งานศึกษาเรื่องโควิดทั่วโลก ไม่มีความเท่าเทียมทางเพศ สถาบันวิจัยสุขภาพออสเตรเลียเผยอคติทางเพศในนักวิจัย จึงทำให้ขาดความรู้ที่จำเป็นเพื่อการรักษาร่างกายผู้หญิง

มาดูอคติทางเพศในวงการวิจัยทางการแพทย์กัน – เมื่อล่าสุดทาง ‘George Institute for Global Health’ สถาบันวิจัยทางสุขภาพในประเทศออสเตรเลียได้ไปศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับ ‘โควิด-19’ โดยพบว่าทั่วโลกมุ่งเน้นทำงานวิจัยต่อโรคนี้แต่ในเพศชาย (เพศทางชีววิทยา) เพียงเพราะพบว่ามีผู้ชายติดเชื้อมากกว่า (มากกว่าแค่ 8%) ทำให้ขาดการศึกษาโรคนี้ในผู้หญิงและ แทบจะไม่มีข้อมูลหรือการทำความเข้าใจไวรัสตัวนี้ในผู้หญิงเลย
“มีผู้หญิงอีกหลายพันคนที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมได้ และนั่นถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน”
นี่คือเสียงจากศาสตราจารย์ ‘Louise Chappell’ ที่กำลังทำงานร่วมกันในโปรเจกต์นี้ เพื่อให้งานวิจัยทางการแพทย์เท่าเทียมและไร้อคติทางเพศมากขึ้น โดยมุ่งหวังให้การวิจัยทางการแพทย์นั้นมาพัฒนาเรื่อง ‘แผนเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข’ ต่อไป
อคติทางเพศไม่ได้ส่งผลแค่กรณีโควิด-19 นี้ แต่ยังส่งผลกับโรคร้ายอื่นๆ ในผู้หญิงด้วย: ตัวอย่างเช่น วารสารการแพทย์ออสเตรเลียปี 2018 ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคหัวใจของคนในประเทศว่าผู้หญิงเสียชีวิตเพราะโรคนี้มากกว่า แต่ในปัจจุบันกลับยังถูกมองว่าเป็นโรคของผู้ชาย ทำให้มีการเก็บข้อมูลอาการที่พบบ่อยในผู้ชายเป็นหลัก และหลายๆ ครั้งหมอก็มักละเลยสัญญาณของโรคนี้ในผู้หญิง ทั้งๆ ที่เมื่อเทียบกับผู้ชายแล้ว ผู้หญิงมีแนวโน้มว่าจะเสียชีวิตใน 6 เดือนจากการหัวใจวายมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า
ซึ่งการวิจัยนี้พยายามอยากให้การจัดงบประมาณในงานวิจัยเรื่องโรคนั้นเท่าเทียมกัน เพราะถ้ามีอคติตั้งแต่แรกจะทำให้เกิดการละเลยความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการรักษาต่อคนทุกคน โดยไม่ใช่แค่ในความไม่เท่าเทียมต่อผู้หญิง แต่รวมถึงผู้ชายด้วยเช่นใน ‘โรคกระดูกพรุน’ เป็นโรคที่มักจะถูกมองเป็นอาการของหญิงวัยที่หมดประจำเดือน แต่เมื่อไปดูในสถิติกลับพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่สะโพกร้าวจากกระดูกพรุนคือผู้ชาย
อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน