ยำ ยำ ยำ กินปูไม่ระวัง ระวังสูญพันธุ์

ปัจจุบันจำนวนปูมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากการประมง การจับปู และการบริโภคอย่างมหาศาลโดยไม่ได้ระมัดระวัง และไม่ได้คำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากร วันนี้จึงชวนดูสถานการณ์ปู และวิธีการแก้ไขปัญหานี้ที่คุณเองก็สามารถมีส่วนร่วมช่วยได้

เท้าความเรื่องปู

ปูมีความสำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ โดยมันเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

จะเห็นได้ว่าในอาหารของไทยเราจะมีเมนูปูอยู่ด้วยเสมอ อย่างส้มตำปู ปูผัดผงกระหรี่ ปูไข่ดอง ปูนึ่ง และอื่นๆ ในไทยเป็นที่นิยมกินหลายชนิดทั้ง ปูม้า ปูทะเล (ปูดำ) ปูนา ปูภูเขา (ปูขน) ซึ่งการบริโภคปูที่มีไข่เป็นที่ได้รับความนิยมในการรับประทานอย่างมาก

ด้วยความนิยมในการบริโภคนี้ส่งผลทำให้จำนวนปูลดลง เนื่องจากมีการจับและล่ามากขึ้น แม้กระทั่งฤดูวางไข่ จับปูตัวเล็ก ปูไข่ โดยไม่ได้มีการปล่อยคืน เพื่อช่วยควบคุมหรือเพิ่มจำนวนประชากร ทำให้ปูมีจำนวนน้อยลง และขนาดเล็กลงเรื่อยๆ โดยจำนวนปูลดลงเฉลี่ยปีละ 2,000 ตัน

ปัญหาอยู่ตรงไหน อะไรทำให้มันลดลง ?

การจับปูที่มีไข่มาทำอาหารถือเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของการลดลงของจำนวนประชากรปู โดยปูจะผสมพันธุ์ มีไข่ในกระดอง และต่อมานอกกระดอง และวางไข่เป็นลูกต่อไป ซึ่งการจับปูไข่นี่เองทำให้ในทะเลมีจำนวนปูที่ลดลง เพราะแม่ปูม้าหนึ่งตัวจะผลิตไข่จำนวนมากถึงเกือบ 1 ล้านฟอง

ลูกปูตัวเล็กถูกนำมาทำอาหารก่อนวัยอันควร ไม่ทันได้มีลูก มีการจับปูขนาดเล็กมากขึ้นเพื่อนำมาบริโภคและจำหน่ายตามร้านค้าต่างๆ ทั้งนำไปทำปูนิ่ม ทำชุบแป้งทอด ส้มตำปู และอื่นๆ ซึ่งการลักลอบจับปูขนาดเล็กไปบริโภคก่อนกำหนดอย่างต่อเนื่อง โดยที่มันยังไม่ได้วางไข่ออกลูกออกหลาน จะทำให้ปูม้าหายากขึ้น และสูญพันธุ์ไปในที่สุด

นอกจากนี้ชาวประมงบางกลุ่มมีการใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง เช่น ใช้ลอบปู ใช้อวนตาถี่ขนาดเล็กกว่า 1 นิ้ว ซึ่งไปทำลายวงจรชีวิตของปูม้า พวกเรืออวนลากนอกจากทำลายวงจรชีวิตของปูม้าแล้ว ยังทำลายห่วงโซ่อาหาร แหล่งอาหารของปูม้า เพราะได้กวาดเอาทั้งสาหร่าย หอยกระพัง หอยกระพุงไปด้วย ถือเป็นการทำประมงที่ทำลาย ทำร้ายห่วงโซ่อาหารทะเลไทย

สารเคมีทำปูนาหายหมด เมื่อก่อนเราจะสามารถเจอปูนาได้ตามธรรมชาติมากมายแต่ในปัจจุบันหาได้ยากแล้วเนื่องจาก ปัญหาการทำเกษตรที่ใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า โดยพวกมันไวต่อสารเคมี และอีกส่วนหนึ่งขาดที่อยู่อาศัย

แก้ไขการจับปูอย่างไร? ให้เรามีปูอยู่ให้กินเรื่อยๆ

เพื่อคงทรัพยากรของปูไว้ให้อยู่ในธรรมชาติ จึงมีการห้ามจับปูไข่นอกกระดอง โดยเฉพาะในช่วงฤดูวางไข่ของปู มันจะผสมพันธุ์วางไข่มากในช่วงปลายปี โดยจะวางไข่ชุกชุมในระหว่างเดือนสิงหาคมธันวาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้มาตรา 32 (7) แห่งพระราชบัญญัติทำการประมง .. 2490 ห้ามทำการประมงปูที่มีไข่นอกกระดองประเภท ปูทะเล ปูม้า และปูลาย ตั้งแต่เดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือน ธันวาคม ตั้งแต่ปี 2526

มีการทำธนาคารปูเพื่อคืนลูกปูสู่ท้องทะเลก่อนนำแม่ปูไปขายหรือทำอาหารมากขึ้น ธนาคารปูเป็นการนำแม่ปูที่มีไข่นอกกระดองแล้ว มาพักฝากไว้ โดยไข่แก่ติดหน้าท้องระยะแรกจะมีสีส้ม จนกลายเป็นสีดำ หลังจากนั้นมันจะคลายเขี่ยไข่ออกจากหน้าท้อง จึงสามาราถนำแม่ปูไปขายได้ ส่วนไข่ที่เขี่ยออกจากตัวแม่จะฟักเป็นตัวอ่อนใช้เวลาประมาณ 1-10 วันหลังจากนั้นจะถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ จนเติบโตและสามารถจับได้อีกครั้ง โดยมันจะโตเต็มไวและวางไข่ได้เมื่อเวลาผ่านไป 3-6 เดือน โครงการธนาคารปูมีการขยายผลเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนชุมชนบริเวณชายฝั่งในหลายจังหวัด

การอนุรักษ์และปลูกป่าชายเลน อนุรักษ์แนวชายฝั่ง แนวหญ้าทะเล จะช่วยเพิ่มความอยู่รอดของตัวอ่อน ลูกอ่อนของปูมีศัตรูค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นอาหารของปลาขนาดเล็ก พืชป่าชายเลนเป็นที่หลบซ่อนของตัวอ่อน และจะช่วยให้ลูกปูมีโอกาสรอดและม่ีจำนวนมากขึ้นในธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์ห้ามจับ จะคัดลูกปูม้า และปูขนาดเล็กที่มีความกว้างกระดองต่ำกว่า 10 ซม. (18 ตัว/กก.) ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่อให้มันเติบโต

ผู้บริโภคควรรู้ กินปูอย่างไรให้ยั่งยืน

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราเองในฐานะผู้บริโภคกินปูควรเลือกอย่างระมัดระวัง โดยต้องพยายามไม่สนับสนุนหรือกินปูที่มีขนาดกระดองเล็กกว่า 10 เซนติเมตร โดยเลือกกินปูม้าที่โตมากกว่านี้ ( 5 ตัว / กก. )โดยมันจะโตเต็มวัยและมีโอกาสได้วางไข่ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อทดแทนจำนวนประชากรในธรรมชาติที่ถูกจับ

นอกจากนี้ก็ไม่ควรบริโภคปูที่มีไข่ทั้งในกระดองและนอกกระดอง เพราะแม่ปู 1 ตัวสามารถออกไข่ได้เฉลี่ยถึง 1 ล้านตัวเชียวนะ การไม่สนับสนุนปูไข่จะช่วยให้จำนวนปูอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

การใช้และทำลายทรัพยากรอย่างไม่คำนึงถึงผลที่ตามมาของมนุษย์ในปัจจุบัน ทำให้เรามีทรัพยากรธรรมชาติ ที่เหลือน้อยทุกวัน จนกระทั่งหลายสายพันธุ์ได้สูญพันธุ์ไปแล้วเพราะมนุษย์

การหันมาใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และบริโภคอย่างระมัดระวัง รับผิดชอบ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้เรามีทรัพยากรที่ยั่งยืนให้ลูกหลานของเรา

https://www.facebook.com/1523107561151019/posts/2008998415895262?s=100001065095160&sfns=mo

https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9610000085141

http://wwf.panda.org/?296991/Thai%2DFisheries%2Din%2DGlobal%2DWeb

https://www.facebook.com/327186907332680/posts/1992259110825443?s=100001065095160&sfns=mo

http://www.onep.go.th/env_data/2019/4-มิถุนายน-2562-ชาวบ้านเกาะสา/

https://www.thairath.co.th/news/local/south/1341138

http://www.greennet.or.th/ธนาคารปูม้าชุมชนนวัตกร/

https://pantip.com/topic/33837109

https://www.fisheries.go.th/strategy/UserFiles/files/16-2-61.pdf

http://www.mahachaicabletv.com/ห้ามจับปูไข่นอกกระดอง/

https://www.fisheries.go.th/law/web2/images/Law_171/see/see3.pdf

https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_activities/1227/30290

https://mgronline.com/so

https://pixabay.com/photos/crab-beach-sand-macro-closeup-1990198/

ร่มธรรม ขำนุรักษ์
ร่มธรรม ขำนุรักษ์
นักเขียนจากเพจ Environman