Stonewall Uprising – การต่อสู้ให้ได้มาซึ่งศักดิ์ศรี สู่การปลดแอกการกดขี่ของชนชั้นทางเพศและเชื้อชาติ

วันนี้ – ‘28 มิถุนายน’ ของทุกปีคือวันครบรอบเหตุการณ์ ‘Stonewall Uprising’ ซึ่งเกิดการลุกขึ้นมาต่อสู้ของกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในสหรัฐอเมริกา ที่ถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ด้วยฐานะเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเกิด ‘Gay Pride’ ครั้งแรกของโลก และส่งต่อแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อน เพื่อถามหาศักดิ์และศรีของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ

Good Happening: Stonewall Uprising – การต่อสู้ให้ได้มาซึ่งศักดิ์ศรี สู่การปลดแอกการกดขี่ของชนชั้นทางเพศและเชื้อชาติ

ก่อนที่จะมีคำว่า LGBT+ การจัดกิจกรรมไพรด์นั้นใช้คำว่า ‘Gay Pride’ โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1970 ที่เมืองนิวยอร์ก เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ ‘Stonewall Riots’ ในปี 1969 ซึ่งเป็นการลุกขึ้นมาต่อสู้ของกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในนิวยอร์ก เมื่อกลุ่มตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบบาร์เกย์แห่งหนึ่ง เพื่อจะไปจับกุมคนที่แต่งกาย “ไม่เหมาะสม” เพราะไม่ตรงกับเพศกำเนิด ซึ่งเหตุการณ์ที่ไม่ยุติธรรมนี้เกิดจากอคติทางเพศ และเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติในสังคมอเมริกาก็วนเวียนอยู่กับเรื่องเพศและเชื้อชาติมาอย่างยาวนาน

การเรียกร้องและรำลึกต่อเหตุการณ์นี้ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในฐานะการเปิดทางสู่การเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศและเชื้อชาติ จนเมื่อปี 1978 ‘ธงรุ้ง’ ก็ถูกสร้างขึ้นโดย ‘Gilbert Baker’ ก่อนที่จะมีการสร้างธงสัญลักษณ์แทนกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศต่างๆ ขึ้นมา และในปี 1999 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ‘Bill Clinton’ ก็ได้ออกประกาศให้เดือนมิถุนายนของทุกปี เป็นเดือนแห่ง “Gay & Lesbian Pride Month” จนต่อมาในปี 2011 ‘Barack Obama’ ก็ประกาศอย่างเป็นทางการให้มิถุนายนเป็นเดือนของ “LGBT Pride”

มันจึงทำให้ในเดือนมิถุนายนนั้น เป็นอีกหนึ่งเดือนที่ทั่วโลกร่วมใช้ในการเฉลิมฉลองพร้อมเน้นย้ำถึงการมีอยู่ของทุกตัวตนทางเพศ เพื่อขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนบนฐาน ‘ของความเท่าเทียม’

ภาพนี้คือ ‘Marsha P. Johnson’ โดยวันที่เกิดเหตุจลาจล Stonewall นั้น เธอมีอายุ 23 ปี และเป็นหนึ่งในแนวหน้าที่ต่อสู้กับตำรวจ – “ตอนที่ฉันไปถึง ตำรวจก็เริ่มจุดไฟเผา Stonewall แล้ว พวกเราต่างก็ตะโกนเรียกร้องให้ตำรวจหยุดใช้ความรุนแรงเสียที”

สำหรับชีวิตของ Marsha เธอเป็นนักเคลื่อนไหวและนักแสดงแดร็กชาวแอฟริกา-อเมริกา สมัยเด็กเธอนั้นต้องทนกับการถูกประณามจากสมาชิกในครอบครัวรวมไปถึงสังคมคริสเตียน จนถึงช่วงชั้นมัธยมปลาย เธอจึงย้ายไปอยู่ที่ New York และได้ทำงานในฐานะของ Sex Worker 

โดยหลังจากเหตุการณ์ที่ Stonewall เกิดขึ้น ตัว Marsha ก็ได้ร่วมกันกับเพื่อนก่อตั้ง ‘Street Transvestite Action Revolutionaries (STAR)’ องค์กรที่ช่วยจัดหาของจำเป็น และคอยชี้แนะกลุ่มเด็กๆ ที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ในย่าน Lower East Side โดยต่อมาในปี 1972 เธอก็ได้ออกเดินทางทั่วโลกไปกลับกลุ่มแสดงแดร็กชื่อดัง ‘Hot Peaches’ เพื่อออกแสดงในอาชีพที่เธอรัก

ตัว Marsha ได้เสียชีวิตไปในปี 1992 โดยมีคนพบศพของเธอในแม่น้ำ ซึ่งตำรวจตัดสินว่าเธอเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายโดยไม่สืบสวนเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามคนรอบข้างสงสัยว่านี่เป็นการฆาตกรรมฝีมือแก๊งอันธพาลที่บูลลี่เธอเป็นประจำ และเชื่อกันว่า Marsha นั้นน่าจะอยากอยู่ต่อสู้เพื่อสิทธิของ LGBT+ มากกว่าจะจบชีวิตตัวเองแบบนั้น คดีของเธอจึงถูกนำมาสืบสวนอีกครั้งในปี 2016 และรอคอยความยุติธรรมต่อไป

“ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พวกเรามองหน้ากันแล้วก็สงสัยว่า เราจะต้องทนกับการโดนเอาเปรียบไปอีกนานแค่ไหน เราจึงพากันปาเศษเหรียญไปทั่วร้าน นี่ไงล่ะเงินที่ตำรวจอยากได้นักหนา” – เสียงของ

‘Sylvia Rivera’ แดร็กควีนอีกคนที่ได้ไปดื่มที่บาร์ Stonewall ในวันนั้นด้วย

ตัว Rivera นั้นเป็นลูกครึ่งเปอร์โตริโก-เวเนซูเอล่าที่เกิดและเติบโตในเมืองนิวยอร์ก เธอถูกพ่อทอดทิ้งตั้งแต่ยังเด็ก และกลายเป็นกำพร้าทันทีเมื่อแม่ของเธอตัดสินใจจบชีวิตตนเอง เธอจึงต้องย้ายไปอยู่กับญาติ แต่ก็ถูกพวกเขารังเกียจเพราะอัตลักษณ์ทางเพศของเธอ จึงต้องอาศัยอยู่ตามท้องถนน และถูกบังคับให้ทำงานขายบริการในวัยเพียง 11 ปี จนกระทั่งได้เข้าสังคมแดร็กควีน พวกเขาก็ได้มอบชื่อ ‘Sylvia’ ให้กับเธอแทนชื่อเดิม

เธอได้เริ่มเป็นนักกิจกรรมตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยไปเข้าร่วมกลุ่ม ‘Gay Activist Alliance’ และเธอก็โดนจับกุมเพราะปีนกำแพงศาลากลางของเมืองในชุดเดรสและรองเท้าส้นสูง เพื่อจะบุกเข้าไปในที่ประชุมลับเกี่ยวกับกฎหมายสิทธิเกย์ ซึ่งการกระทำของเธออาจดูบ้าบิ่นและสร้างความวุ่นวาย แต่นั่นคือวิธีเดียวที่เธอเลือกได้ เพื่อให้สาธารณชนหันมาสนใจคนชายขอบแบบเธอ 

ตลอดชีวิต 50 ปีของ Slyvia เธอต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมให้กับเควียร์และทรานส์เจนเดอร์ ที่ถูกเลือกปฏิบัติเพราะชาติพันธุ์และชนชั้นทางสังคม ซึ่งมักจะตกขอบจาก ‘สิทธิของเกย์’ 

‘Stormé DeLarverie’ คืออีกคนที่ถูกตำรวจทุบตีในเหตุการณ์จลาจลคืนนั้นเพราะเป็นเลสเบี้ยน – “ทำไมถึงไม่มีใครทำบ้าอะไรสักอย่าง?” Stormé ตะโกนขึ้นและมันทำให้การเคลื่อนไหวของฝูงชนในวันนั้นเข้มข้นมากขึ้นไปอีก

Stormé รู้ถึงรสนิยมทางเพศของเธอช่วงวัย 18 ปี จากนั้นก็เริ่มทำงานเป็นพิธีกร พร้อมกับเป็นแดร็กคิงหนึ่งเดียวในกลุ่ม ‘The Jewel Box Revue’ โดยผู้คนมักมีภาพจำของเธออยู่ในชุดสูทสั่งตัด บางครั้งก็ติดหนวดและถือไปป์ แต่เธอได้หยุดการแสดงไปหลังจาก ‘Diana’ แฟนสาวของเธอที่คบกันมาเป็นเวลา 25 ปีเสียชีวิตลง และเปลี่ยนมาทำงานเป็นการ์ดหน้าบาร์คอมมูนิตี้เลสเบี้ยนแทน

ต่อมาเธอได้มาเป็นรองประธานกลุ่ม ‘Stonewall Veterans’ Association’ ในปี 1998-2000 นอกจากนี้ เธอยังได้ทำงานการกุศลเพื่อเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และยังเป็นอาสาตรวจสอบความปลอดภัยในชุมชนเป็นประจำ

“Stonewall Inn เป็นสถานที่ของกลุ่มคนที่สังคมไม่ยอมรับ และพวกเขาไม่สามารถไปรวมตัวหรือสังสรรค์กันที่อื่นได้ มันจึงกลายมาเป็นบ้านอีกหลังของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และเมื่อมันถูกปล้น (โดยตำรวจ) จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะต้องต่อสู้เพื่อรักษาสถานที่เดียวที่เปิดรับตัวตนของเขา”

เสียงจาก ‘Frank Kameny’ – เกย์อเมริกันที่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ‘Mattachine Society’ อีกองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนสืบเนื่องจากเหตุการณ์สโตนวอลล์

โดยในปี 1973 Frank ได้มาเป็นผู้ช่วยผลักดันให้ ‘สมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา’ นำเอาการรักเพศเดียวกันออกจากหนึ่งในภาวะความผิดปกติทางจิตใจ และเขายังเป็นคนแรกที่ยื่นเรื่องร้องเรียนแก่ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาในเรื่องการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ หลังจากที่เขาโดนไล่ออกจากอาชีพนักดาราศาสตร์เพียงเพราะเขาเป็นเกย์

 

#GoodHappening #PrideMonth2020
#StonewallUprising #DiversityRespect
อ้างอิง
  • Stonewall Riots: https://bit.ly/2Z5m1SE
  • Bustle: https://bit.ly/3fnioOA
  • BBC: https://bbc.in/2YLHuA3
  • Forbes: https://bit.ly/2B0yMpb
  • ภาพ: https://bit.ly/3dDiKiO
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
ชญานิน โล่ห์สถาพรพิพิธ
ชญานิน โล่ห์สถาพรพิพิธ
นักเรียนวารสารสนเทศที่อยากเห็นการพูดคุยเกี่ยวกับเพศเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย คิดว่าความหลายหลายของมนุษย์เป็นสิ่งที่สวยงาม และชอบไปรับพลังงานชีวิตที่คอนเสิร์ต
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
นักเขียนที่อยากเขียนให้คนรู้สึกและเข้าใจ ความหลากหลายของมนุษย์ ศิลปะ สังคม และ วัฒนธรรม ผู้เชื่อในความลื่นไหลของมนุษย์สุดหัวใจ ในเวลาว่างเป็นหมอดู
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer