนี้มันไม่ปลอดภัยสำหรับคนข้ามเพศและรัฐบาลมองโกเลียไม่สามารถปกป้องเราได้ เราเลยหายืมเงินมาบางส่วนและตัดสินใจทำเรื่องขอลี้ภัยเพื่อหนีออกมา”
 
“เราถูกส่งไปที่ประเทศจีนก่อน แต่เจ้าหน้าที่ที่นั่นหยาบคายมากๆ และไม่ให้เราขึ้นทะเบียนผู้ลี้ภัยด้วยซ้ำ เราเลยต้องกลับไปรอที่มองโกเลียอีกครั้งถึง 5 เดือน แล้วค่อยได้ย้ายมาอยู่ไทย เรารู้สึกโล่งใจและปลอดภัยขึ้นมากพอมาถึงที่นี่”
 
“ชีวิตเรายังโชคดีที่เจ้าหน้าที่องค์กรเพื่อผู้ลี้ภัยในไทยให้ความช่วยเหลือดีมากๆ ทั้งจัดหาที่อยู่อาศัย สนับสนุนค่าเดินทางกับค่าอาหาร และมีคอร์สเรียนภาษาให้ด้วย ทำให้เรามีกิจวัตรประจำวันคือการออกไปเรียน และกลับมาทำการบ้านที่ห้อง ซึ่งเราแฮปปี้นะ แต่ก็เจอปัญหาเดิมคือไม่มีใครอยากจ้างงาน เพราะเราเป็นผู้ลี้ภัยและไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนตามกฎหมาย”
 
“2 เดือนที่ผ่านมา เราถูกล่วงละเมิดทางเพศไป 4 ครั้งจากผู้ชายที่อยู่ในตึกเดียวกัน แล้วหนึ่งในนั้นก็เป็นเจ้าของห้องที่เราเช่าอยู่ คนพวกนี้ยังมาวอแวอยู่เรื่อยๆ ชอบมาทักว่า ‘โสดหรือเปล่า’ ‘อยู่คนเดียวหรอ’ ซึ่งเราไม่อยากได้ความสนใจแบบนี้ เราแค่อยากใช้ชีวิตของเรา ไม่เข้าใจเลยว่าเขาทำอย่างงี้ไปทำไม… เดี๋ยวนี้พอมืดเราก็จะล็อกกลอนหลายๆ ชั้นแล้วก็ไม่ออกไปไหน มีคืนนึงเรานอนร้องไห้อยู่ 2 ชั่วโมง พอนึกถึงเรื่องเลวร้ายพวกนี้ แล้วมันก็เหงามากๆ ที่ไม่มีเพื่อนสักคนให้ได้ระบายด้วย”
 
“ตอนนี้เราคิดแค่ว่าอยากจะย้ายไปตั้งรกรากใหม่ที่ประเทศที่ 3 ให้เร็วที่สุด (ประเทศที่ 3 ที่มักจะให้สิทธิผู้ลี้ภัยได้เปลี่ยนสัญชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย) เราไม่อยากต้องติดแหง็กเป็นคนผิดกฎหมายอยู่ที่กรุงเทพแบบนี้อีกแล้ว”
 
“เราอยากจะได้มีชีวิตเป็นของตัวเอง หนึ่งในความฝันของเราคือได้เป็นนักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้ เพราะเราอยากจะช่วยเหลือเด็กๆ ที่เป็นคนข้ามเพศเหมือนกัน ไม่ให้พวกเขารู้สึกสับสน โดดเดี่ยว และต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเหมือนกับที่เราเคยเจอ อีกอย่างนึงคือเราอยากเห็นคือทะเล เราไม่เคยเห็นชายหาดมาก่อนเลย มากสุดในมองโกเลียก็มีแค่ลำธารเล็กๆ สักวันหนึ่งถ้ามีโอกาส เราก็อยากจะเรียนว่ายน้ำ ไปทะเล ได้นั่งดื่มน้ำมะพร้าวริมชายหาด มันเป็นอีกหนึ่งความฝันเล็กๆ ของเรา”

#Human #Marta
#Refugee #Mongolia
#WeAreHumanDoesntMatterWhereWeCameFrom
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
ชญานิน โล่ห์สถาพรพิพิธ
ชญานิน โล่ห์สถาพรพิพิธ
นักเรียนวารสารสนเทศที่อยากเห็นการพูดคุยเกี่ยวกับเพศเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย คิดว่าความหลายหลายของมนุษย์เป็นสิ่งที่สวยงาม และชอบไปรับพลังงานชีวิตที่คอนเสิร์ต