อย่าเมคอัพแบบนั้น อย่าใส่รองเท้าแบบนี้ แล้วต้องแต่งตัวแบบไหนถึงจะไม่ท้าทายอำนาจชายผู้เป็นใหญ่ในที่ทำงาน

- Advertisement -

เช็คด่วน! คุณกำลังทำให้ตัวเองเสี่ยงไม่เติบโตในหน้าที่การงานหรือไม่?

- Advertisement -

“ไม่ไหวหรอก ฉันจะไม่ยอมออกจากบ้านถ้าไม่รู้สึกสวย”

“เห็นด้วยมาก ๆ ฉันใส่ชุดผู้ชายไปทำงานตลอด ให้พวกเขาแน่ใจว่าเราเป็นพวกเดียวกัน”

“น่าจะเห็นคำแนะนำพวกนี้ก่อน เรื่องพวกนี้แหละที่ทำให้ฉันเสียงานไป”

“นี่มันน่าเศร้ามาก ๆ เลย”

#corporatelife เป็นแฮชแท็กที่ชาว Tiktok เข้ามาแชร์ประสบการณ์ทำงานในแต่ละอาชีพ หนึ่งในคอนเทนต์ที่พบได้มากที่สุดคือการ ‘เอาตัวรอด’ อย่างไรในสถานที่ทำงานที่ปกคลุมด้วยพลังงานชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงและเควียร์ใช้แฮชแท็กนี้เป็นช่องทางในการส่งต่อกลเม็ดเคล็ดลับในการหาทางทำให้ชีวิตทำงานผ่านไปได้อย่างราบรื่นที่สุด ไม่ว่าคำว่าราบรื่นนั้นถูกจำกัดความอย่างไร บางคนตั้งใจประกาศจุดยืนต่อสู้เพื่อคนรุ่นหลัง บางคนขออยู่เงียบ ๆ ใช้ชีวิตให้สบายใจสุดเท่าที่ทำได้ และหลายคนพยายามหาทางตรงกลางเพื่อให้ชีวิตวัยทำงานผ่านไปได้อย่างไม่โหดร้ายนัก 

#SPECTROGRAM: : อย่าเมคอัพแบบนั้น อย่าใส่รองเท้าแบบนี้ แล้วต้องแต่งตัวแบบไหนถึงจะไม่ท้าทายอำนาจชายผู้เป็นใหญ่ในที่ทำงาน


“ถ้าคุณอายุน้อยและหน้าตาดี คุณไม่อยากทำข้อผิดพลาดเหล่านี้ในที่ทำงานแน่” คือประโยคเกริ่นนำของ TikTok ที่ไวรัลไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา วิดีโอนี้มียอดผู้เข้าชมกว่า 1.4 ล้าน และเกิดเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นออนไลน์เรื่องการแต่งหน้า ทำผม เลือกเสื้อผ้า ไปจนถึงการวางตัวของผู้หญิงและเควียร์ที่ทำงานในสายงานที่ผู้ชายเป็นใหญ่ เอเวอร์รี (Avery) เจ้าของคอนเทนต์นี้เล่าว่าเธอรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์ทำงานในวงการกฎหมาย 4 ปีมาเพื่อแนะนำการเอาตัวรอดจากสายงานชายเป็นใหญ่ ไม่ให้ใครต้องเผลอทำ ‘ข้อผิดพลาด’ ที่อาจขัดขวางการเติบโตในหน้าที่การงาน เนื้อหาในวิดีโอแนะนำให้ผู้หญิงหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าจัด ใส่เสื้อผ้าแฟชั่นจ๋าสะดุดตา และบอกลารองเท้าส้นสูงไปได้เลย เธอให้เหตุผลหลักไว้ 4 ประการว่า อย่างแรกเพราะไม่อยากให้โดนเขม่นจากผู้หญิงคนอื่นในที่ทำงานที่พอมีผู้หญิงน้อยมาก ก็ทำให้พวกเธอรู้สึกว่าต้องช่วงชิงพื้นที่กันเอง ประเด็นต่อมาคือไม่อยากให้พวกผู้ชายเสียสมาธิจากเสื้อผ้าหน้าผม รวมไปถึงกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง อีกอย่างคือถ้าผู้หญิงจะทั้งสวยทั้งฉลาด ก็อาจจะข่มขวัญผู้ชายเกินไปหน่อย ต้องแกล้งไม่รู้บ้าง อย่าเพอร์เฟ็กต์เกินไป และประเด็นสุดท้ายเธอเตือนว่าถ้าสวยสะดุดตาจนมีรุ่นพี่หรือหัวหน้าเข้ามาจีบแล้วโดนปฏิเสธไป ก็อาจทำให้ผู้หญิงเสี่ยงต่อการพลาดโอกาสสำคัญในการเข้าร่วมโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจหรือโอกาสเรียนรู้งานต่าง ๆ ได้ เพราะพวกผู้ชายคงอับอายเกินกว่าจะมาชวนคนที่ปฏิเสธพวกเขาน่ะนะ โดยสรุปแล้วข้อแนะนำของเธอคือให้ลดความเฉิดฉายลงหน่อยเพื่อให้ความเฉลียวฉลาดกลายเป็นคุณสมบัติเด่น ซึ่งสำคัญมากหากต้องการมีที่ทางในสายงานที่ผู้หญิงเป็นประชากรส่วนน้อย เอเวอร์รีกล่าวว่าข้อแนะนำของเธออาจมีทั้งคนเห็นด้วยและขัดแย้ง และเป็นจริงเช่นนั้น คอมเมนต์ในวิดีโอดังกล่าวมีผู้หญิงและเควียร์ที่แชร์ประสบการณ์เคยไม่ถูกมอง  ไม่ถูกให้ความสำคัญ จนกระทั่งเธอเปลี่ยนไปใส่สูท และปรับพฤติกรรมให้เหมือน ๆ กับพวกผู้ชาย บางคนเล่าว่าการแต่งตัวเรียบ ๆ ก็เป็นเรื่องต้องทำอยู่แล้วนี่นา และความเห็นส่วนหนึ่งค้านว่ายิ่งยอมทำตามกฎเกณฑ์บิดเบี้ยวเหล่านี้พวกเรายิ่งไม่มีเสรีในการเป็นตัวเอง

ข้อถกเถียงและคำแนะนำ ‘การเอาตัวรอด’ ในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อเข้าไปใน #corporatelife ก็พบว่ามีครีเอเตอร์จำนวนมากบอกเล่าประสบการณ์หาที่ทางให้ตัวเองในสายงานชายเป็นใหญ่ พื้นที่ที่ผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศมีฐานะเป็น ‘คนอื่น’ ผู้ย่างกรายเข้าไปในอาณาจักรที่ยึดครองโดย cismen (ผู้ชายที่เกิดมาพร้อมเพศกำหนดชาย) ผู้หญิงที่ทำงานในอาชีพที่เพื่อนร่วมงานส่วนมากเป็นผู้ชายมักรู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุน ถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ และรู้สึกไร้สิทธิเสียง คล้ายคลึงกับสถานการณ์ของคนข้ามเพศที่กว่า 43% รู้สึกว่าบรรยากาศที่ทำงานไม่ต้อนรับคนข้ามเพศ หลายบริษัทไม่มีนโยบายต่อต้านการเหยียดเพศด้วยซ้ำ คนข้ามเพศเล่าว่าการหางานไปเป็นไปอย่างยากลำบาก เมื่อได้งานก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ และคนข้ามเพศ 65% ต้องซ่อนอัตลักษณ์เพื่อป้องกันการถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน 

Spectrum ชวนพวกเราเหล่า ‘คนอื่น’ มาทำเล่นเกมส์ไวบ์นิตยสารขวัญใจชาวออฟฟิศ มาลุ้นกันว่าเราเป็นคนแบบไหนในที่ทำงาน? เป็นนักสู้จี๊ดจ๊าดประกาศจุดยืน เป็นคนเงียบ ๆ ไม่สุงสิงกับใคร หรือเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลที่ปรับตัวได้แบบเริ่ช ๆ แต่ขอย้ำข้อความสำคัญไว้ตรงนี้ว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เลือกปฏิบัติตัวแบบไหนในออฟฟิศที่ซึ่งรู้สึกราวกับไม่ใช่ที่ทางของเรา ก็ไม่มีประเด็นไหนให้ต้องขุ่นใจทั้งนั้น เพราะที่สุดแล้วเราต่างก็ทำสิ่งที่ต้องทำเพื่อเอาตัวรอดไปอีกวัน และอีกวัน ในพื้นที่ซึ่งคาดหวังว่าวันหนึ่งความแตกต่างหลากหลายกลายเป็นกระแสหลัก

#คุณเอาตัวรอดอย่างไรในพื้นที่ของชายแทร่

คุณคือนักสู้จี๊ดจ๊าดประกาศจุดยืน: คุณไม่กลัวที่จะเฉิดฉาย การแสดงออกของคุณไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้า ผม ล้วนแสดงจุดยืนของตัวเอง 

คุณเชื่อว่าการจะได้รับความเคารพในที่ทำงานมาจากความชัดเจนในการแสดงตัวตนและจุดยืน คุณเห็นด้วยเรื่องการเป็นมืออาชีพในที่ทำงาน แต่การแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพไม่ได้มีแค่การแต่งตัวให้ ‘เหมาะสม’ ตามที่เขากำหนดกันมา การเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้สำหรับคุณ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่ยอมเลยสักเรื่อง คุณถอยเท่าที่เห็นควร ในประเด็นที่รับได้เท่านั้น และที่ยอมไม่ได้เด็ดขาดคือการถูกเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอคติที่เกี่ยวกับลักษณะภายนอก เรื่องส่วนตัว หรือการยืนหยัดชัดเจนในความเชื่อของตัวเอง รวมถึงอัตลักษณ์และเพศวิถี

คุณคือคนคูล ๆ นิ่ง ๆ ไม่สุงสิงกับใคร: คุณมีจุดยืนเป็นของตัวเองชัดเจน แต่ถ้าเลือกได้ก็ขออยู่เงียบ ๆ Low Profile ดีกว่าเพื่อความสงบของจิตใจ คุณทำงานแบบมืออาชีพ ด้วยฐานคิดว่าการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดโดยพยายามมีความผูกพันส่วนตัวกับเพื่อนร่วมงานให้น้อยที่สุด เพราะเชื่อว่าเราสามารถทำงานให้ดีได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวค้ำจุน คุณพยายามสงบปากสงบคำแม้ต้องทนกับความเป็นชายที่ท็อกซิก หรืออาจมีเรื่องที่ต้องยอมถอยบ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่การไม่ต้องสุงสิงกับใครไม่ว่าจะทางไหนก็อาจทำให้ชีวิตละวันในที่ทำงานผ่านไปได้ง่ายขึ้น 

คุณคือคนอยู่เป็น เน้นปรับตัว: กลยุทธ์ของคุณคือการหลิ่วตาตามเมื่อเข้าเมืองตาหลิ่ว ไม่ใช่ไม่มีหลักการที่ยึดมั่น แต่คุณมองว่าถ้าอยากอยู่รอดก็ต้องยอม ๆ บ้างเพื่อให้การทำงานและชีวิตในออฟฟิศราบลื่น ในเมื่อมีคนเป็นใหญ่อยู่แล้วในออฟฟิศจะไปแข็งขืนก็คงลำบากไม่น้อย หากจะต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้บ้างบางเรื่อง เว้นพื้นที่ไว้ให้พวกชอบสอนได้แสดงความสามารถบ้างก็คงไม่เป็นไร หากนั่นแลกมากับความช่วยเหลือในที่ทำงาน หรือโอกาสในการได้ทำโปรเจ็กตืเจ๋ง ๆ เอารอดไว้สู้ต่อไปในภายภาคหน้าที่ความเท่าเทียมหลากหลายกลายเป็นใหญ่แล้วอาจดีกว่า

อาจไม่มีสูตรสำเร็จเคล็ดลับใดที่แนะนำได้ชัดว่าพวกเราต้องทำแบบไหน ต้องเอาตัวรอดอย่างไรจากที่ทำงานที่ ‘ความเป็นชาย’ ปกครองพื้นที่แน่นหนา คงเป็นเราเองที่รู้ว่าวันไหนต้องปรับตัวอย่างไร ประเด็นไหนต้องสู้ ประเด็ไหนต้องอ่อน และเมื่อไหร่ที่ต้องล่าถอย เพื่อเก็บเรี่ยวแรงไว้ใช้ชีวิตต่อไปในสังคมที่ถูกยึดครองไว้ด้วยระบบชายเป็นใหญ่เข้มข้นไม่น้อยกว่าที่ทำงาน

#corporatelife  #prettyprivilegeexists #careeradvice #WomenInSTEM #QueerInStem

Content by Ms. Chapman

Graphic by 7pxxch

อ้างอิง

#corporatelife: https://bit.ly/46DH1k4

Forbes: https://bit.ly/46G5Lbv

Itsgivingavery: https://bit.ly/3uCIDgS

Lancashire Telegraph: https://bit.ly/3RmAPZq

MsKinsey & Company: https://mck.co/413mAMh

Pink News: https://bit.ly/47yNJcl

#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

“กรุณาแสดงความเห็นอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ ทีมงานสงวนสิทธิ์ในการลบหรือดำเนินการตามสมควร กับความเห็นที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) หรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น”

- Advertisement -
Ms.Chapman
Ms.Chapman
a senior baby girl