เพราะความเท่าเทียมทางเพศ เกิดขึ้นได้จากประชาธิปไตย

แม้ไม่ใช่ทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจะให้สิทธิแก่ LGBT+ แต่ทุกประเทศที่ให้สิทธินี้ล้วนปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น – ปัจจุบันนี้ที่ทั้ง 33 ประเทศได้มาซึ่งความเท่าเทียมทางเพศแล้วนั้น ล้วนแต่เป็นประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในทางตรงกันข้าม ภูมิภาคที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เช่น พื้นที่ส่วนมากของแอฟริกา ตะวันออกกลาง และประเทศจีน ยังมองว่าคนรักเพศเดียวกันว่าเป็นอาชญากรรม ดังนั้น ‘ความเป็นประชาธิปไตย’ ของแต่ละประเทศนั้น จึงเป็นดัชนีชี้วัดหนึ่งที่สลักสำคัญต่อการเข้าถึงซึ่งสิทธิความเท่าเทียม ทั้งการเมืองเรื่องอัตลักษณ์และการเมืองเรื่องชนชั้น

SPECTROSCOPE: ความเท่าเทียมทางเพศ เกิดขึ้นได้จากประชาธิปไตย

ความสามารถที่จะตระหนักได้ถึงคำว่า ‘เท่าเทียม’ ตลอดจน ‘สิทธิ’ เกิดขึ้นได้ เพราะมนุษย์ทุกคนได้มีเสรีภาพและภราดรภาพ และกระบวนการทางประชาธิปไตย (Democratization) ได้เข้ามาเปิดประตูให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น โดยกระบวนการนี้ชัดเจนขึ้นในคลื่นประชาธิปไตยลูกที่สาม (Democratisation’s Third Wave) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเหล่าเผด็จการฝ่ายขวาสิ้นสุดลงในช่วงกลางปี 1970 แถบคาบสมุทรไอบีเรียของยุโรป และเข้มข้นขึ้นไปอีกในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เมื่อระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายลงในยุโรปตะวันออกและสหภาพโซเวียตเก่า ตลอดจนสำนึกในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศซึ่งเกิดขึ้นอย่างชัดเจนใน สเปน แอฟริกาใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในละตินอเมริกา

ประชาธิปไตยยิ่งเบ่งบาน การเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศยิ่งเป็นไปได้มากขึ้น ลองย้อนกลับไปดูตัวอย่างเมื่อปี 2013 ที่ ‘บารัก โอบามา’ ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นปีที่นักรณรงค์ทั่วโลกเรียกว่า “ปีแห่งประวัติศาสตร์ของคนรักเพศเดียวกัน” เพราะโอบามาได้ใช้หลักการความเท่าเทียม ซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปไตยร่วมผลักดันจนหลายๆ รัฐในอเมริกาสามารถเข้าถึงกฎหมายที่เท่าเทียมทางเพศ ความศรัทธาของผู้นำที่เชื่อในประชาธิปไตยก็นำไปสู่การแต่งงานของคนเพศเดียวกันที่ถูกกฎหมายทั้งในประเทศนิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส บราซิล อุรุกวัย และล่าสุดในปีนี้ไอร์แลนเหนือ เกาะเกิร์นซีย์ คอสตาริกา และในทางตรงกันข้ามกับประเทศยูกันดา ที่บังคับใช้กฎหมายจองจำคนที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกันในคุกถึง 7 ปี เช่นเดียวกันกับประเทศ ไนจีเรีย ไลบีเรีย แคมเมอรูน รัสเซีย ที่มีกฎหมายลงโทษการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก คนรักเพศเดียวกัน หรือคนข้ามเพศ ตลอดจนการแสดงธงรุ้งและเดินพาเหรดไพรด์ก็เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

นอกจากฐานคิดของประชาธิปไตยจะนำมาซึ่งการตระหนักรู้ทางความเท่าเทียมของคน มันยังเข้ามาช่วยปฏิวัติอีกสองปัจจัย: คือการแยกรัฐออกจากศาสนา (Secularization) และการสร้างความมั่งคั่ง (Wealthness) โดย ‘Pew Research’ ได้ให้ข้อมูลจากการศึกษาว่า ยิ่งประเทศนั้นมั่งคั่งและมีการปกครองที่เป็นอิสระจากศาสนามากเท่าไร การยอมรับและเข้าใจสิทธิคนรักเพศเดียวกันก็มีมากเท่านั้น แต่ถ้าประเทศนั้นยากจนและเคร่งศาสนามากเท่าไร สำนึกร่วมในการยอมรับเกย์นั้นจะยิ่งน้อยตามไปด้วย

แม้ว่าประชาธิปไตยจะไม่ใช่พรวิเศษที่สามารถเสกให้เกิดความเท่าเทียมของสิทธิ LGBT+ ได้ทันที ตัวอย่างเช่นตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ในสหรัฐฯ มีการแบนสิทธิ LGBT+ มากกว่า 30 ครั้งในการออกเสียงประชามติ แต่อย่างไรก็ดี ประชาธิปไตยคือเครื่องมือที่ดีที่สุดที่เรารับรู้จากประวัติศาสตร์ในการค่อยๆ ก่อร่างสร้างสิทธิให้แก่ทุกคนไม่ว่าเพศไหน ประชาธิปไตยจะนำมาซึ่งปัจจัยให้เกิดการสนับสนุนความเท่าเทียม เช่น การเข้าถึงอำนาจศาล ระบบพรรคการเมือง และสภานิติบัญญัติ รวมไปถึงสร้างสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ทำให้กลุ่ม LGBT+ ได้ใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยตามอัตลักษณ์ทางเพศที่ตนเลือก

และในวันนี้ 24 มิถุนายน ครบรอบ 88 ปีการสถาปนาความเป็นประชาธิปไตยครั้งแรกประเทศไทย เราขอร่วมรำลึกถึงคุณูปการในการถางเส้นทางของกระบวนการประชาธิปไตยนี้ สู่การเปิดโอกาสเรื่องความเท่าเทียมแบบสมัยใหม่ ทั้งในมิติของคนไทยในฐานะพลเมือง ตลอดจนมิติความเท่าเทียมเรื่องเพศ เช่น การให้ผู้หญิงไทยเลือกตั้งได้ การออกกฎหมายไม่ให้ทุบตีดูหมิ่นกันในสถาบันครอบครัว ตลอดจนยกเลิก ‘Sodomy Law’ ซึ่งทำให้การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักในไทยนั้นถูกกฎหมาย

#1932SiameseRevolution
#24มิถุนา #88ปี2475 #การปฏิวัติสยาม

อ้างอิง
Project Muse: https://bit.ly/2B2pbyo
Matichon: https://bit.ly/2Va8Fn6
Voice: https://bit.ly/37Vb0Y5
Wikisource: https://bit.ly/319Oqtm
Wikipedia: https://bit.ly/37VRuKT
ภาพ: https://bit.ly/319mrtI
#Spectroscope #WescopeForYou
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน