โมเดลประชาธิปไตย การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของไอซ์แลนด์

- Advertisement -

อย่างที่รู้กันดีว่าตอนนี้นั้น 7 พรรคฝ่ายค้านไทยกำลังร่วมมือแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 จากฝีมืออการร่างของ มีชัย ฤชุพันธ์ และ กรธ. คำถามคือจะมีโอกาสแก้ได้ไหมในแบบที่ทำให้สิทธิมนุษยชนของคนไทยดีขึ้นด้วยนะ? ขณะที่เราเฝ้ารอถึงผลของสถานการณ์การเมืองไทยนี้ ลองมาดูกันว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไอซ์แลนด์ที่ร่างขึ้นเมื่อปี 2008 นั้น มันดีต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชนในประเทศเขาอย่างไร ทำไมคนมากมายถึงต่างชื่นชมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

Spectrogram: โมเดลประชาธิปไตย การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของไอซ์แลนด์

ปี 2008
เกิดวิกฤติเศรษฐกิจทำให้เกิดการปฏิวัติ – นายกรัฐมนตรี ‘Geir Hilmar Haarde’ ประกาศลาออก จึงเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง แล้วฝ่ายค้าน (Social Democratic) ได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลและดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เริ่มจากการตั้งคณะกรรมาธิการ 25 คนที่เป็นคนธรรมดา

แก้รัฐธรรมนูญใหม่เน้นสิทธิมนุษยชน – คือคนที่ร่างรัฐธรรมนูญได้นั้นไม่มีการถูกกำหนดคุณสมบัติที่มาจากอคติ แต่ให้คนทุกคนสามารถสมัครและเข้าร่วมได้เลย ซึ่งภายหลังได้คนที่หลากหลายทั้งอายุ เพศ กลุ่มอาชีพตั้งแต่ผู้นำแรงงาน ดีเจ นักร้อง ศิลปิน นักข่าว ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ไปจนถึงคนพิการ

เปิดรับร่างฯ จากประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย – เริ่มกระบวนการด้วยการเปิดเพจในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูป เพื่อไอเดียต่างๆ ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีถึง 6 พันความคิดเห็นที่ยื่นเสนอ เสนอมาได้ไม่ต้องทำเรื่องวุ่นวายผ่านโลกดิจิตัล

ประชามติให้แยกรัฐออกจากศาสนา – ไอซ์แลนด์เคยเป็นเกาะศาสนา ซึ่งความคิดทางศาสนาได้ครอบงำสิทธิมษยชนหลายอย่าง เช่น การต่อต้าน LGBT+ จนถึงกลางและในช่วงศตวรรษที่ 20 เกย์นั้นถืเป็นบาปที่ร้ายแรง และมีเนรเทศนักร้องชื่อ ‘Hörður Torfason’ ที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ออกจากประเทศเป็นเวลา 50 ปี จนมาปี 2008 ประชาชนเริ่มตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนมากขึ้น จึงขอให้รัฐบาลทำประชามติแยกรัฐออกจากศาสนา (Secularization)โดยแค่ออกเสียงเพียง 10% ก็สามารถยื่นผ่านได้ (ไอซ์แลนด์มีประชากร 340,000 คน นั่นหมายความว่าใช้คนเพียง 34,000 คนก็สามารถออกเสียงประชามติได้) ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติเรื่องเพศดีขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ได้มองว่า LGBT+ เป็นบาปอีกต่อไป

ปี 2009
มีนายกฯเลสเบี้ยนเป็นผู้นำการแก้ การแต่งงานของเพศเดียวกันถูกกฎหมาย – ในปี 2004 ชาวไอซ์แลนด์ 87% โหวตสนับสนุนการแต่งงานของเพศเดียวกัน และสามารถจัดงานในโบสถ์หรือที่ชุมนุมทางศาสนาอื่นๆ ได้ และจากการเลือก ‘Jóhanna Sigurðardottir’ ขึ้นเป็นผู้นำในปี 2009 ทำให้ไอซ์แลนด์กลายเป็นประเทศแรกที่มีนายกรัฐมนตรีเลสเบี้ยน

ปี 2011-2012
เศรษฐกิจประเทศดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง – ปี 2011 ภาวะหนี้สินของไอซ์แลนด์ลดลงจากระดับ 1,000 จุด สู่ 200 จุด และกลางปี 2012 ไอซ์แลนด์ได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยมีอัตราการว่างงานลดลงถึง 6.3%

ปี 2015
ขึ้นเป็นประเทศอันดับ 1 ที่ LGBT+ มีความสุขมากที่สุดในโลก – เว็บหาเพื่อนสำหรับชาวเกย์ Planet Romeo สอบถามความคิดเห็นชายชาวเกย์ 115,000 คนทั่วโลก เน้นที่ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การยอมรับในเรื่องรักร่วมเพศในประเทศที่อาศัยอยู่ 2.คนในประเทศนั้นๆ ปฏิบัติต่อชาวรักร่วมเพศอย่างไร และ 3.ความพึงพอใจในชีวิตของตนเอง ปรากฏว่า ไอซ์แลนด์ครองอันดับ 1 ประเทศที่เกย์อยู่อย่างมีความสุขที่สุด

ปี 2019
ได้ชื่อ Pink Iceland เป็นเกาะที่เป็นมิตรกับทุกเพศ – ‘Reykjavik’ เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ได้รางวัล Pink Iceland ถือว่าเป็นเกาะที่เหมาะกับคนทุกเพศ โดยมีบริการและการท่องเที่ยวที่รองรับทุกๆ คนโดยไม่มีอคติทางเพศ และปัจจุบันแทบไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเพศ แม้ประชากรไอซ์แลนด์จะมีเพียง 340,000 คน แต่คนเกือบทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น LGBT+ หรือคู่รักต่างเพศก็เลือกที่จะออกมาเฉลิมฉลองเทศกาล Pride ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอย่างภาคภูมิใจ

เป็นประเทศที่มีความเท่าเทียมทางเพศสูงที่สุดในโลก 9 ปีซ้อน – ไอซ์แลนด์ถูกจัดอันดับโดย WEF ให้เป็นประเทศที่มีความเท่าเทียมทางเพศสูงที่สุดในโลก ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา

ปี 2020
เลือกเพศอื่นได้ในบัตรประชาชน และ ค่าแรงจะต้องเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกทุกเพศ – พรรครัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันโหวตผ่านร่างกฎหมาย ‘เพิ่มตัวเลือกเพศอื่นๆในบัตรประชาชน’ และ ‘ห้ามนายจ้างให้ค่าแรงผู้ชายมากกว่าผู้หญิงหรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนขจัดความเหลื่อมล้ำทางเพศภายในปี 2020

อ้างอิง
iLaw: https://www.ilaw.or.th/node/5469
ห้องทดลองประชาธิปไตย: https://bit.ly/2Xd9Dyr
Guide to iceland: https://bit.ly/33KqCux
LGBT Thai: https://bit.ly/2NFd7qm
Poppaganda: https://bit.ly/34TEIKn
ภาพ: https://bit.ly/2KrU80x
#Spectrogram #Infographic
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -