นิยายยูริที่ไม่ยูริ? กับโลกยูริที่ไม่มีผู้ชายและไบเซ็กชวล

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสนิยายวายถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง มีการนำนิยายวายที่ได้รับความนิยมไปทำเป็นซีรี่ส์ดังๆมากมาย อย่างเรื่องล่าสุด “เพราะเราคู่กัน” หรือที่คนเรียกกันติดปากทั่วไปว่า คั่นกู ซี่รี่ส์วายที่นำมาจากนิยายวายในชื่อเดียวกัน ของ Jittirain ส่งผลให้ผู้รับบทตัวละครชายรักชายในซี่รี่ส์ทั้งสองคน ไบรท์และวิน ดังเป็นพลุแตก
แต่หากเราย้อนกลับไปดูกระแสนิยายยูริในไทย แม้ว่าจะมีการอ่านและเขียนนิยายยูริกันมาหลายสิบปีแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มีนิยายยูริที่ถูกนำไปสร้างเป็นซี่รี่ส์ละครจนเป็นที่นิยมขนาดนิยายวาย จะมีตัวละครหญิงรักหญิงโผล่มาบ้างก็เป็นแค่เรื่องรอง เช่น คู่ ก้อยกับดาวในซีรี่ส์ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น หรือล่าสุด คู่ เติ้ลกับปองใน มิริซีรี่ส์ คอนโด บาริสต้า สถาปนิก

แล้วนิยายยูริอยู่ตรงไหนของสังคมไทย?

ต้องเท้าความก่อนว่า สังคมไทยรู้จักคำว่า ยูริ มาจากการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งคนอ่านและเขียนการ์ตูนยูริส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นยุคแรกๆจะเป็นผู้ชาย แต่หลังจากได้รับความนิยมมากขึ้น ฐานผู้อ่านก็กระจายไปที่กลุ่มหญิงรักหญิง และถ้าดูบริบทของสังคมไทย นิยายยูริ มักจะได้รับความนิยมกันในกลุ่มหญิงรักหญิงมากกว่า แต่ก็มีกลุ่มคนอ่านไม่น้อยที่ไม่ใช่หญิงรักหญิง ในขณะที่กลุ่มคนอ่านนิยายวาย ก็เกิดมาจากกลุ่มผู้หญิงที่ชื่นชอบการจิ้น หรือวัฒนธรรมคู่จิ้นศิลปินนักร้องดาราผู้ชายที่ชอบ ดังนั้นนิยายวาย จึงมีที่มาจากแฟนฟิค (นิยายที่สร้างตัวละครมาจากบุคคลที่มีชีวิตจริง) ค่อนข้างมาก นิยายวายที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย จึงไม่ได้เกิดมาจากกลุ่มชายรักชาย แต่นิยายวายจำนวนมากเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้หญิงที่หลงใหลในการจินตนาการถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชาย นิยายวายที่เขียนโดยผู้ชายหรือกลุ่มชายรักชาย กลับไม่ได้รับความนิยมเท่ากับนิยายวายที่เขียนโดยนักเขียนหญิง
ในขณะที่สังคมไทย คนเขียนนิยายยูริ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเป็นกลุ่มหญิงรักหญิง นิยายยูริจึงมักจะถูกเผยแพร่อยู่ในกลุ่มเล็กๆ ไม่ได้มีความนิยมไปทั่วทุกกลุ่มแบบนิยายวาย ที่ผู้หญิงก็อ่านได้ กลุ่มชายรักชายก็อ่านดี ดังนั้นถ้าเทียบกับความป๊อบปูล่าแล้ว นิยายวายได้รับความนิยมมากกว่านิยายยูริเป็นอย่างมาก

ความขัดแย้งทางความคิดของบรรดาแฟนๆ ในกลุ่มนิยายวาย

เนื่องจากนิยายวาย มีเนื้อหาที่พูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครผู้ชายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรักหรือเซ็กส์ แต่ปัญหาที่เป็นข้อถกเถียงในวงการนิยายวายในปัจจุบัน คือการถกเถียงกันว่า นิยายวายคือนิยายของเกย์หรือไม่ นิยายวายควรจะเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนสิทธิของกล่ม LGBT หรือไม่ เพราะหลายครั้งที่บรรดานักอ่าน ออกตัวว่านิยายวายไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องสิทธิของกลุ่มเกย์ หรือแม้แต่คาแรคเตอร์ของตัวละครที่พยายามบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องของเกย์รักกัน แต่เป็นคนสองคนรักกัน ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า คนเสพนิยายวายไม่เข้าใจเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศ และจำเป็นหรือไม่ที่คนอ่านนิยายวายจะต้องเข้าใจ
ดังนั้นถ้าหากนิยายวายมีปัญหาเรื่องดราม่าจากเนื้อหาหรือตอนจบของเรื่อง กรณีนิยายยูริก็มีความขัดแย้งของแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิงเช่นเดียวกัน

ข้อถกเถียงของนิยายยูริในเรื่องกีรติรัก

เมื่อเร็วๆนี้มีนิยายยูริชื่อว่า กีรติรัก เขียนโดย Whenthesky Loved  ถูกยกขึ้นมาถกเถียงในกลุ่มผู้อ่านนิยายยูริกันอย่างเผ็ดร้อน เนื่องจากตอนจบของนิยายยูริเรื่องดังกล่าว เลือกที่จะให้ตัวละครไปแต่งงานหรือลงเอยกับผู้ชาย ซึ่งถ้าดูเผินๆ พล็อตของนิยายแบบนี้ก็ดูจะไม่แปลกประหลาดอะไร เพราะเคยมีนิยายทำนองนี้เกิดขึ้นมาแล้วในวงการวรรณกรรม แต่ที่เกิดเป็นปัญหาถกเถียงกันขึ้นมา คือคำจำกัดความของ “นิยายยูริ”
 เพราะนักอ่านหลายคน มีความคาดหวังว่านิยายยูริจะต้องเป็นเรื่องของตัวละครหญิงที่มีความรักความสัมพันธ์ต่อกัน แม้ว่าตอนจบจะไม่ได้คบกันหรือเลิกรา การทำให้ตอนจบของนิยายยูริ ตัวละครหญิงไปรักกับตัวละครชาย จึงไม่ถือว่าเป็นนิยายยูริตามแบบฉบับที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ในเนื้อหายังมีรายละเอียดของความสัมพันธ์ระหว่างหญิงและชายค่อนข้างเยอะ  จึงทำให้ผู้อ่านแสดงความเห็นและถกเถียงกันอย่างดุเดือดในหลากหลายประเด็น อาทิ เช่น
นิยายเรื่องนี้ใส่ฉากความรักของชายกับหญิงมากเกินไป
นักอ่านบางคนตั้งข้อสังเกตว่า กว่า 80% ในเรื่อง เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครหญิงรักกับตัวละครชายมากกว่าจะเป็นฉากรักของตัวละครหญิงกับหญิง การใส่บทรักระหว่างหญิงชายมาในนิยายหญิงรักหญิง แต่ไม่มีบทรักของหญิงรักหญิงเลย ดังนั้น จึงเกิดคำถามว่า นิยายเรื่องนี้มีความเป็นหญิงรักหญิงแค่ไหนหากมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับชายและหญิงเยอะกว่าหญิงกับหญิงมากถึงขนาดนี้ และบางความเห็นก็ว่า นิยายเรื่องนี้จะเรียกว่าหญิงรักหญิงก็เรียกได้ไม่เต็มปาก
ตัวละครในเรื่องเป็นไบเซ็กชวลมากกว่าที่จะเป็นหญิงรักหญิง
มีนักอ่านตั้งข้อสังเกตว่า ตัวละครหญิงในเรื่องที่สุดท้ายไปแต่งงานกับผู้ชาย จริงๆแล้วอาจจะไม่ได้เป็นหญิงรักหญิงเสียด้วยซ้ำ แต่อาจมีความรู้สึกรักชอบกับผู้ชายได้มากกว่ารักผู้หญิง การที่ตัวละครหญิงไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง อาจเป็นแค่ภาวะของการสับสนทางความรู้สึก แต่ไม่ได้มีรสนิยมชอบผู้หญิงมากถึงขั้นที่จะเรียกว่าหญิงรักหญิงได้
นิยายเรื่องนี้ผลิตซ้ำชีวิตที่ยากลำบากของหญิงรักหญิงและสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยการไปรักกับผู้ชาย
 นักอ่านคนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า นี่เป็นนิยายอีกเรื่องที่ผลิตซ้ำชีวิตที่ไม่สมหวังของหญิงรักหญิง ความยากลำบากในการเป็นหญิงรักหญิง และที่แย่ที่สุดคือการไปแก้ปัญหาด้วยการรักกับผู้ชาย เพราะการมารักกับผู้หญิงคงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งการสร้างนิยายออกมาในรูปแบบนี้ ก็เหมือนนิยายหรือภาพยนตร์อีกมากมายที่มักทำให้ชีวิตของหญิงรักหญิงเต็มไปด้วยอุปสรรคทางความรักและในตอนจบก็เขียนให้ตัวละครไปรักกับผู้ชาย แต่งงานมีลูก และหลุดพ้นไปจากปัญหาของการเป็นหญิงรักหญิง
คนที่เป็น LGBT จริงๆมาอ่านจะรู้สึกอย่างไร
ผู้อ่านอีกคนตั้งข้อสังเกตว่า การสร้างตัวละครหญิงให้ลงเอยกับผู้ชาย เพราะความรักของหญิงรักหญิงเป็นไปไม่ได้ หากมีคนที่เป็น LGBT มาอ่าน อาจรู้สึกไม่ดี เพราะมันยิ่งไปตอกย้ำว่าความรักของหญิงรักหญิงไม่มีทางสมหวัง และผู้ชายคือทางออกสุดท้ายของชีวิตแบบหญิงรักหญิง
เหมือนโดยหลอกให้อ่านเพราะแท็กของนิยายยูริ
มีนักอ่านจำนวนมากแสดงความเห็นว่า ที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ ก็เพราะว่าแท็กที่เจ้าของนิยายเขียนเอาไว้ว่าเป็นเรื่องยูริ แต่เมื่อมาอ่านแล้วกลับพบว่ามีบทบรรยายเรื่องของหญิงชายแบบรักต่างเพศหรืออาจเรียกได้ว่าตัวละครหญิงมีวิถีทางเพศแบบรักได้ทั้งสองเพศ ไม่ใช่หญิงรักหญิงหรือยูริในแบบที่นักอ่านเข้าใจกัน ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกผิดหวังหรือโดนหลอกด้วยการติดแท็กยูริ
แม้ว่าจะมีนักอ่านจำนวนมากตั้งคำถามและวิจารณ์นิยายเรื่องนี้ว่าไม่ใช่นิยายยูริ  แต่คนที่สนับสนุนนิยายเรื่องนี้ก็มีอยู่จำนวนมากเช่นกัน ข้อโต้แย้งจากคนที่สนับสนุนเรื่องนี้ เช่น
ตัวละครมีเหตุผลในการกระทำต่างๆ เพราะสังคมในสมัยนั้นไม่ได้ยอมรับความรักของหญิงรักหญิงอยู่แล้ว  การตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชาย ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ไม่ได้เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงแต่อย่างใด
บางคนก็แย้งว่า มาอ่านเนื้อหาและสนุกไปกับเรื่องราวของตัวละครก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเชื่อมโยงกับเรื่องสิทธิของ LGBT ในชีวิตจริง
บ้างก็ว่าผู้เขียน เขียนได้อย่างซาบซึ้งใจและทำให้ผู้อ่านอินไปกับความยากลำบากของตัวละครที่จะใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการไม่ได้ และลงเอยต้องจำใจแต่งงานกับผู้ชาย ซึ่งก็เหมือนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหญิงรักหญิงหลายคน
ความเห็นส่วนมากของนักอ่านที่สนับสนุน มุ่งไปที่เรื่องราวของความซาบซึ้ง ความไม่สมหวัง การเอาใจช่วยตัวละคร มากกว่าจะวิเคราะห์เชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคมที่เกิดขึ้นจริงหรือสิทธิของกลุ่ม LGBT ในชีวิตจริงๆ

แล้วเจ้าของนิยายเรื่องนี้มีปฏิกิริยาอย่างไร?

หลังจากได้รับการวิจารณ์จากผู้อ่านถึงเนื้อหากรณีว่านิยายเรื่องนี้ไม่สมควรจัดอยู่ในแท็กยูริหรือนิยายรักหญิงหญิง ผู้แต่งนิยายได้ออกมาเขียนขอโทษที่ทำให้นักอ่านผิดหวัง และได้ทำการ ลบแท็ก Girl love/ Yuri / Seulrene ออก แต่คงไว้ในหมวดหมู่เดิมคือ นิยาย GirlLove Yuri และมีการติดประกาศเตือนว่าเนื้อหาในนิยายมีเรื่องเพศวิถีแบบรักสองเพศด้วย
นอกจากนี้ยังมีการพยายามอธิบายว่าทำไมตัวละครจึงเลือกที่จะไปแต่งงานกับผู้ชาย และในท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจนั้นได้ส่งผลต่อรุ่นลูกหลานของตัวละครในเรื่องอย่างไร โดยประเด็นที่เจ้าของนิยายได้อธิบายไว้ในตอนจบของนิยาย เช่น
ต้องการแสดงให้เห็นว่าความรักของหญิงรักหญิงในสังคมยุคก่อนมีความยากลำบากอย่างไร เพราะกรอบระเบียบที่เคร่งครัดจึงทำให้ตัวละครต้องทำตามกรอบต่อไปด้วยการแต่งงานมีลูก
หรือ ที่ตัวละครต้องมีลูกก็เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงไม่อาจเกิดขึ้นได้ชั่วรุ่นอายุเดียว จึงเลือกที่จะให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในตัวละครรุ่นหลาน ซึ่งก็คือเกรซ ที่สามารถบอกใครๆได้อย่างภูมิใจว่ามีความรักกับผู้หญิง ในขณะที่รุ่นย่า ซึ่งก็คือกีรติ ไม่สามารถจะทำตามใจปรารถนาได้
อย่างไรก็ดี เจ้าของนิยายได้ระบุว่าในประเด็นอื่นที่มีผู้อ่านตั้งข้อสังเกตเอาไว้ประปราย อาจเป็นนักอ่านเองที่อ่านไม่ละเอียดพอ แต่จะไม่ขอให้กลับไปอ่านซ้ำอีก และขออภัยที่ทำให้ผิดหวังและไม่พอใจกับการใช้คำว่า    “ยูริ” ในนิยายเรื่องนี้

ปัญหาของการติดประกาศ Warning : Content Include Bisexual 

จากการพยายามแก้ปัญหาที่ถูกวิจารณ์ ทางเจ้าของนิยายได้ติดประกาศไว้ว่านิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รวมถึงเพศวิถีแบบรักสองเพศ หรือ ไบเซ็กชวล น่าสนใจว่าอะไรที่ทำให้เจ้าของนิยายใช้คำว่า Warning ซึ่งแปลได้ว่า เป็นคำเตือน เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าในนิยายเรื่องนี้จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับรักสองเพศด้วย คำถามที่อยากชี้ให้เห็นคือ
ทำไมจึงต้องมีการเตือนว่านิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาของไบเซ็กชวล?
และการขึ้นป้ายเตือนว่ามีเนื้อหาที่เกี่ยวกับไบเซ็กชวลส่งผลอย่างไร?
เข้าใจว่ามีการวิจารณ์จากผู้อ่านว่าไม่ควรติดแท็กยูริ เพราะในเนื้อเรื่องตัวละครหญิงมีความรักกับผู้ชายได้ด้วย ดังนั้นนี่เป็นเรื่องของวิถีทางเพศแบบรักสองเพศ มากกว่าจะเป็นความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิง เจ้าของนิยายจึงได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าในนิยายมีเนื้อหาที่เป็นไบเซ็กชวลอยู่
แต่การติดประกาศเตือนว่านิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับไบเซ็กชวล อาจยิ่งเป็นการตีตราให้เกิดการกีดกันผู้หญิงที่เป็นไบเซ็กชวลในกลุ่มหญิงรักหญิงและทำให้การเป็นไบเซ็กชวลนั้นเป็นเหมือนรูปแบบความสัมพันธ์ทางเพศที่เลวร้ายและไมได้รับการยอมรับ เฉกเช่นเดียวกัน ประเด็น incest , pedophile , child grooming หรือ rape ที่มักมีการบอกเตือนให้ระวังว่าจะมีเนื้อหาที่รุนแรงทางเพศ เป็นต้น
ซึ่งการติดประกาศนี้จุดประสงค์อาจเป็นเพียงแค่การให้ข้อมูลกับนักอ่านหญิงรักหญิงที่จะเข้ามาอ่าน เพื่อให้รู้ล่วงหน้าก่อน จะได้ไม่รู้สึกผิดหวังหรือโกรธเคือง แต่อาจจะต้องระวังว่าการติดประกาศนี้จะไปผลิตซ้ำการเลือกปฏิบัติและการตีตราต่อกลุ่มผู้หญิงไบเซ็กชวลด้วย

เกณฑ์ของการถูกเรียกว่านิยายยูริมีอะไรบ้าง?

มีผู้อ่านคนหนึ่งให้ความเห็นว่า การดำเนินเรื่องนี้ผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่นิยายหญิงหญิงควรจะเป็น แล้วนิยายยูริ มีกฎเกณฑ์อะไรบ้าง แล้วใครที่เป็นคนกำหนดว่า นิยายยูริต้องเป็นอย่างไร แบบไหนที่ไม่ใช่ยูริ
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับความหมายของคำว่า ยูริ
ผู้เขียนรายหนึ่งบนเว็บนิยายออนไลน์ ธัญวลัย ได้อธิบายความหมายของคำว่ายูริ ไว้ว่า
 คำนี้เป็นคำที่ใช้เรียกสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นในเชิงมิตรภาพ ความผูกพัน ไปจนถึงการแสดงออกทางความรัก กระทั่งการมีความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้หญิงด้วยกัน
ผู้เขียนบนเว็บไซต์ True อธิบายที่มาของนิยายยูริไว้ว่า
นิยายแนว Girl Love หรือที่เรียกกันว่า ยูริ นั้นที่มาก็ไม่ต่างจากแนวชายรักชาย คือ ต้นกำเนิดมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นหรือที่เรียกกันว่า มังงะ แต่ไม่ได้ต้องการที่นำเสนอให้กับกลุ่ม หญิงรักหญิง การ์ตูนแนวนี้เป็นการเขียนเพื่อให้ผู้ชายอ่านเพราะจะวาดในลักษณะการ์ตูนผู้หญิงที่ออกแนว 18+ เพราะจะวาดสัดส่วน ท่าทางต่าง ๆ ออกแนวยั่วยวนมากกว่าการ์ตูนทั่วไป 
 และในภาษาญี่ปุ่นคำว่า YURI หมายถึงดอกลิลลี่ที่มีความหมายแทนผู้หญิง จึงนำมาใช้เป็นชื่อเรียกของการ์ตูนและนิยายแนวนี้ ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาเนื้อหา แนวทางการวาด เพื่อขายกลุ่มเลสเบี้ยน หรือ กลุ่มที่ชอบอ่านแนวนี้มากขึ้น จนพัฒนามาเป็นนิยาย แฟนฟิค ในแบบต่าง ๆ เหมือนที่เราเห็นในปัจจุบัน
 จากคำอธิบายดังกล่าว เราอาจแบ่งเกณฑ์ของนิยายยูริได้อย่างคร่าวๆคือ
– เป็นนิยาย ที่เขียนถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง
– อาจเป็นเรื่องราวในเชิงมิตรภาพ ความผูกพันระหว่างผู้หญิงสองคน และอาจรวมถึงการมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย
– มีทั้งรูปแบบของนิยายที่สร้างตัวละครขึ้นมาใหม่ หรือรูปแบบของแฟนฟิค ที่สร้างตัวละครมาจากตัวบุคคลที่มีชีวิตจริงๆ อาจเป็นดารา นักร้อง ศิลปิน แล้วนำมาสวมบทบาทเป็นตัวละครในนิยายอีกที
เพราะฉะนั้นถ้าสรุปจากเกณฑ์คร่าวๆนี้ นิยายยูริหรือแฟนฟิคยูริ ไมได้ระบุไว้ว่าจะต้องมีตอนจบแบบใด หรือบทบาทของตัวละครผู้ชายในเรื่องถูกจำกัดไว้แค่ไหน แต่หลักๆเลยคือต้องเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงด้วยกัน จะถึงขั้นมีความสัมพันธ์ทางเพศหรือไม่ก็ไม่ได้จำกัดไว้โดยเฉพาะ
ดังนั้นถ้านักอ่านนิยายยูริส่วนใหญ่ ยึดเกณฑ์ตามนี้ นิยายกีรติรัก ที่ผู้แต่งได้ใช้แท็กยูริ ทั้งๆที่มีเนื้อหาที่พูดถึงตัวละครหญิงที่ไปรักหรือแต่งงานกับผู้ชาย ก็อาจจะทำให้นักอ่านนิยายยูริตั้งคำถามถึงความเป็นนิยายยูริได้ เพราะแกนหลักของเรื่องที่เทน้ำหนักไปที่ความสัมพันธ์แบบรักต่างเพศมากพอๆหรืออาจมากกว่าความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง
อย่างไรก็ดี คำถามสำคัญที่อยากชวนคิด คือใครเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ของการตัดสินว่านิยายเรื่องใดจะเรียกได้ว่าเป็นนิยายยูริ และเรื่องไหนที่จะเรียกว่านิยายยูริไม่ได้ นักอ่านหรือเจ้าของนิยายนั้นๆ ซึ่งตรงนี้ผู้เขียนมีความเห็นว่า หากตัวละครหลักเป็นเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง ที่มีลักษณะของมิตรภาพที่มากกว่าเพื่อนหรืออาจมีเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศด้วย ก็น่าจะเรียกว่านิยายยูริได้
แต่ในส่วนของเนื้อหาและบทสรุปของนิยาย ก็สามารถถกเถียงกันได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับบทสรุปจบที่ให้ผู้หญิงไปแต่งงานกับผู้ชาย หรือถ้าเนื้อหามีปัญหาในการให้น้ำหนักต่อตัวละครชายมากเกินไป ก็สามารถวิจารณ์ผู้แต่งได้ แต่การผูกขาดว่านิยายเรื่องไหนจะเป็นหรือไม่เป็นยูริ ก็อาจจะเป็นการตัดสินที่ขึ้นอยู่กับความชอบหรือไม่ชอบส่วนบุคคลมากกว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ที่ตายตัวและเห็นพ้องต้องกันไปทั้งหมดในกลุ่มคนอ่าน

คำถามสุดท้าย พื้นที่ของผู้ชายในนิยายยูริควรอยู่ตรงไหน และเราสามารถสร้างให้ตัวละครหญิงไปรักกับผู้ชายได้มั้ย?

ถ้าหากเราเข้าใจว่านิยายยูริเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้หญิงกับผู้หญิงเป็นหลักแล้ว ตัวละครชายในเรื่องอาจมีบทบาทที่ไม่เด่น หรืออาจเป็นตัวละครที่นำไปสู่การดำเนินเรื่องราวต่างๆของหญิงรักหญิงได้ เช่น การสร้างตัวละครชายให้เป็นคนที่มาจีบตัวละครหญิง แต่ก็เพื่อให้ตัวละครหญิงรู้ใจตัวเองว่าไม่ได้ชอบผู้ชายแต่ชอบตัวละครหญิงอีกคน หรือ การสร้างตัวละครชายให้เข้ามามีบทบาทเป็นผู้ขัดขวางความรักของผู้หญิงสองคน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันของคู่รักหญิงรักหญิง ผู้เขียนคิดว่าน่าจะทำได้
แต่การยกบทบาทของตัวละครชายขึ้นมาเป็นตัวหลักในนิยาย เช่น มีการบรรยายฉากรักระหว่างตัวละครหญิงชายมากกว่าตัวละครหญิงกับหญิง หรือ ให้ตอนจบตัวละครหญิงไปรักกับตัวละครชาย ก็ไม่แปลกที่จะถูกตั้งคำถามจากนักอ่านนิยายยูริ แม้ผู้อ่านกลุ่มนี้จะมีเพศวิถีแบบหญิงรักหญิงหรือไม่ก็ตาม เพราะถ้านักอ่านเข้าใจตรงกันว่าความสัมพันธ์หลักในนิยายยูริควรเป็นคู่ผู้หญิงกับผู้หญิง การที่ผู้แต่งให้ตัวละครหญิงที่นักอ่านติดตามเอาใจช่วยให้ได้รักกับตัวละครหญิงอีกคนมาตลอดทั้งเรื่องไปลงเอยกับผู้ชายแทน ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกของการถูกหลอกหรือถูกหักหลัง อย่างที่นักอ่านหลายคนตั้งคำถามและวิจารณ์นิยายเรื่อง กีรติรัก นั่นเอง

อ้างอิง

  • คำศัพท์น่ารู้ฉบับสาววาย (Y) บัณฑิต: https://bit.ly/2E8qzkq
  • ยูริเป็นนิยายวายแบบไหน: https://bit.ly/2ZNHIbi

#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

ดาราณี ทองศิริ
ดาราณี ทองศิริ
นักสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิผู้หญิงและความหลากหลายทางเพศ สนใจขับเคลื่อนเรื่องเพศในมิติทางการเมือง สังคม ศิลปะและวัฒนธรรม เวลาว่างชอบท่องเฟซบุคกับกินปีกไก่นิวออลีนส์
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer