ไบเดน’ ออกนโยบายปกป้อง LGBT+ อีกครั้ง ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทุกคน หลังจากที่โดน ‘ทรัมป์’ กีดกันเมื่อปีที่แล้ว

- Advertisement -

คณะรัฐมนตรีภายใต้การทำงานของ ‘Joe Biden’ ยืนยันแล้วว่า กลุ่มเพศหลากหลายจะได้รับการปกป้องจากการถูกกีดกันทางเพศ (Sex Discrimination) อีกครั้ง ในด้านการรักษาสุขภาพ หลังจากที่เคยถูกเพิกเฉยในช่วงรัฐบาลของ‘Donald Trump’ ประธานาธิบดีสมัยที่แล้ว

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Department of Health and Human Services, HHS) ได้ยืนยันว่า กฎหมายที่ควบคุมระดับสหพันธรัฐ (Federal Laws) ที่มีใจความต่อต้านการเลือกปฏิบัติจากเพศสภาพในการเข้าถึงการให้บริการทางสุขภาพ ควรจะครอบคลุมไปถึงการปกป้องสิทธิของกลุ่มผู้รักเพศเดียวกันและบุคคลข้ามเพศด้วย

‘Xavier Becerra’ (เซเวียร์ เบเซอร์รา) เลขานุการประจำ HHS ได้ทำการประกาศในแถลงการณ์ว่า นโยบายการเข้าถึงการให้บริการทางด้านสุขภาพนี้จะถูกปรับเปลี่ยนให้ครอบคลุมทุกคน โดยรวมไปถึงกลุ่ม LGBT+ ด้วย ฉะนั้น จึงวางใจได้เลยว่า จะไม่มีใครต้องหวาดกลัวว่าจะถูกเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน

“ความกลัวที่จะถูกเลือกปฏิบัตินี้ อาจนำไปสู่การละเลยที่จะเข้ามาตรวจเช็กสุขภาพและเข้ารับการรักษา ซึ่งอาจจะมีผลเสียทางด้านสุขภาพที่ตามมาได้” คือคำกล่าวของเบเซอร์รา ก่อนที่เธอจะทิ้งท้ายว่า “ทุกคนรวมไปถึงกลุ่มเพศหลากหลายควรสามารถเข้าถึงการได้รับบริการทางสุขภาพได้ โดยปราศจากการกีดกันหรือการแทรกแซงใด ๆ มันก็แค่นั้น”

นอกจากนี้ ดอกเตอร์ ‘Rachel Levine’ (เรเชล เลวีน) เลขานุการผู้ช่วยด้านสุขภาพในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ยังย้ำอีกว่า การตัดสินใจในครั้งนี้จะช่วยปกป้อง LGBT+ ได้เป็นอย่างมาก เนื่องจาก “ไม่มีใครสมควรถูกกีดกันเมื่อต้องการความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ เพียงเพราะว่าตัวตนของพวกเขา” อนึ่ง เลวีนถือเป็นสมาชิกรัฐบาลกลางคนข้ามเพศคนแรกที่ได้รับการยอมรับโดยวุฒิสภา พูดถึงกรณีการเลือกปฏิบัติที่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศอาจะต้อเผชิญเมื่อเข้าสู่กระบวนการดูแลทางการแพทย์

“ทุกคนต้องการเข้าถึงบริการทางด้านสุขภาพเพื่อรักษากระดูกที่หัก ป้องกันสุขภาพของหัวใจ และตรวจสอบความเสี่ยงด้านมะเร็งกันทั้งนั้น” ดอกเตอร์เลวีนกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะสรุปว่า “เป้าหมายของหน่วยงานของเราก็คือ ต้องการจะพัฒนาสุขภาพและสุขภาวะของคนอเมริกันทุกคน ไม่ว่าพวกเขาจะมีอัตลักษณ์ทางเพศหรือรสนิยมทางเพศแบบใดก็ตาม”

อันที่จริง นโยบายนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่ประธานาธิบดี ‘Barack Obama’ ยังคงดำรงตำแหน่งแล้ว ในพระราชบัญญัติการรักษาราคาประหยัด (Affordable Care Act) ในช่วงปี 2011 หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘โอบามาแคร์’ แต่นโยบายนั้นก็ถูกล้มล้างด้วยการตีความแบบใหม่ของทรัมป์เมื่อโอบามาหมดวาระไป โดยในสมัยของทรัมป์ คำว่า เพศ (Sex) ที่ถูกระบุในเอกสารทางกฎหมายมีความหมายถึง ‘เพศที่ถูกระบุเมื่อกำเนิด (Gender assigned at birth) เท่านั้น’ ซึ่งแน่นอนว่าการระบุเช่นนี้ก็ถือเป็นการกีดกันบุคคลข้ามเพศอย่างชัดเจน

โดยในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว คณะทำงานของทรัมป์ก็ได้ประกาศยกเลิกการปกป้อง LGBT+ จากการถูกกีดกันทางเพศในด้านการเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์อยากชัดเจน ผ่านแถลงการณ์ว่า “[คณะทำงาน]จะขอกลับไปที่การตีความถึงความหมายของคำว่า เพศ เพียงแค่หญิงหรือชาย โดยพิจารณาจากปัจจัยทางชีววิทยาเพียงเท่านั้น”

แน่นอนว่าหลายคนมองว่า เบื้องหลังคำประกาศดังกล่าวนี้จะเป็นอะไรอื่นไม่ได้อีก นอกจากความเกลียดชังต่อกลุ่มเพศหลากหลายเพียงเท่านั้น ยิ่งประกอบกับว่า แถลงการณ์ดังกล่าวถูกประกาศในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือน “Pride” หรือเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง LGBT+ มิหนำซ้ำยังเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการระลึกถึงเหตุการณ์สังหารหมู่โดยการกระหน่ำยิงที่ผับเกย์ในเมือง Orlando รัฐ Florida เป็นครั้งที่ 4 ผู้คนจึงต่างพากันเชื่อว่า จุดประสงค์ของแถลงการณ์ก็คือเพื่อกีดกัน LGBT+ ให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ยากขึ้นก็เท่านั้น

ฉะนั้น เมื่อนโยบายนี้ถูกฟื้นฟูอีกครั้งภายใต้การทำงานของไบเดน ชาว LGBT+ ในสหรัฐอเมริกาจึงกลับมามีความหวังอีกครั้ง ที่จะสามารถเข้ารับการให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างเป็นปกติ เนื่องจากว่าหากโรงพยาบาล คลินิก หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพใดปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ เพียงเพราะอัตลักษณ์ทางเพศของผู้เข้ารับบริการก็จำต้องโดนการคว่ำบาตร (Sanction) จากทางรัฐบาล เนื่องจากว่ากำลังฝ่าฝืนนโยบายที่ว่านั่นเอง

การกลับมายึดมั่นในหลักการเดิมของโอบามาโดยไบเดน หลังจากที่ทรัมป์เข้ามาทำลายไป จึงนับได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางด้านนโยบายนี้ เป็นอีกหนึ่งหนทางสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูการใช้ภาษาที่ลดทอนการกีดกัน (Anti-Discriminatory Language) ออกไป ดังที่ว่า เพศนั้นไม่ควรจะหมายรวมเพียงเพศกำเนิดเท่านั้น แต่ควรจะหมายรวมไปถึงอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลายด้วยนั่นเอง

#GenderDiscrimination
#JoeBiden #HealthPolicy
#AmericanPolitics

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Pink News : https://bit.ly/2RIEd4r
Police Foundation : https://bit.ly/3eE2XUE
ภาพ: COURTESY OF DAVID LIENEMANN
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer