20 เทพเจ้ากรีกที่เป็น LGBT

- Advertisement -

ในตำนานนั้นมีความหลากหลายทางเพศ – 20 เทพเจ้ากรีกที่เป็น LGBT

ก่อนจะเกิดคำว่า “Gay” และ “LGBT” ในโลกใบนี้ ความสัมพันธ์เชิงความรู้สึกและเพศสัมพันธุ์ทางเพศระหว่างเพศเดียวกันนั้นมีมาอย่างช้านานและเมื่อพูดถึงแนวความคิดที่ว่า “การเปิดใจรับความหลากหลายทางเพศคือความก้าวหน้าของอารยธรรม” ซึ่งเมื่อย้อนไปดูวัฒนธรรมของกรีกในอดีตหรือไปอ่านเทพปกรณัมกรีกแล้วนั้นจะพบว่ามีการยอมรับคนรักเพศเดียวกันในเอเธนส์โบราณมากกว่ายุคหลังการเกิดศาสนาต่างๆ ของโลกปัจจุบันเสียอีกพิสูจน์จากการสถาปนาเพศให้บรรดาทวยเทพและหรือกลุ่มกึ่งเทวาว่าเป็น LGBT

อ้างอิง
Pride: https://bit.ly/2VGf0DT
Out: https://bit.ly/2w6ZxTh
Advocate: https://bit.ly/2HrVlDS
กดไลค์เราเพื่อติดตามข่าวสาร LGBT : https://www.facebook.com/showyourspectrum/
และพบกับเว็บไซต์ของพวกเราเร็วๆนี้ ?
#SPECTRUM #SHOWYOURSPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -

1. Achilles (อคิลลิส)
วีรบุรุษกรีก “อคิลลิส” ผู้มีความแข็งแกร่งทั่วทั้งร่างกายแต่ยกเว้นจุดอ่อนตรงข้อเท้า บุรุษนักรบชายชาตรีที่ยังมีบุรุษอีกคนที่ถือถือโล่ฝ่าฟันกำแพงความโรแมนติกของอคิลลิสได้
นั่นคือ “เปโตรคัส” และถึงแม้โฮเมอร์ (ผู้เขียน) จะไม่เคยอธิบายความสัมพันธ์เชิงเกย์อย่างละเอียดระหว่างทั้งสองคน แต่นักปราชญ์หลายท่านก็วิเคราะห์ไว้ว่ามีนัยยะแห่งความโรแมนติกระหว่างทั้งคู่ อย่างเช่นว่า มีแต่เปโตรคัสเท่านั้นที่ทำให้อคิลลิสที่เป็นนักรบห้าวหาญแสดงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจออกมาได้ และเมื่อเปโตรคัสสิ้นใจด้วยน้ำมือของเจ้าชายเฮกเตอร์แห่งทรอย อคิลลิสก็อาละวาดฆ่าเฮกเตอร์แล้วลากร่างของเขาไปรอบเมือง และยังมีตำนานอีกบทหนึ่งที่เล่าด้วยว่า อคิลลิสเคยตื่นตะลึงไปกับความงดงามของ “ทรอลิอุส” เจ้าชายทรอยอีกองค์หนึ่งด้วย

2. Zeus (ซูส)
เทพเจ้าที่มีนิสียเจ้าชู้ผู้มาพร้อมสายฟ้า ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของเด็กกึ่งเทพมากมายจนได้ชื่อว่าเป็นเทพบิดรของเทวาทั้งหลาย ทวยเทพทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะมีซูส แม้จะมีความสามารถในการผลิตลูกกับหญิงมากหน้าหลายตา แต่ตำนานของซูสยังมีความถูกดึงดูดจากเพศเดียวกันด้วยโดยเฉพาะกับเด็กหนุ่ม ในตำนาน ซูสเลือกเด็กหนุ่ม “แกนีมีด” มาเป็นผู้ถือถ้วยบนเทือกเขาโอลิมปัส ลักษณะความสัมพันธ์นี้คือพื้นฐานของประเพณีการมีเซ็กซ์กับเด็กชายวัยรุ่นที่เป็นความนิยมในหมู่บุรุษกรีกยุคนั้น

3. Narcissus (นาร์ซิสซัส)
หลายคนคงรู้จักศัพท์คำว่า Narcissistic (adj.) คำวิเศษณ์บรรยายคนที่มีลักษณะหลงตัวเอง “นาร์ซิสซัส” มีชื่อเสียงในเรื่องหลงรูปตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เป็นบุตรของนางไม้กับเทพแห่งแม่น้ำ นาร์ซิสซัสจะจ้องมองเงาของตัวเองเสมอๆ จนวันสุดท้ายของชีวิต แต่ว่าชายคนแรกที่เขาชื่นชมหาใช่ตนเองไม่ ตำนานสืบย้อนไปในแหล่งกำเนิดที่โบเทียและพบว่านาร์ซิสซัสมีความสัมพันธ์กับ “อมีเนียส์” ชายผู้ที่หลงรักเขา แต่พอนาร์ซิสซัสเบื่อก็ส่งดาบให้เป็นการจูบลาและอมีเนียส์ก็ฆ่าตัวตายเนื่องจากหัวใจสลาย

4. Apollo (อพอลโล) 
เทพแห่งอาทิตย์ เทพเจ้าหนึ่งในองค์สำคัญที่สุดในวรรณกรรมทั้งมวล เป็นเทพที่ค่อนข้างรักสนุก นอกจากเที่ยวไปมีสัมพันธ์กับเหล่านางไม้ ยังเป็นคนรักของเจ้าชาย “มาซีโดเนียไฮยาคินธอส” ที่สิ้นพระชนม์เพราะถูกขว้างด้วยจักร จากนั้นเทพเจ้าจึงเสกให้เป็นดอก “ไฮยาซินธ์” โดยหนังสือซูโด-อพอลโลดอรัสยังกล่าวด้วยว่า อพอลโลเคยคบกับ “ธาไมริส” นักร้องธราเชี่ยน นับเป็นชาย-ชายคู่แรกในประวัติศาสตร์ และอพอลโลยังเคยมีความสัมพันธ์กับ “ไฮเมน” รูปหล่อเทพแห่งการสมรสอีกด้วย

5. Laius (ไลอัส)
ยูริพีเดสนักเขียนได้บันทึกถึงเรื่องราวการข่มขืนระหว่างชายและชายไว้ในตำนาน โดย ไลอัส ผู้ฝึกสอนการขี่รถลากให้กับ “Chrysippus (คริสซิปปุส)” วีรบุรุษพีโลพอนนีเชี่ยนผู้สูงส่งกำลังจะไปแข่งขันในนีมีนเกมแต่ถูก “ไลอัส”ลักพาตัวเขาไปข่มขืนทำให้เมืองธีบส์นั้นถูกสาป

6. Hermes (เฮอร์มีส)
เอกลักษณ์เด่นคือเป็นผู้ที่มีปีกที่ส้นเท้าทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้าและเขาได้ชื่อว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับชายหลายคน ตำนานไฮยาซินธ์อีกสำนวนหนึ่งเล่าว่า “โครคัส“ คนรักของเฮอร์มีสถูกฆ่าด้วยจักรที่เทพขว้างมา ก่อนจะเสกให้เป็นดอกไม้ โดยตำนานบางบทกล่าวถึงความสัมพันธ์โรแมนติกระหว่างเฮอร์มีสกับเทพ “เพอร์ซีอุส” บุตรชายคนหนึ่งของเทพซูส แต่บางตำนานก็บอกว่าเป็นคู่รักคนโปรดของเทพเจ้าแห่งความเร็ว

7. Pan (แพน)
แพนเป็นเทพเจ้าแห่งคนเลี้ยงแกะและฝูงแกะ ป่าเขา การล่าสัตว์ และดนตรีพื้นเมือง
ตำนานและผลงานศิลปะเชื่อมโยงเขากับ “แดฟนิส” เด็กชายเลี้ยงแกะบนภูเขาตลอดจนแพนมักจะปรากฏเป็นรูปสลักกำลังไล่ตามทั้งหญิงและชายโดยมีเครื่องเพศตื่นตัวและอัณฑะขนาดใหญ่ ครึ่งคน ครึ่งแพะ และเป็น Bisexual

8. Dionysus (ไดโอนีซุส)
ไดโอนีซุส เป็นเทพเจ้าแห่งไวน์ และยังเป็นเทพแห่งอินเตอร์เซ็กส์รวมถึงชาวทรานส์เจนเดอร์ด้วย เพราะเขาเป็นคู่รักชายของเทพหลายองค์ รวมถึง “เซเทอร์แอมพีลอส” และ “อโดนิส” ผู้ที่หล่อเหลาเป็นที่เลื่องลือ

9. Heracles (เฮราคลีส)
เทพองค์นี้มีคู่รักชายหลายคน เช่น “แอพดีรอส” ที่เลี้ยงนางม้ากินคนของดิโอมีเดสให้เฮราคลีส , ไฮลาส เป็นคู่รักอีกคนของเฮราคลีสตอนล่องเรืออาร์โก ไฮลาสถูกนางไม้ไมเซียลักพาตัวไป และโลลาอุส ที่ใช้ไฟจี้ช่วยเฮราคลีสสู้กับไฮดรา ตอนที่เฮราคลีสตัดหัวทั้งหลายของไฮดรา ความสัมพันธ์กับโลลาอุสเป็นที่ยกย่องในเมืองธีบส์ ที่คู่รักชาย “แลกเปลี่ยนคำสัญญาและปฏิญาณต่อคนรักที่หลุมฝังศพของเขา” อ้างอิงจากนักประวัติศาสตร์หลุยส์ ครอมพ์ตัน

10. Poseidon (โพไซดอน)
เทพพิทักษณ์น่านน้ำมหาสมุทร ผู้ที่ถูกอ้างถึงจากตำนานเฟิร์สท์โอลิมเปียนโอดีว่าเคยได้ “ของขวัญแสนหวาน” จาก “พินดาร์ พีลอพส์” กษัตริย์แห่งปิซ่าของขวัญที่ให้โพไซดอนที่พาเขาไปโอลิมปัสและฝึกขับรถศึกศักดิ์สิทธิ์ นักวิจารณ์บอกเป็นการเปรียบเปรยแสดงถึงสัมพันธ์รักตลอดจนฉายาของโพไซดอนเองที่ว่า “ผู้กำราบม้า” (Tamer of Horses)

11 . Orpheus (ออร์ฟีอุส)
ชายผู้เป็นตำนานกวีและนักดนตรีที่โด่งดังจากเรื่องราวการเดินทางสู่ใต้พิภพเพื่อช่วยยูรีไดซ์ภรรยาของเขา เขารักภรรยามากแต่เมื่อภรรยาตายไปหัวใจเขาแหลกสลาย เล่นแต่เพลงเศ้รา ตามที่เล่าไว้ในโอวิด เขาไม่มีคนรักหญิงอีกเลยหลังจากนั้น แต่ไปรักชายหนุ่มอื่นๆ ในเมืองเธรส

12. Hermaphroditus (เฮอร์มาโฟรไดตัส) 
อาจถือได้ว่า “เฮอร์มาโฟรไดตัส” เป็นอินเตอร์เซ็กส์คนแรกที่ปรากฏในงานวรรณกรรม 
ที่จริงแล้วเขาเคยเกิดเป็นบุรุษเพสโดยสมบูรณ์ โดยเป็นบุตรแห่งเฮอร์มีสกับอะโฟรไดท์เทพีแห่งความรัก แต่ครั้งหนึ่งไปลงเล่นน้ำพุ ที่อยู่ของนางอัปสรชื่อ “ซาลมากิส” นางลุ่มหลงในเฮอร์มาโฟรไดตัส แต่เขาไม่สนนางจึงกระโดดก่อนแน่นชิดพร้อมขอพรให้ทวยเทพสมหวังให้รัก แต่เทพดันให้ความรักที่แน่นแฟ้นทำให้ร่างทั้งสองรวมเป็นหนึ่งคน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “Hermaphrodite” หรือ “กะเทย”

13. Callisto (คัลลิสโต)
เธอคือนางไม้ผู้ที่สาบานตนเป็นพรหมจารีและไม่มีชายใดจะล่อลวงได้แม้แต่เทพซูส แต่เมื่อซูสแปลงมาเป็น “อาร์ทีมิส” เทพีแห่งดวงจันทร์ คัลลิสโตกลับถูกดึงดูดเข้าสู่อ้อมกอดและตกเป็นของซูส หลังจากตัวเองรู้ความจริง คัลลิสโต้ก็กลายร่างเป็นหมีก่อนจะคลอดบุครชื่อ “อาร์คัส” ต่อมาคัลลิสโต้กับอาร์คัสกลายเป็นดวงดาวในกลุ่มเออร์ซา เมเจอร์และเออร์ซาไมเนอร์

14. Artemis (อาร์ทีมิส)
ผู้เป็นน้องสาวฝาแฝดของเทพอพอลโล เป็นเทพีแห่งจันทราปกครองช่วงเวลากลางคืน 
มีนิสัยบู๊ๆ รักการผจญภัย รักการล่าสัตว์ มีบันทึกไว้ถึงการไว้พรหมจารีไม่มีเซ็กส์ และบ้างถูกบันทึกว่าเป็นเลสเบี้ยนกับเหล่านางไม้รวมทั้งเทพีอื่น เช่น ไซรีน, แอตาแลนต้า และ แอนติคลีอา เป็นต้น

15. The Amazons (เหล่าอเมซอน)
เผ่านักรบสตรีที่มีตำนานว่าอยู่ในสังคมปราศจากผู้ชาย สถานที่ที่ซึ่งผู้หญิงจะไปมีเซ็กส์กับผู้ชายเพียงปีละหนึ่งหรือสองครั้งเพื่อสืบพันธุ์ โดยหาจับทาสผู้ชายมาจากหมู่บ้านใกล้ๆ หรือเป็นเชลยสงคราม นักวิชาการหลายคนลงความเห็นว่าพวกนางอาจเป็นเลสเบี้ยน แต่นั่นก็เป็นเพียงจินตนาการของคนยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม มีงานศิลปะจากยุคนั้นที่แสดงภาพ “ราชินีอเมซอนเนี่ยนเพนธีซิเลีย” รับของขวัญแทนความรักจากพรานหญิง “ธราเชี่ยน”

16. Teiresias (เธเรเซียส)
เขาคือปราชญ์นักพยากรตาบอดของอพอลโล มีชื่อเสียงในเทพปกรณัมกรีกเพราะกลายร่างจากชายเป็นหญิงได้ถึงเจ็ดปี ระหว่างที่เป็นหญิง เธเรเซียสเป็นนักบวชของเฮรา แต่งงาน และมีลูก ตามบันทึกของเฮซิออด เรื่องนี้นั้นอาจถือเป็นเรื่องราวของทรานส์เจนเดอร์ดั้งเดิมที่สุดก็ได้ในวรรณกรรม และเมื่อหลังเทพเจ้าเปลี่ยนให้เขากลับเป็นชายแล้ว ซูสถามว่าชายหรือหญิงชอบเซ็กส์มากกว่ากัน เธเรเซียสเปิดเผยว่าเซ็กส์ของผู้หญิงดีกว่าชายสิบเท่า เฮราจึงสาปให้เธเรเซียสตาบอด

17. Athena (อธีน่า)
เทพีแห่งความเฉลียวฉลาดผู้ปกป้องเอเธนส์ เธอเป็นพรหมจารีในแทบทุกตำนานแต่เคยแสดงความสนใจในตัวตน “มายร์เม็กซ์” แต่สุดท้ายจบไม่สวยเมื่อมายร์เม็กซ์โกหกอ้างว่าคิดค้นคันไถ ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของเทพีอธีน่าเอง เทพีจึงสาปนางให้กลายเป็นมด

18. Aphrodite (อะโฟร์ไดท์)
เทพีแห่งความรักไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นเลสเบี้ยน แต่กวีเลสโบ้กรีกแซฟโฟ ขับขานเรื่องราวโฮโมอีโรติกและยกย่องให้อะโฟร์ไดท์เป็นผู้อุปถัมภ์เลสเบี้ยนกับโฮโมเซ็กชวล ในหมู่เทพผู้คุ้มครองของกรีก

19. Eros (อีรอส)
ตามตำนานที่รู้กันทั่วไปว่าอีรอส โอรสของอะโฟรไดท์เป็นเทพแห่งการแพร่พันธุ์ นิยมแสดงในรูปคิวปิดซึ่งเป็นเทวดาโรมัน และต่อมา ตำนานกรีกเสนอภาพอีรอสเป็นอีโรเตสมีปีก ผู้เป็นคนคุ้มครองวัฒนธรรมโฮโมเซ็กชวล จากผลการวิจัยทางวิชาการในหมู่ผู้หญิง ชื่อ “จากโฮโมโซเชี่ยลสู่โฮโมอีโรติกในโลกยุคโบราณ”

20. Isis (ไอซิส)
เทพีอียิปต์ที่ชาวกรีกนับถือ และเรื่องลือในการแก้ปัญหาเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศในยุคนั้น
จากเหตุการณ์ที่ว่า “ไอซิส” ตัวละครในตำนานผู้ที่เกิดมาเป็นผู้หญิงแต่แม่กลับเลี้ยงให้เป็นชายเพราะพ่อไอซิสนั้นอยากได้ลูกเป็นผู้ชายเพื่อเป็นทายาท แต่ต่อมาไอซิสก็ไปหลงรัก
กับหญิงสาวชื่อ “แลนธี” และได้หมั้นหมายกันและก่อนแต่งงาน ไอซิสไปอธิษฐานที่เทวสถานของไอซิสเพื่อขอพรถึงทางออก แล้วในที่สุดเธอก็กลายเป็นชาย เรื่องนี้อาจจะจบด้วยรักระหว่างเพศแต่ถือได้ว่าแสดงคอนเซ็ปต์ของเรื่องที่ว่าด้วยเรื่องการทรานส์ อัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศ และ การแสดงออกทางเพศ

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน