ENVIRONMAN “จริยธรรมรักสิ่งแวดล้อมไม่ควรเป็นแค่เทรนด์ชั่วคราว”

แต่สิ่งๆ หนึ่งที่ผมไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับการสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วมันเป็นปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริงแล้ว โอเคบางอย่างมันเป็นเรื่องน่าเศร้า เรื่องสลดที่ต้องเกิดขึ้นก่อนที่เราจะตระหนักถึงมันหรือที่สำนวนเราเรียกง่ายๆ ว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาต้องให้มันเกิดขึ้นก่อน ต้องเห็นคนตาย ต้องเห็นสัตว์ตาย เราถึงจะตระหนักถึงมัน

นี่คือเสียงจากคุณ หวายร่มธรรม ขำนุรักษ์ กับประโยคเล่าความรู้สึกเบื้องหลังโพสมากมายบนเพจENVIRONMAN

เพจที่นำเสนอข่าวสารเรื่องสิ่งแวดล้อมมากมายที่อัพเดทอย่างทันท่วงที แต่ทว่าปริมาณข่าวที่ยิ่งมากเท่าไหร่นั้นก็ยิ่งสะท้อนถึงปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้นมากขึ้นเท่านั้น

ENVIRONMAN, THE MAN WHO TAKES CARE OF MOTHER NATURE

ตัวผมนั้นมาจากจังหวัดพัทลุงคุณหวายเล่าถึงจุดกำเนิดตัวเองจากแหล่งที่อยู่ที่อุดมด้วยธรรมชาติสีเขียวขจีพอๆ กับสีเขียวของแบนเนอร์เพจ และเริ่มตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมในวิชาพลเมือง TU 101 วิชาที่พาไปสำรวจบทบาทหน้าที่ของพลเมือง นั่นเป็นครั้งแรกที่จากบ้านป่าสู่การเห็นกองขยะใหญ่ในเมืองกรุงและยิ่งเห็นปัญหารูปธรรมของแหล่งที่อยู่เมื่อเขาได้ไปเรียนต่อที่ประเทศจีน เมืองแห่งอุตสาหกรรมที่เจริญก้าวหน้า แต่คุณภาพชีวิตผู้คนนั้นต้องทนทุกข์จากการหายใจเอาก๊าซพิษ

หวายชื่อของเขาก็มีที่มาจากพรรณไม้ เกิดที่พัทลุงอุดมด้วยป่าไม้และทะเลสาบ แถมยังมาอินจัดมากกกกับเรื่องรักษ์โลกแบบใช้ชีวิตแบบสร้างขยะให้น้อยจนมันอดถามแทนไม่ได้ว่าทามม้ายยย ทำไม ในสารพัดสารเพปัญหาในประเทศไทยที่ดูจะค้างคามะงุมมะงาหรากันไปมา เช่นเรื่อง ขจัดเผด็จการ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในสังคมประชาธิปไตย ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่คนยากจนก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินคนรวยก็ค้ำฟ้า ตลอดจนปัญหากระจัดกระจงกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทำไม ทำไมต้องมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมปกปักรักษาโลกด้วย?

คุณหวาย: “ผมว่ามันสำคัญสุดนะเพราะว่าโอเค ถ้าไม่มีโลก เรื่องอื่นก็คงแก้ไขไม่ได้นะครับ คือพอเรามองมันเป็นเรื่องไกลตัวเราจะเห็นได้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ถูกลืม ถูกไม่ให้ความสำคัญ ผมว่าหลายๆ ประเด็นที่การเมืองมีส่วนสำคัญทำให้เราไม่สามารถขับเคลื่อนได้นะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นจุดมุ่งหมายหนึ่งของเพจเราเหมือนกันที่เราอยากจะเตือนคนว่าต่อให้มันมีเรื่องอะไรก็ตามแต่คุณไม่ควรลืมเรื่องนี้นะครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่สำคัญพอๆ กับเรื่องการเมืองที่เราเกิดความขัดแย้งในปัจจุบันครับ

คำพูดคุณหวายที่ชวนให้ผู้เขียนคิดและชวนผู้อ่านสำรวจด้วยกับประเด็นสิ่งแวดล้อมนี้  กับเกือบห้าปีที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ไปโฟกัส โฟกัสถานการณ์ฉุกเฉินที่ลากพวกเรากลับไปทวงถามสิทธิเสรีภาพที่พวกเราพึงจะได้แค่เลือกตั้ง เราเสียเวลาที่มีค่าไปมากแค่ไหน เวลาในแบบโลกประชาธิปไตยที่ควรเอาไปพูดถึงผังเมืองที่ดีขึ้นไหม คุณภาพภายใต้แหล่งที่อยู่อาศัยของเราควรเป็นอย่างไร เวลาในนาฬิกาโลกประชาธิปไตยที่ควรพอแล้วไหมที่ต้องมาพูดเรื่องหนึ่งสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง พูดไปพูดมาพอรู้ตัวอีกทีก็ต้องโห่ร้องหาเสรีภาพท่ามกลางหมอกพิษ และกดรูปใบหน้าเศร้าๆ บนเฟซบุ๊คเมื่อเห็นหลอดพลาสติกทิ่มรูจมูกของเต่าทะเลหรือปลาวาฬตายด้วยพลาสติกเต็มท้องเพราะไทยติดท็อปอันดับหกของประเทศที่ห่วยแตกในเรื่องปล่อยพลาสติกลงทะเล นี่คือเวลามีค่าที่ถูกฆ่าไปกับยุคเผด็จการประชาธิปไตย

ก่อนหน้านี้เนี่ยเราเสียโอกาสที่จะพัฒนาเรื่องเหล่านี้เราควรทำตั้งนานแล้ว จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรรอให้มันเกิดปัญหาก่อนนะครับเกิดปัญหาร้ายแรงก่อนถึงจะมาเปลี่ยนแปลงมันหรือว่ามาแก้ไขมันนะครับ ซึ่งตัวผมเองมองว่ามาตรการภาครัฐต่อประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมควรจะเคร่งครัดและจริงจังกว่านี้

การได้มีชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีคือสิทธิที่สำคัญ

สิ่งแวดล้อมมันเป็นเรื่องสิทธิอย่างนึงนะครับ สิทธิของทุกๆ คนที่ควรจะต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ในอากาศที่ดี น้ำที่ดีครับ  ทั้งคนที่เกิดแล้ว ทั้งที่เป็นเด็กอยู่หรือว่าทั้งที่ยังไม่เกิดก็ตามนะครับ แต่ว่าการใช้ทรัพยากรของเราในปัจจุบันหรือว่าการผลิตหรือการอะไรก็ตามเนี่ยเรายังไม่ได้รับผิดชอบมันเท่าที่ควรหรือว่าเราไม่ได้คำนึงถึงคนรุ่นต่อไปเท่าที่ควรมันเลยเกิดปัญหาอย่างปัจจุบันนะครับ ซึ่งทำไมผมถึงบอกว่ามันสำคัญต่อต่อ Next Gen นะครับ

สิทธิในการมีชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดี

โลกใบนี้ที่ยังต้องเหลือไว้ให้คนยังไม่เกิด  ฟังแล้วก็อื้อหือออในใจยาวๆ ตอกย้ำให้ช้ำชอกเมื่อคิดถึงสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยเรา จริยธรรมสิ่งแวดล้อม หรือ Environment Ethics ที่กลุ่มเสรีนิยมทั่วโลกเขายกกันมาพูดในช่วงหลังในประเทศโลกที่หนึ่ง โลกที่เขาเป็นประชาธิปไตยแล้ว จนได้ใช้เวลาที่มีค่าไปผลักดันถิ่นที่อยู่ที่ชื่อว่าโลกให้มีคุณภาพเพื่อวันนี้และวันหน้า

มาสำรวจตัวเองว่าคุณนั้นมีจริยธรรมต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมแบบไหน

Q: จริยธรรมสิ่งแวดล้อม หรือ Enviroment Ethics  มันคืออะไร?

A:จริยธรรมสิ่งแวดล้อมเนี่ยคือมันเป็นการที่เราทุกคนในฐานะมนุษย์ต้องคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ มันเป็นมุมมองต่อโลก แบ่งออกได้เป็น 3 แบบ อันเรียกว่า Egocentric คือการที่เรามองว่าเราเป็นเจ้าของโลก โอเคถ้ามันเป็นโลก เราอยู่เหนือระบบนิเวศทั้งปวงนะครับ อยู่เหนือสัตว์ อยู่เหนือป่า อยู่เหนืออากาศ เราเป็นเจ้าของโลก โลกนี้เราจะทำอะไรกับมันก็ได้การมองแบบนี้เกิดปัญหามากมายในปัจจุบันที่เราเห็นอยู่ตอนนี้นะครับ ส่วน Homocentric การมีมุมมองว่าเราเนี่ยเป็นผู้ที่เกิดมาพิทักษ์โลก ก็คือเป็นฮีโร่ เกิดมาเพื่อพิทักษ์โลกนี้ให้มันคงอยู่นะครับ แบบนี้ก็คงจะมีปัญหาอีกเหมือนกันเพราะว่าเราคิดว่าเราเป็นส่วนสำคัญของโลกนี้ และ Ecocentric มองว่ามนุษย์เนี่ยเป็นแค่หน่วยเดียวของระบบนิเวศทั้งปวงนะครับ เราเนี่ยเท่ากันกับพืชหรือว่าน้ำอากาศหรือว่าทุกสิ่งทั้งปวงนะ เราเป็นแค่ส่วนหนึ่งนะครับ การมองโลกแบบนี้เนี่ยมันทำให้เราคำนึงถึงการใช้ทรัพยากร คำนึงถึงการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมหรือจะเป็นคนที่เราใช้ไปทั้งหมดนะครับ

Q: คิดว่าคนไทยส่วนมากมีจริยธรรมทางสิ่งแวดล้อมแบบไหนครับ?

A:ไม่มากก็น้อยเป็นผมว่าเป็น Homocentric ผมมองว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความคิดที่ดีต่อการพัฒนาบ้านเมืองนะครับต่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพราะเราจะเห็นได้จากการทำอาสาต่างๆ ที่ โอเค ไทยเป็นซุปเปอร์สตาร์การอาสาเลยก็ว่าได้นะครับ เป็นคนชอบทำกิจกรรมจิตอาสา แต่ก็มีด้วยแล้วก็หมดด้วยแล้วก็น้อยมากที่เราจะคำนึงถึงการเป็น Eco สันติ

Q: ปรากฎการณ์หนึ่งที่มีลักษณะเอาจริยธรรมสิ่งแวดล้อมมาบังหน้าเพียงเพื่อหวังการสร้างอัตลักษณ์ที่มีคุณธรรมจริยธรรม เช่น แสร้งแชร์รูปเต่าทะเลติดขยะ ปลาวาฬตายเพราะพลาสติก หมีขั้วโลกเดินร่อนเร่หาน้ำแข็ง แต่พฤติกรรมจริงๆ ต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นตรงกันข้าม คิดเห็นกับปรากฏการณ์แบบนี้อย่างไรครับ?

A:  ตอนนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเทรนด์นะครับ ไม่ว่าด้วยอะไรก็ตาม ไม่ว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงในช่วงนี้ อย่างนึงอย่างที่พี่บอกมาก็คือเรื่องขยะในทะเลนะครับโอเคเต่าตายหลอดเข้าไปติดในจมูก ปลาวาฬมีพลาสติกหนัก 40 กิโลอยู่ข้างใน หลายๆ อย่างนี้มันทำให้ตอนนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเทรนด์ ผมเนี่ยไม่อยากให้มันเป็นเทรนด์ที่มาแล้วก็จบไป ผมอยากให้มันอยู่ตลอดไปเพราะว่าจริงๆ แล้วจริยธรรมเรื่องสิ่งแวดล้อมเนี่ยหรือว่าการมองว่าเราเนี่ยเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโลกเนี่ยมันควรจะเป็นจริยธรรมพื้นฐานนะครับที่ทุกคนไม่ว่าเราจะเป็นในฐานะประชาชนทั่วไปนะครับในฐานะเอกชนหรือว่ารัฐเองควรคำนึงเรื่องนี้เป็นหลัก

แต่เอาเข้าจริงมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เรื่องสิ่งแวดล้อมถูกเห็นพ้องตรงกันในฐานะจริยธรรมของพลเมือง

แต่เอาเข้าจริงเช่นกันปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นเพียงแค่ตัวปัจเจกมันเล็กไปในการจะไปแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

อย่างน้อยสำนึกร่วมของพลเมืองควรเห็นพ้องต้องกันในการจริงจังกับปัญหานี้

ปัญหาที่ต้องพึ่งการจัดการที่ใหญ่กว่าการใช้ถุงผ้าหรือใช้หลอดไม้ไผ่แห้ง

ปัญหาที่ต้องพึ่งนโยบายของรัฐและการร่วมมือระดับนานาชาติ

ทีนี้ผมมองเชื่อมโยงกับโครงสร้างไหนบ้างนะครับ ผมมองว่ามันต้องเป็นระดับโลกที่แต่ละประเทศต้องทำร่วมกันนะครับ ควรจะมีประเด็นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ในทุกๆ การตัดสินใจหรือผิวๆ ในทุกๆ แผนงานหรืออะไรก็ตามนะ ผมยกตัวอย่าง ตอนนี้ผมจะชอบเริ่มต้นจากตัวเองเหมือนกัน ตอนแรกผมก็เชื่อว่าโอเคการเปลี่ยนโลกต้องเริ่มจากเปลี่ยนตัวเอง แต่ผมก็เข้าใจมากขึ้นนะครับการเปลี่ยนแปลงโลกในการรักษาสิ่งแวดล้อมสำคัญที่สุดต้องมาจากภาครัฐและเอกชนครับ

Q: ไหนๆ ก็พูดถึงบทบาทของรัฐว่าสำคัญแล้ว เราได้รัฐบาลชุดใหม่แล้ว ฝากเสียงถึงเขาหน่อย ในนามของ Environman อยากเห็นนโยบายอะไรจากรัฐบาลที่นำคณะโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (ปล. ผมก็ไม่คิดหรอกนะว่าเขาจะได้เข้ามาอ่าน 555)?

A:ถ้าผมอยากฝากนะครับ สำคัญที่สุดผมอยากให้รัฐบาลผลักดันให้เรื่องของภาวะโลกร้อนนะครับ หรือว่าสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นภาวะฉุกเฉินเพราะเรามองว่ามันไม่เป็นเรื่องฉุกเฉินเนี่ยเราก็ไม่เห็นความสำคัญของมันทันทีนะครับ ซึ่ง OK ถูกๆระดับไหนเนี่ยภาครัฐควรจะให้ความสำคัญกับมัน ผมอยากให้มีวิชาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้มากกว่านี้นะครับหรือว่าทางที่ดีควรเป็นวิชาบังคับก็ดีนะครับ เพราะว่าการให้ความรู้สำหรับเด็กตั้งแต่อายุน้อยเนี่ยมันเป็นความสำคัญที่ทำให้เขาได้เปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างนะครับ อีกเรื่องนึงก็คือเรื่องปัญหาขยะที่มันเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกมากๆ เราเห็นภูเขาขยะตามเกาะต่างๆ ตามแม่น้ำซึ่งมันน่าสลด ผมว่าอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาขยะตั้งแต่ต้นทางที่ผมได้กลับมา แล้วก็ปลายทางด้วยครับ

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ไทยเผชิญอยู่ตอนนี้
การแพทย์ก้าวหน้า คนตายช้า คนเกิดทุกวัน เมื่อคนมากขึ้นการใช้ทรัพยากรก็มากขึ้น
ก๊าซพิษ ขยะพลาสติก ป่าแหว่ง น้ำเน่า ทิ้งถุงยางอนามัยลงน้ำ โรงงานปล่อยน้ำเสียลงทะเล อื่นๆ มากมายก่ายกอง
หากจัดการไม่ดีปัญหาสิ่งแวดล้อมก็จะปรากฎให้เห็น

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในไทยแล้วก็ทั่วโลกเลยเนี่ยครับก็คือ หนึ่ง ประชากรที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้มีประชากรเพิ่มขึ้นตอนนี้ทั้งโลกมี 7.7 พันล้านคนเพิ่มขึ้นทั่วโลกแน่นอน แล้วก็สอง คือการคมนาคมที่เพิ่มขึ้นจากประชากรที่เพิ่มขึ้นนะครับ การต้องการพื้นที่ที่มากขึ้นหรือว่าการขาดพื้นที่มากขึ้นเพื่อทำที่อยู่อาศัยครับหรือว่าปศุสัตว์เกษตรกรรมหรืออะไรก็ตาม ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีอีกก็คือนโยบายจากภาครัฐ มาตรการภาครัฐที่ยังไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากพอครับ

Q: โรงงานอุตสาหกรรมในไทยล่ะ ?

A:ตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมมาเลย เราไม่ได้มองเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ ทำให้เรื่องการ รีคัฟเวอร์หรือว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมมันตามมาทีหลัง ซึ่งมาตรการภาครัฐเองเนี่ยก็ไม่มีการควบคุมเรื่องพวกนี้ที่เพียงพอตั้งแต่แรก ประเทศไทยตอนนี้เราพยายามผลักดันให้มีการลงทุนในประเทศมากขึ้นแต่เราไม่ได้คำนึงถึงมาตรฐานหรือว่าการควบคุมการปล่อยมลพิษออกมาของอุตสาหกรรมหรือว่าโรงงานต่างๆ ที่กำลังทำให้สิ่งแวดล้อมของเราพังอยู่ตอนนี้ครับ

“มันก็มีการบาลานซ์โดย Green Economy หรือว่าเศรษฐกิจสีเขียว ภาครัฐเองก็ต้องพยายามผลักดันนะครับ

Q: จากเงื่อนไขประเทศไทยส่วนตัวคุณหวายเห็นว่าโมเดลไหนเหมาะกับประเทศไทยบ้าง?

A:ผมจะพูดยกตัวอย่างบางประเด็นแล้วกันนะครับ เรื่องขยะเนี่ยต้องมีการจัดการตั้งแต่เรื่องของต้นทางแล้วก็เรื่องของปลายทาง การจัดการขยะต้นทางคือการพยายามลดการสร้างขยะ สอง เรื่องของการจุดห้ามทิ้ง เช่น จุดห้ามทิ้งสำหรับชายหาดหรืออะไรก็ตามที่เราสามารถลดจำนวนขยะที่ลงทะเลได้บางส่วน สาม เราควรจะผลักดันเรื่องการรีไซเคิลขยะให้ได้มากถึงมากที่สุดนะครับ ต่อไปคือเรื่องพื้นที่สีเขียวนะครับ เราควรจะจริงจังกับการตั้งมาตรฐานตั้งเป้าหมายว่าประเทศเราควรมีพื้นที่สีเขียวเท่าไหร่แล้วเราจะบรรลุเป้าหมายนั้นยังไง เราต้องมีมาตรฐานว่าพื้นที่สีเขียวไม่ควรลงไปต่ำกว่านี้ ซึ่งตอนนี้ในไทยเองก็ทำ คือจะมีมาตรการว่าเราต้องมีพื้นที่เขียวไม่ถึง 50% นะครับ ส่วนมาตรการของเรื่องอากาศนะครับแน่นอนต้องมีการผลักดันเรื่องพลังงานทดแทนเรื่องการคมนาคมควรผลักดันให้เป็นไฟฟ้ามากขึ้น รถสาธารณะควรครอบคลุมมากขึ้น และที่สำคัญมีราคาที่ถูกด้วยนะครับ เราเนี่ยติด 1 ในประเทศที่มีค่าพาหนะไฟฟ้าแพงที่สุด โมเดลที่ดีอันหนึ่งมีตัวอย่างในประเทศอังกฤษครับที่มีประกันให้ครัวเรือนมีแผงโซล่าเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อที่ผู้คนจะได้ขายพลังงานกลับมาให้ภาครัฐด้วยครับ

Q: เห็นพูดเรื่องถุงพลาสติก ปัจจุบันก็เริ่มมีแล้วในบรรจุภัณฑ์ที่ออร์แกนิกแต่ราคาแพง กลายเป็นว่าในเมื่อหนทางจะปฏิเสธพลาสติกนั้นมันต้องใช้เงินที่แพงกว่า มันสร้างความยากลำบากไหมสำหรับกลุ่มคนที่รายได้น้อยในการรณรงค์เกี่ยวกับสินค้าออร์แกนิกและบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายเร็วต่างๆ

A:ผมมองว่าถ้าเราผลิตในสเกลที่ใหญ่ได้มากขึ้น มีผู้คนหันมาใช้มากขึ้นหรือว่ารัฐสนับสนุนมากขึ้นต่อไปราคามันก็จะถูกลงนะครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมมองคือไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือว่าเป็นพลาสติกก็ตามถ้าเราใช้เกินประมาณมันก็เกิดปัญหาแบบเดียวกันอยู่ดี

พลาสติกเนี่ยไม่ใช่ผู้ร้ายถ้าเราจำกัดมันได้หมด พลาสติกมันคือของอุตสาหกรรมที่เราทำให้มันเกิดขึ้นมา มันเป็นมันเป็นสิ่งที่สะดวกสบาย เปลี่ยนแปลงรูปทรงง่ายๆ ใช้ได้ง่ายมากหนักเบา ทีนี้ปัญหาของมันคือมันย่อยสลายยากและนานครับ ที่ผมพูดว่ามันไม่ใช่ผู้ร้ายเนี่ยเพราะว่าถ้าพลาสติกเนี่ยสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หมดก็ไม่เป็นปัญหา

OK_123

Q: เห็นคุณหวายย้ำนะครับว่าจริยธรรมรักสิ่งแวดล้อมไม่ควรเป็นแค่เทรนด์ชั่วคราว เพราะประเด็นสิ่งแวดล้อมและการทำให้คนและชีวิตได้มีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพในปัจจุบันตลอดจนยังเหลือบ้านหลังนี้ไว้ให้คนและชีวิตอื่นๆ ในอนาคต และแน่นอนเพจ ENVIRONMAN ก็คงอยากเห็นข่าวดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อลดข่าวสิ่งแวดล้อมที่สลดแบบในปัจจุบัน กันไว้ดีกว่าแก้คงดีกว่าวัวหายแล้วล้อมคอก มันมีคำเตือนหรือการคาดการณ์ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตไหมครับ?

A: “ตอนนี้มีการเตือนมากมายถึงหายนะหรือว่าภัยพิบัติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นนะครับ มีการวิจัยว่าการจัดอัตราการลดลงของป่าไม้ในปัจจุบัน คงอีกไม่เกิน 100 ปี ป่าหมดโลกแน่นอนครับถ้าเรายังทำแบบนี้อยู่ และก็มีการออกมาเตือนว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าเนี่ยอุณหภูมิของโลกอาจจะขึ้นไปอีก 1.5 องศา อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอันนี้คือปัญหาหนักเลย น้ำท่วมโลก ภัยพิบัติ อากาศแปรปรวนต่างๆ นะครับ ปะการังตายหมดโลกหรืออะไรต่างๆ นานา

แล้วก็ยังมีการเตือนอีกว่าในปี 2050 ขยะพลาสติกในทะเลจะมากกว่าจำนวนปลาทั้งหมด ซึ่งการเตือนถึงอนาคตเหล่านี้เนี่ยมันทำให้เราก็ต้องมาคิดแล้วว่าการเดินแบบนี้มันหมายความว่าอะไร มันหมายความว่าพวกนี้แหละปัญหา พรุ่งนี้มันจะส่งผลและเป็นภาระต่อเน็ตเราแน่นอนถ้าเราไม่เริ่มแก้ไขตอนนี้ยังอย่างเร่งด่วนแล้วก็เคร่งครัดครับ

Q: คนรักษ์โลก = คนดัดจริต?

A: “จริงๆ โลกนี้มันมีมานานมากนะ มันมีมาเป็น 4,500 ล้านปี ผมชอบคำคำหนึ่งมากเขาบอกว่า

โลกไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์แต่มนุษย์จำเป็นต้องมีโลก

คำนี้มัน Impact ผมมากตรงที่เราควรจะเข้าใจว่า เค้าอยู่มาได้นะครับ แล้วก็อยู่อุดมสมบูรณ์มาตั้งนานแล้ว ทุกวันนี้คือผมอยากบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง ก็ยังจะย้ำอีกรอบนึงก็คือโลกไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์นะครับแต่มนุษย์จำเป็นต้องมีโลกและเรามีโลกนี้แค่เพียงใบเดียว”

Q: คำถามสุดท้าย คุยกันมานานแล้ว สิ่งแวดล้อม มันคืออะไรครับ?

A: “สิ่งแวดล้อมมันแปลว่าทุกๆ อย่างรอบตัวเรานะครับ คือทุกอย่างรอบตัวมนุษย์

แต่ผมมองว่ามันเห็นแก่ตัวไปหน่อยนึง คือเรามองว่าสิ่งแวดล้อมคือทุกอย่างรอบตัวแต่เราไม่รวมตัวเองเข้าไปด้วย

คืออันนี้เป็นปัญหา พอมองว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเราเนี่ย มันถูกมองเป็นเรื่องไกลตัวออกไปนะครับ

นี่ถึงเป็นที่มาว่าทำไมต้องเป็น Environ บวกกับ Man หรือว่าคนนะครับ

ซึ่งผมอยากให้ทุกๆ คนมองว่าสิ่งแวดล้อมกับมนุษย์นี้มันเป็นสิ่งเดียวกันนะครับ”