10 หนังสือตีแผ่อุตสาหกรรมเพศ เรื่องเล่าจากเสียง ‘Sex Worker’

- Advertisement -

Sexology: รู้ไหมว่าตอนนี้อุตสาหกรรมทางเพศ (Sex Industry) ในไทยย่ำแย่มาก โดยเฉพาะผลกระทบจากโควิด-19 โดยการสำรวจที่ตีพิมพ์ในวารสารสาธารณสุขเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ WHO ในเดือน ก.ย. 2020 พบว่าผู้ค้าบริการทางเพศ 91% ตกงานและไม่มีรายได้ อีก 75% ไม่มีเงินพอจะกินข้าว และอีก 18% ต้องกลายเป็นคนไร้บ้านอีกด้วย

หลายปีก่อนในครั้งที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศมีจำนวนมาก เราเคยได้ยินเสียงจากพนักงานบริการข้ามเพศคนหนึ่งว่า “ทำงานที่นี่เก็บเงินได้มากกว่าใช้วุฒิ ตอนเราจบมาตกงานก็มีคนแนะนำให้มาทำที่นี่ ทำแล้วช่วงลูกค้าเยอะก็เก็บเงินได้เป็นแสนๆ” เธอคนนี้ก็เป็นชนชั้นกลางกทม.ที่เรียนจบป.ตรีเหมือนกับหลายๆ คนที่อาจอ่านอยู่ แต่เธอก็เลือกทางนี้ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ

ในปี 2014 โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ได้ประเมินเอาไว้ว่า ร้อยละ 10 ของรายได้ที่ประเทศไทยได้จากภาคการท่องเที่ยว มาจากธุรกิจบริการทางเพศ รวมถึงในปี 2015 มีผู้คาดการณ์ว่าเงินสะพัดในอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าถึงเกือบ 2 แสนล้านบาทต่อปี ทว่าผู้ค้าบริการทางเพศก็ยังถูกมองว่าเป็นอาชญากรอยู่ดี กฎหมายนั้นกลายเป็นช่องโหว่ให้ตำรวจขูดรีดคนกลุ่มนี้ และพวกเขาไม่ได้รับการคุ้มครองและสวัสดิการแรงงานเหมือนคนอื่น

นี่คือเหตุผลที่เราต้องร่วมมือช่วยเหลือกันยกเลิก ‘พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539’ ที่ตอนนี้เหลือเพียงอีก 4,000 รายชื่อเท่านั้น ก็จะครบ 10,000 รายชื่อเพื่อยื่นรายชื่อเข้ารัฐสภาตามกระบวนการกฎหมาย ทุกคนสามารถร่วมเป็นหนึ่งในชื่อที่เรียกร้อง ‘ความเป็นคน’ และ ‘สิทธิสวัสดิการ’ ให้กับเพื่อนพนักงานบริการผ่านทาง Swing Thailand รายละเอียดเพิ่มเติม: https://bit.ly/3u6DlFD

เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเสียงจาก ‘Sex Workers’ นั้นสำคัญ เราเลยรวบรวม 10 หนังสือที่บอกเล่าผ่านสายตาและประสบการณ์การทำอาชีพนี้มาให้ทุกคนได้ยิน ‘เสียง’ ของพวกเขา ผ่านบริบทที่ต่างกันไป ในแต่ละประเทศ ในแต่ละ ‘เพศสภาพ’

“ผู้ค้าบริการทางเพศนี่แหละคือต้นแบบของเฟมินิสต์ ถึงแม้ว่าจะถูกมองเป็นสิ่งที่คนอื่นต้องการเท่านั้น แต่ความจริงแล้วพวกเขาหล่อหลอมและมีส่วนในการเคลื่อนไหวทางสังคมทั่วโลก อย่างในยุคกลางของยุโรป โสเภณีในซ่องจัดตั้งสมาคมและมีส่วนร่วมในการนัดหยุดงานและประท้วงบนถนนบ่อยครั้งเมื่อมีการปราบปราม การบังคับปิดที่ทำงาน หรือเงื่อนไขการทำงานที่ยอมรับไม่ได้ โสเภณีในศตวรรษที่ 15 ก็เคยฟ้องร้องหน้าเทศบาลเมืองในบาวาเรีย เพื่อยืนยันว่ากิจกรรมที่พวกเธอทำคือ ‘งาน’ ไม่ใช่ ‘บาป’”

ในหนังสือจากปี 2018 เล่มนี้ ‘Juno Mac’ และ ‘Molly Smith’ นั้นจะพาผู้อ่านเข้าไปสำรวจการเคลื่อนไหวของสิทธิผู้ค้าบริการทางเพศ โดยสำรวจว่ากฎหมายนั้นส่งผลร้ายอย่างไรกับผู้ค้าบริการทางเพศ รวมถึงข้อเรียกร้องที่ต้องการจริงๆ มากกว่า โดยตั้งคำถามถึงกฎหมายและการ ‘สนับสนุน’ สิทธิของพนักงานบริการ ว่าตั้งอยู่บนข้อถกเถียงอย่าง อภิสิทธิ์ของคนขาว การอพยพย้ายถิ่น และเฟมินิสม์ พวกเธอเรียกร้องว่าเราจำเป็นจะต้องทำให้ผู้ค้าบริการทางเพศไม่เป็นอาชญากรทั่วโลก

Juno Mac เป็นผู้ค้าบริการทางเพศและแอคทิวิสต์ร่วมกับ ‘มหาวิทยาลัยเปิดของเซ็กซ์เวิร์คเกอร์’ ที่รวมรวมพนักงานบริการทั่วทั้งลอนดอน ลีดส์ และกลาสโกว โดยรณรงค์ จัดอีเว้นต์ทางวัฒนธรรม และสร้างชุมชนเพื่อผู้บริการทางเพศ

อ้างอิง
ภาพ: Old Youth

‘Chi Adanna Mgbako’ เป็นคนแรกที่ออกมาเปล่งเสียงเล่าเรื่องของผู้คนที่อยู่ใจกลางการเคลื่อนไหวทางสิทธิของผู้ค้าบริการทางเพศในแอฟริกา แอคทิวิสต์จากเคนย่าไปจนถึงไนจีเรีย และแอฟริกาใต้นั้นเคลื่อนไหวขับเคลื่อนให้คนยอมรับเรื่องการค้าประเวณี ทรานส์ เควียร์ รวมไปจนถึงผู้ที่ติดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม

เธอได้เรียบเรียงเรื่องราวจากพนักงานบริการกว่าร้อยคนที่ออกมาเคลื่อนไหว นี่เป็นงานศึกษาที่น่าสนใจครั้งแรกเกี่ยวกับการค้าประเวณีและแนวคิดสตรีนิยมแอฟริกัน แอคทิวิสต์ที่เป็นผู้ค้าประเวณีทั่วแอฟริกานั้นเรียกร้องให้ยุติการหาว่าขายตัวเป็นอาชญากร และเรียกร้องให้พวกเธอได้รับการยอมรับในสิทธิทางมนุษยชน ที่จะมีเงื่อนไขในการงานที่ปลอดภัย มีบริการทางสาธารณสุข มีความยุติธรรม และ ‘ชีวิตที่มีอิสระ ปราศจากความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติ’

‘To Live Freely in This World’ เป็นเรื่องแรกที่จะออกมาโต้แย้งกฎหมายห้ามค้าบริการเพราะทุกคนควรจะมีสิทธิอย่างเท่าเทียม และสนับสนุนให้ผู้ค้าบริการได้ออกมาสื่อสารถึงสิ่งที่อยากจะบอก

อ้างอิง
ภาพ: https://bit.ly/3bmzOub

- Advertisement -

‘Striptastic!’ เป็นหนังสือจากปี 2017 ที่เราจะได้ทั้งความรู้ ทั้งความสนุกสนาน โดยเป็นบทสัมภาษณ์ ภาพประกอบ และข้อมูลที่เก็บจากการสำรวจนักเต้นระบำเปลื้องผ้าเกือบสามร้อยชีวิตทั่วโลก

หนังสือข้างในเป็นภาพสีทั้งหมด ทำให้อ่านง่ายแถมยังสนุกไปกับการเฉลิมฉลองความเป็นหญิงและความไร้ยางอาย พวกเธอไม่เคยอายร่างกายของตัวเองและทางที่เธอเลือก หากจะมองว่าการทำงานค้าบริการทางเพศนั้นต้องรู้สึกกระมิดกระเมี้ยนหรือเขินอาย นี่อาจไม่ใช่หนังสือเล่มที่ดีเท่าไหร่สำหรับคุณ

อ้างอิง
Goodreads: https://bit.ly/3k3aOMD
ภาพ: https://bit.ly/3dtrco9

“นี่เป็นเพียงแค่ข้อเสนออย่างเดียวของฉัน เพียงแค่การขายบริการทางเพศไม่ใช่อาชญากรรม พนักงานบริการก็สามารถทำอะไรได้มากมายเพื่อตัวเองและเพื่อคนอื่น ทำไมพวกเราต้องรอ ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่จะต้องรอให้อคติต่างๆ ที่ตีตราการเป็นกะหรี่นี้เปลี่ยน”

หนังสือที่ออกมาเมื่อปี 2014 เล่มนี้ พูดได้เลยว่านี่คือแถลงการณ์ของ ‘กะหรี่’ ที่ทรงคุณค่า ไม่ใช่แค่เพียงมันมาจากอดีตพนักงานบริการด้วยตัวเองแล้ว มันยังเปิดภาพให้เราคิดถึง ‘งานบริการ’ ได้มากกว่าเดิมอีกด้วย ผ่านกรอบคิดทฤษฎีประกอบสร้างทางสังคม ไม่เพียงแค่นั้นยังเรียกร้องให้กะหรี่ทุกคนได้ออกมาต่อสู้ร่วมกัน ซึ่งนั่นหมายรวมถึงเรียกร้อง ‘ผู้หญิง’ ที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘กะหรี่’ ด้วย

‘Melissa Gira Grant’ ผู้เขียนเป็นอดีตพนักงานบริการทางเพศที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักข่าวอย่างเต็มตัว หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่เล่าถึงปัญหาของการทำให้ผู้ค้าบริการทางเพศเป็นอาชญากรรม อุตสาหกรรมทางเพศ แต่ยังกล่าวถึงมุมมองของคนรอบๆ อุตสาหกรรมนี้รวมถึงตัวผู้ค้าบริการ

เธอวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงความคิดอย่าง ‘Slut-shaming’ ที่ตีตราการร่าน และความหวาดกลัวของผู้หญิงบางกลุ่มที่มองว่า ‘กะหรี่’ ว่าเป็นสิ่งที่เกิดมาจากการ ‘การเหยียดเพศ’ คำว่ากะหรี่ไม่ได้เป็นแค่คำดูถูกผู้หญิงเท่านั้น แต่ว่ายังหมายถึงชนชั้นด้วย เธอมองว่านี่แหละคือ “ต้นแบบของคำดูถูกในหลายๆ มิติ” ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในแถลงการณ์ของเธอก็คือ “เราทั้งหมดควรรวมตัวกันต่อสู้กับสิ่งนี้ และช่วงชิงความหมายของกะหรี่ขึ้นมาใหม่”

อ้างอิง
ภาพ: https://bit.ly/3dqZ594

“คนยังมองว่าการขายตัวเป็นทางที่ ‘หาเงินง่าย’ และไม่มีอะไรท้าทาย แต่ไม่เลย พวกเขาคิดผิด เพราะความหนักหนาของงานบริการคือการจัดการความเครียด ความกังวล ความเหงา ความเงี่ยน และ ความโกรธ ทั้งของคนอื่นและตัวเอง”

นี่เป็นหนังสือ Self-Help สัญชาติอเมริกาที่ตีพิมพ์ในปี 2017 สำหรับพนักงานบริการ ที่จะต้องดิ้นรนกับการทำให้ไม่เป็น ‘บ้า’ ไปเสียก่อนกับการใช้ชีวิตในอุตสาหกรรมทางเพศ ขณะเดียวกันยังบอกว่า ‘มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย’ ที่จะทำงานในอุตสาหกรรมอย่างนี้

“ความกลัวที่เกิดขึ้นในงานบริการ มีตั้งแต่กลัวถูกตำรวจจับ กลัวคนจับได้ ติดโรค ลูกค้าใช้ความรุนแรง มีประวัติอาชญากรรม ได้รับรีวิวแย่ๆ แก่ตัวลง ไม่มีความรักโรแมนติกหรืออนาคตทางการงาน เสียเพื่อน และแน่นอนว่าพวกเราต้องดิ้นรนกับความเสี่ยงและความไม่ปลอดภัยในทุกๆ วัน”

‘Lola Davina’ อดีตเซ็กซ์เวิร์คเกอร์ตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาช่วยเหลือเพื่อนพนักงานบริการด้วยกัน เป็นเหมือนคู่มือให้เข้าใจถึงการเป็นแรงงานทางอารมณ์และทางเซ็กซ์ ในงานเล่มนี้จะออกแนวให้เพื่อนที่อยู่ในวงการนี้เข้าใจตัวเองและรับมือกับมันให้ดีขึ้น รวมถึงทำให้คนมองเห็นอุตสาหกรรมนี้ในแง่ที่ว่า ‘มันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น’

“ฉันอยากเห็นอนาคตของงานในอุตสาหกรรมทางเพศที่ดีกว่านี้ สักวันหนึ่งฉันหวังว่าการทำหนังโป๊จะเป็นเพียงเหมือนกับการทำวงดนตรีในโรงรถของพ่อแม่ การมีเซ็กซ์เทปว่อนบนอินเตอร์เน็ตคงไม่น่าอายเหมือนกับภาพงานพรอมเด๋อๆ และนักเต้นระบำเปลื้องผ้าจะถูกมองเหมือนที่ควรจะเป็นนักแสดง นักเต้น นักกายกรรม”

อ้างอิง
ภาพ: https://bbc.in/37tn2Jn

ถ้าใครที่ชอบดูหนังโป๊บ่อย คงจะเคยได้ยินชื่อ ‘Asa Akira’ อยู่บ้าง เพราะเธอเป็นนักแสดงหนังโป๊สัญชาติเอเชี่ยนอเมริกันที่มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยในหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของเธอตั้งแต่เริ่มทำงานเป็นผู้ค้าบริการทางเพศ อย่างการเป็นโดมิเนทริกซ์ การเป็นนักแสดงระบำเปลื้องผ้า และการเป็นนักแสดงหนังโป๊ที่ขยันมากที่สุดคนหนึ่งในอุตสาหกรรม

Asa akira ได้แชร์ประสบการณ์และมุมมองของเซ็กซ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวัฒนธรรมของเรา ที่น่าสนใจมากไปกว่าในหนังสือเล่มนี้ที่ออกมาเมื่อปี 2014 ก็คือวิธีการเขียนของเธอที่น่าตื่นเต้น เต็มไปด้วยแพชชั่น และความสนุกสนาน

อ้างอิง
Goodreads: https://bit.ly/3pAiEOT
ภาพ: https://bit.ly/3blvcEv

นี่เป็นหนังสืออัตชีวประวัติที่ตีพิมพ์ในปี 2007 ของ ‘Nalini Jameela’ จากอินเดีย ที่ได้เล่าเรื่องราวการกดทับจากปิตาธิปไตย ความยากไร้ของ Nalini ทำให้เธอไม่ได้รับการศึกษาตั้งแต่ประถม 3 และต้องกลายเป็นผู้ค้าบริการทางเพศ

เธอเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ถูกล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง ตอนอายุ 18 ก็ถูกไล่ออกจากบ้าน แต่งงานกับเพื่อนร่วมงาน แต่ก็สูญเสียเขาไปเพราะมะเร็งหลังจากที่ลูกเธอเกิด เธอไม่มีทางเลือกจึงต้องเข้าสู่อุตสาหกรรมทางเพศเพื่อเลี้ยงลูก

ในงานของเธอ ผู้ชายที่เป็นลูกค้ามักจะมองว่าตัวเองมีสิทธิตามศีลธรรมที่จะแลกเปลี่ยนเซ็กซ์กับเงินตรา แต่กลับก่นด่าว่าการค้าบริการทางเพศนั้นผิดศีลธรรมและคนที่ค้าก็เป็นแค่ ‘กะหรี่’ เธอเคยขายตัวให้กับตำรวจ แต่วันถัดมาตำรวจก็ใช้กำลังจับกุมเธอ ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มคนที่ร้องขอบริการทางเพศ ก็คือกลุ่มคนเดียวกับที่ลงโทษพวกเธอที่เป็นผู้ค้าบริการทางเพศ นี่แหละคือโลกที่เป็นปัญหาจากปิตาธิปไตย

อ้างอิง
Feminism in India: https://bit.ly/3qyW3n5
ภาพ: https://bit.ly/3unD6WX

We Too เป็นหนังสือเล่มล่าสุดที่ออกมาในเดือน ก.พ. 2021 นี้ โดยต่อยอดจากกระแส #MeToo ที่หลงลืมผู้ค้าบริการทางเพศทั่วอุตสาหกรรม ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และถูกความรุนแรงทางเพศมากที่สุด

เรื่องในหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ไม่สามารถอธิบายได้ของการถูกล่วงละเมิดและความรุนแรงทางเพศในอุตสาหกรรมทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการขายตัว การเป็นนักเต้นรำเปลื้องผ้า ดาราหนังโป๊ แคมเกิร์ล หรือกลุ่ม BDSM นอกจากนี้ยังขยายไปถึงประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเซ็กซ์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาไร้บ้าน ปัญหาความเป็นแม่ และความเป็นชายที่เป็นพิษ (Toxic Masculinity) หนังสือ We Too เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราได้เห็นเสียงที่พยายามต่อสู้ในสิทธิของตัวเอง และยืนยันว่า #SexWorkIsWork และพวกเขาต้องได้รับความเคารพเหมือนกับคนกลุ่มอื่นๆ เช่นกัน

‘Natalie West’ บรรณาธิการของเล่มก็เป็นผู้ค้าบริการทางเพศเช่นกัน เธอเคยทำงานเป็นโดมิเนทริกซ์ในระหว่างที่เรียนปริญญาโทในแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากเงินเดือนการเป็นผู้ช่วยอาจารย์และผู้ช่วยวิจัยนั้นไม่เพียงพอ ก่อนที่จะโดนคุกคามออนไลน์จากคนที่รู้เรื่องอีก ‘ด้านหนึ่ง’ ของเธอ และในหนังสือเล่มนี้ที่เพิ่งออกมาสดๆ ในวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา เธอก็เล่าเรื่องตัวเองด้วย

อ้างอิง
ภาพ: https://bit.ly/3k8dHMa

“การถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นเหมือนบรรทัดฐานที่ต้องเจอในการเป็นสาวบาร์ ฉันไม่ได้เป็นคนที่ป็อปปูลาร์ในที่ที่ฉันทำงานอยู่ แต่ก็จะมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่เหมือนจะชื่นชอบฉัน การเป็นสาวนั่งดริงค์นั้น เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธลูกค้าได้ ถ้าเขาขอจูบ อย่างน้อยเราก็อาจจุ๊บเขา ถ้าพวกเขาจะให้เรากิน เราก็ต้องกิน”

นี่เป็นเรื่องราวที่ตีพิมพ์ในปี 2011 ของ ‘Rhacel Parreñas’ นักสังคมวิทยาที่ลงพื้นที่ไปสำรวจการค้ามนุษย์ด้วยการทำงานเป็นสาวบาร์ร่วมกับแรงงานข้ามชาติฟิลิปปินส์ในย่านโคมแดงของโตเกียว เธอไปเป็นเด็กนั่งดริงค์ ร้องคาราโอเกะ และคอยทำให้ลูกค้าได้รับความสนุกสนาน ในขณะที่คนมักจะคิดว่าสาวบาร์นั้นถูกล่อลวงให้มาผ่านการค้ามนุษย์ทางเพศ แต่เธอพบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วแรงงานข้ามชาติสาวเหล่านี้ต่างเลือกที่จะมาที่นี่เอง และข้อสำคัญก็คือไม่ได้มีใครที่ถูกบีบบังคับให้ขายตัว แน่นอนว่าการเป็นสาวบาร์ก็ยังมีความเสี่ยงอื่นๆ อยู่ดี

‘Illicit Flirtations’ นี้ได้แสดงให้เราเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ค้ามนุษย์’ มากขึ้น และตั้งคำถามเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐที่แปะป้ายผู้หญิงพวกนี้ว่าเป็นผู้ที่ถูกล่อลวงมา หนังสือเล่มนี้ยังแสดงให้เห็นว่ากฎหมายที่มาจากเบื้องบนนั้นไม่ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงเลย กฎหมายนั้นเพียงแต่ทำให้ผู้หญิงหลายคนมีความเสี่ยงต่อการถูกขูดรีดมากขึ้น

ถ้าหากเราต้องการจะหยุดยั้งการขูดรีดแรงงานย้ายถิ่น เราต้องเข้าใจถึงประสบการณ์การเป็นผู้อพยพอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่สเตทเมนท์ในนโยบายโลก หนังสือเล่มนี้จึงได้เข้าไปมองประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกจริงของผู้ที่ถูกแปะป้ายว่าเป็นผู้ที่ถูกลวงมาจากการค้ามนุษย์

อ้างอิง
ภาพ: https://bit.ly/2ZvxTy3

“ในบทสนทนาระหว่างฉันและผู้หญิงหลายคนเรื่องที่ว่าทำไมพวกเธอถึงเข้าสู่อุตสาหกรรมทางเพศ หลายคนกล่าวถึงการได้สัมผัสถึงอิสรภาพ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดซึ่งสร้างผ่านความเชื่อใจและการยินยอมนั้น ทำให้พวกเธอสามารถทำอะไรได้หลายอย่างและยืดหยุ่น มาดาม (แม่เล้าในเวียดนาม) เป็นหนึ่งในคนสำคัญที่คอยสนับสนุนความเชื่อใจและการยินยอมเหล่านี้ เพราะพวกเธอจะต้องมั่นใจว่าความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างลูกค้าและคนที่ทำงานนั้นเป็นไปด้วยความยินยอม มาดามเหล่านี้จะมีพันธะทางศีลธรรมที่จะสนับสนุนความต้องการของผู้ค้าบริการในการสู้กลับเมื่อลูกค้านั้นล่วงเกินเส้นที่ขีดไว้”

นี่คืองานชาติพันธุ์วรรณาอีกหนึ่งงานสำคัญที่ตีพิมพ์ในปี 2015 จากผู้เขียนอย่าง ‘Kimberly Kay Hoang’ นักสังคมวิทยาชาวเวียดนามอเมริกันเองได้ลงไปศึกษาเพื่อนพนักงานบริการในหลายๆ ที่ โดยสวมบทบาทเข้าไปมีส่วนร่วมในงานบริการ ไม่เพียงแค่จะสำรวจอุตสาหกรรมทางเพศของเวียดนามเท่านั้น เธอยังเข้าไปศึกษาเวียดนามในบริบทของโลกาภิวัฒน์ผ่านการทำงานในบาร์ที่ไซง่อน 4 ที่ ซึ่งมีลูกค้าแตกต่างกันไป คือ คนรวยในเวียดนามและนักธุรกิจชาวเอเชีย เวียดเกี่ยว (คนเวียดนามที่อยู่ต่างประเทศ) นักธุรกิจชาวตะวันตก และนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกทั่วๆ ไป

‘Dealing in Desire’ นั้นไปศึกษาถึงว่าความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจของเวียดนามนั้นผูกพันกับเศรษฐกิจนอกระบบแบบนี้ โดยแสดงภาพอุตสาหกรรมทางเพศในเมืองโฮจิมินห์ว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ ของระบบเศรษฐกิจโลก ทว่าเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนความฝันและข้อตกลงต่างๆ

อ้างอิง
ภาพ: https://bit.ly/3dAm2X

#Decriminalizesexworker #SexWorkisWork
#ขายตัวไม่ใช่อาชญากรรม #ยกเลิกกฎหมายค้าประเวณี

Content by Va/Waranya Buranakarn
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Prachatai: https://bit.ly/37sH2f0
WHO: https://bit.ly/3aCThb3
NPR: https://n.pr/3bmx8fV
ภาพ: Istimewa
Special Thanks: ปณิธ ปวรางกูร
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
วา/วรัญญา บูรณากาญจน์
วา/วรัญญา บูรณากาญจน์
Self-proclaimed visual artist, part-time journalist, full-time bullshit. Meet me virtually at @vavantgarde (instagram)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer