คุยเรื่องเพศกับคุณหมอ: หมอโอ๋ – อ.พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร

- Advertisement -

- Advertisement -

■ ควรทำอย่างไรเมื่อลูกไม่กล้า Come Out?
“พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องคิดว่าลูกต้อง Come Out วันนี้เดี๋ยวนี้ การ Come Out ขึ้นอยู่กับความพร้อมส่วนตัวของแต่ละบุคคลมากกว่า เราไม่มีหน้าที่จะไปบังคับลูกให้ Come Out หน้าที่ของเราก็คือควรจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เขา ให้เขารู้สึกมีความสบายใจที่จะเป็นตัวเอง สิ่งที่จะช่วยได้คือทำให้เขารู้ว่าเราเข้าใจในความหลากหลายทางเพศ เรายอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเพศ แต่รวมถึงทุกๆ เรื่องที่เป็นเรื่องของลูก ที่เป็นตัวลูก ลูกจะเก่งหรือไม่เก่ง ลูกจะมีนิสัยอย่างไร เราต้องเป็นพ่อแม่ที่ยอมรับเขาได้แบบไม่มีเงื่อนไข ก็จะเป็นการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับลูก จะสามารถทำให้ลูก Come Out ได้ง่ายขึ้น”

■ ลูกเป็น LGBT+ ต้องพยามเรียนเก่งเพื่อให้เกิดการยอมรับ?
“เด็กๆ ที่เป็น LGBT+ คือเราไม่จำเป็นต้องโดดเด่น ไม่ต้องเป็นคนที่เก่งมากๆ เพื่อให้มีจุดยืนหรือเกิดการยอมรับจากเพื่อน จากคนรอบข้าง เราแค่เป็นคนปกติธรรมดาในแบบที่เราเป็น ไม่จำเป็นต้องพยายามดีกว่าผู้หญิง ผู้ชาย แค่เป็นตัวเราเอง และเราต้องทำความเข้าใจกับตัวเราเองว่า เรามีสิทธิตรงนี้ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน ส่วนคนทั่วไปต้องยอมรับความเป็นมนุษย์ของทุกคนเท่าๆ กัน โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับเพศอะไร อายุเท่าไร อาชีพอะไร เพราะ LGBT+ ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความสุขในสิ่งที่เป็น”

■ จะสังเกตว่าลูกเป็น LGBT+ แบบไม่ให้รู้สึกอึดอัดได้ยังไง?
ลูกจะเป็นเพศไหนก็ต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูก
“เอาจริงๆ ไม่มีใครบอกได้เลยว่าใครเป็นยังไงแค่จากการสังเกต ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่การคาดเดา เราจะรู้จริงๆ ว่าใครเป็นอย่างไรก็ต้องรอวันที่เขามาบอกเราเอง ดังนั้นการทำตัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกสามารถพูดเรื่องเพศกับเราได้อย่างสบายใจ เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรทำ โดยทั่วไปถ้าเป็นกลุ่มคนข้ามเพศก็ค่อนข้างจะสังเกตได้ง่าย อาจจะเห็นได้ว่าเขามีพฤติกรรมข้ามเพศมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร ถ้าเราอยากรู้และมีความสัมพันธ์กันที่ดี เราก็อาจจะถามได้ตรงไปตรงมา แต่เราก็ต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของลูก ถ้าลูกดูอึดอัด เช่น บางคนไม่อยากคุยเรื่องนี้ หรือจะพยายามเปลี่ยนเรื่อง เราก็ควรเคารพในความเป็นส่วนตัวของลูก แล้วก็รอเวลา ด้วยการทำตัวเป็นพ่อแม่ที่พร้อมเข้าใจ”

■ ถ้าลูกเป็น LGBT+ พ่อแม่ควรเริ่มปรับตัวอย่างไร?
เปลี่ยนความเข้าใจ ไม่ใช่บังคับลูกให้เปลี่ยนเพศ
“ยังไม่ต้องคิดต้องปรับอะไรเข้าหาลูก แต่ให้ทำงานกับความคิด ความรู้สึกของเราก่อนว่ารู้สึกยังไง คิดยังไง มีความคาดหวังอะไร มีมุมมองกับเรื่องนี้ยังไง แล้วก็ทำงานกับเรื่องเหล่านี้ ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเชื่อ เรายึดถือ ว่ามันเป็นจริงไหม อย่างเช่น เรื่องเพศว่าหญิงต้องคู่กับชาย ชายต้องคู่กับหญิงเท่านั้นไหม เราอาจจะยังมีความเชื่อบางอย่างที่ว่าชายรักชาย หญิงรักหญิงเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะสมัยก่อนเขาเชื่อเรื่องนี้มา หรือแต่ก่อนถูกมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติทางจิต ในทางการแพทย์ได้มีการถอดเรื่องนี้ออกจากอาการผิดปกตินานแล้ว ลองปรับมุมมองใหม่ว่าเป็นเพียงเรื่องของรสนิยมที่แตกต่าง ไม่ได้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต แต่ที่มันส่งผลกระทบกับหลายๆ คน เพราะความไม่เข้าใจของครอบครัวและสังคมต่างหาก”

■ เลี้ยงลูกแบบไหนที่ไม่ตีกรอบทางเพศให้ลูก?
เลี้ยงลูกไม่จำกัดเรื่องกรอบทางเพศนั้นทำได้
“การผลิตซ้ำหรือการตีกรอบความเป็นหญิงและชาย เช่น ผู้หญิงต้องสีชมพู ผู้ชายต้องสีฟ้า เป็นผู้หญิงต้องเรียบร้อย อ่อนโยน ห้ามปีนป่าย เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง ห้ามอ่อนแอ ห้ามร้องไห้ ห้ามเล่นตุ๊กตาเดี๋ยวเป็นตุ๊ด สิ่งเหล่านี้เป็นการตีกรอบการเป็นตัวเองของลูก และปิดกั้นการพัฒนาทักษะบางอย่างที่จำเป็น พ่อแม่ควรปล่อยให้เด็กได้เป็นธรรมชาติ โดยไม่นำเรื่องเพศมากำหนดพฤติกรรมหรือกิจกรรมของ”

■ เก็บกดเรื่องเพศมากๆ จะทำให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้าไหม?

“ภาวะซึมเศร้า เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยในกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยพบได้สูงเป็น 1-3 เท่าของกลุ่มเพศชายหญิง อาการหลักๆ ที่สามารถสังเกตได้ คือรู้สึกไม่มีความสุข รู้สึกสิ้นหวัง เบื่อ อะไรที่เคยสนุก เคยอยากทำ แต่กลับไม่อยากทำ กินไม่ได้ รู้สึกตัวเองไร้ค่า รู้สึกผิดง่าย สมาธิสั้น บางคนก็เหมือนไม่มี Energy ไร้พลังงาน บางคนหงุดหงิดง่าย โมโหง่าย หรือเสียการใช้ชีวิตได้อย่างปกติ เช่น นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิเรียน ความสัมพันธ์ไม่ดี หรือถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่เกิดจากไม่ได้การยอมรับจากครอบครัว หรือถูกรังแก มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า เด็กกลุ่มที่พ่อแม่ยอมรับ 92% เชื่อว่าจะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข แต่เด็กที่พ่อแม่ไม่ยอมรับมีเพียงแค่ 10% ที่คิดว่าตัวเองจะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข เพราะฉะนั้นการยอมรับของครอบครัวสำคัญมากสำหรับเด็กกลุ่มนี้”

■ พฤติกรรมทางเพศเลียนแบบได้ไหม?

“การที่ลูกมีคนข้ามเพศเป็นไอดอลไม่ส่งผลต่อพฤติกรรมและรสนิยมทางเพศของลูก เพราะมันไม่สามารถเลียนแบบได้ จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายถ้าคนเหล่านี้จะเป็นต้นแบบหรือเป็นแบบอย่างของพวกเขา แต่คนทุกคนก็มีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี เราก็มีสิทธิเลือกที่จะตาม สิ่งที่ดีเราก็นำมาปรับใช้ สิ่งที่ไม่ดีเราก็เรียนรู้ เรามี Role Models ได้ แต่ต้องรู้จักการนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเรา”

■ ความหลากหลายของลูกที่พ่อแม่นั้นควรเข้าใจ?
“อยากให้เข้าใจในความหลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเพศ แต่หมายถึงความหลากหลายในทุกเรื่อง ความสูง สีผิว นิสัย หน้าตา ลักษณะเด่น ลักษณะด้อย รวมถึงครอบครัว LGBT+ ด้วย จะเห็นว่าทุกอย่างมันมีความหลากหลายไปหมด ไม่ได้มีมาตรฐานว่าจริงๆ แล้วเป็นอย่างงั้นดีอย่างนี้ดี ทุกอย่างบนโลกมันขับเคลื่อนได้จากการทำงานร่วมกันของคนที่มีความหลากหลาย เพศเป็นหนึ่งในความหลากหลายที่มนุษย์ทุกคนมี และการที่เข้าใจเรื่องนี้ก็จะทำให้เราเข้าใจในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นความหลากหลายบนโลกใบนี้ ซึ่งมันจะเป็นสิ่งที่ดีกับลูกเรามากๆ พ่อแม่ต้องเข้าใจเปิดใจกับมุมมองใหม่ แล้ววันหนึ่งเขาจะเติบโตเป็นเด็กที่มีความสุขได้ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ถ้าเขามีคนข้างๆ ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น”

■ ลูกโดนบุลลี่เรื่องเพศ จะดูแลสุขภาพจิตลูกยังไงได้บ้าง?

“ควรใส่ใจหลักๆ คือ เรื่องสุขภาพจิตใจ ทำให้เขารู้สึกเติบโตเป็นเด็กที่มีความสุข ได้เป็นตัวเอง มีคนเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือการพยายามจะบังคับให้ลูกกลับไปเป็นเพศกำเนิด หรือว่าใช้คำพูด ดูถูก ดูแคลน เหยียดหยาม ไม่ยอมรับ เช่น ตัดขาด ไม่ต้องเป็นพ่อลูกกันถ้ายังเป็นแบบนี้ มันก็บั่นทอนทั้งตัวเด็กเองแล้วก็บั่นทอนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก อีกอย่างคือ เวลาที่ลูกต้องการคำปรึกษา แต่บอกว่าไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวก็ดีขึ้นหรือโตขึ้นเดี๋ยวก็หาย หรือการพาไปทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับเพศที่ลูกเป็น เช่น ลูกผู้ชายมีพฤติกรรมเหมือนเพศตรงข้าม ก็พาไปเตะบอล ต่อยมวย เพื่อให้เขาแมนมากขึ้น อันนี้ก็ควรหลีกเลี่ยง การทำแบบนี้ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ แล้วก็รู้สึกคิดว่าพ่อแม่ไม่ยอมรับ รับไม่ได้ในสิ่งที่เขาเป็น นอกจากนี้ก็ต้องดูแลสุขภาพใจด้านอื่นๆ เช่น การโดนล้อ โดนแกล้ง ความเครียด ความกดดัน”

ฟังคำตอบจากคุณหมอโอ๋อย่างละเอียดต่อได้ที่กลุ่ม
‘เพศ’ https://bit.ly/2TSvha5
โดยเราสร้างกลุ่มนี้ขึ้นมา เพื่ออยากให้สังคมไทยได้มีพื้นที่พูดคุยเรื่องเพศกันมากขึ้น

มาพูดคุยเรื่องสุขภาพทางเพศกัน
มีคำถามหรือสงสัยอะไรถามหมอมาได้เลยนะ
จะเรื่องเพศ ศัลยกรรม สุขภาพกาย สุขภาพจิต
เดี๋ยวพวกเราจะนำคำถามไปให้คุณหมอตอบให้

#คุยเรื่องเพศกับคุณหมอ
#SexEducationBySpectrum

- Advertisement -
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer