“เราแค่อยากดูแลกันในฐานะครอบครัว” หญิงเกาหลีรับ ‘เพื่อนสาว’ เป็นบุตรบุญธรรม เพราะต้องการดูแลกันได้ตามกฎหมายครอบครัว

- Advertisement -

“เราไม่ได้มีความสัมพันธ์โรแมนติก อยากแต่งงานหรืออะไรอย่างนั้น แต่ถึงอยากแต่งก็ทำไม่ได้หรอกเพราะเกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงาน”

“หลังจากดูแม่ทำทุกอย่างให้ครอบครัวโดยไม่มีใครเคยแสดงความขอบคุณ ฉันก็ไม่ได้คิดอยากแต่งงานเลย”

“การเป็นผู้หญิงโสดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ทำให้ตกเป็นที่นินทา โดนจับคู่ทั้งที่ไม่ได้ขอ แล้วไหนจะเรื่องล่วงละเมิดทางเพศอีก”

สองสาวโสดชาวเกาหลีใต้จดทะเบียนเป็นผู้ปกครอง – บุตรบุญธรรม หลังทั้งคู่ตัดสินใจครองโสดและตั้งใจจะดูแลกันต่อไปในฐานะ ‘ครอบครัว’ ในรูปแบบที่เลือกเอง เพื่อให้สามารถรับสิทธิในการดูแลทางการแพทย์และจัดการทรัพย์สินร่วมกันได้แม้เกาหลีใต้ไม่มีกฎหมายให้คนเพศเดียวกันแต่งงานเพื่อรับสิทธิเหล่านั้น

- Advertisement -

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อึนซอรัน (Eun Seo-Ran) และ อีออรี (Lee Eo-Rie, นามสมมติ) ตัดสินใจร่วมกันในการจดทะเบียนเป็นผู้ปกครอง – บุตรบุญธรรม หลังใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 7 ปีในฐานะเพื่อนสนิท รูมเมท และครอบครัวทางพฤตินัยโดยไม่มีกฎหมายใดรองรับ หนึ่งในเหตุผลหลักของการก่อร่างสร้างครอบครัวตามกฎหมายของพวกเธอมาจากเหตุการณ์ที่ อึนซอรัน ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ด้วยความที่พวกเธอไม่ใช่ครอบครัวทางกฎหมายและสายเลือดจึงเซ็นเอกสารทางการแพทย์ให้แก่กันไม่ได้ “เรารู้จักกันดีและปกป้องกันมาเป็นปี ๆ แต่เมื่อมีเหตุสำคัญขึ้นมาเรากลับไม่สามารถดูแลกันได้” ทั้งสองจึงศึกษากฎหมายของเกาหลีใต้ที่จะช่วยปกป้องดูและกันได้และพบว่าการรับ อีออรี, อายุ 38 ปีเป็นบุตรบุญธรรมของ อึนซอรัน, อายุ 43 ปี เป็นช่องทางเดียวที่ทำได้เนื่องจากกฎหมายเกาหลีอนุญาตให้ผู้ใหญ่สามารถรับผู้บรรลุนิติภาวะอีกฝ่ายเป็นบุตรบุญธรรมได้หากเป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งคู่ แม้จะดูเป็นวิธีที่อาจถูกมองว่าแปลก และมีความรู้สึกถึงการไม่เท่าเทียมกันทางอำนาจและสถานะ แต่วิธีนี้เป็นหนทางเดียวที่ทั้งคู่จะมีสิทธิเป็นครอบครัวตามกฎหมายเนื่องจากเกาหลีใต้ยังไม่มี #สมรสเท่าเทียม ให้คนเพศเดียวกันแต่งงานเพื่อรับสิทธิในฐานะครอบครัวได้

สังคมชายเป็นใหญ่ในเกาหลีใต้โหดร้ายกับผู้หญิงโสด

ก่อนหน้าตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยกันทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้หญิงโสดที่อาศัยคนเดียว นั่นหมายถึงการเผชิญคำติฉินนินทาว่าเพราะเหตุใดจึงไม่แต่งงาน การถูกกล่าวหาโต้ง ๆ ว่า ‘ฝืนธรรมชาติ’ ที่ไม่แต่งงานมีลูกเมื่อถึงเวลาเหมาะสม แรงกดดันจากสังคมรอบข้าง การพยายามจับคู่กับผู้ชายที่พวกเธอไม่เคยร้องขอ และที่อันตรายที่สุดคือการถูกล่วงละเมิดคุกคาม อึนซอรัน เล่าให้ฟังว่าการเป็นผู้หญิงโสดไม่เคยปลอดภัยและเธอต้องถูกคุกคามบ่อยครั้ง หนึ่งในนั้นคือเจ้าของห้องเช่าที่เมาและพยายามบุกเข้ามาในห้องของเธอกลางดึก ทุกความโหดร้ายในชีวิตประจำวันทำให้อึนซอรันตัดสินใจย้ายที่อยู่จนมาพบกับ อีออรี ที่อาศัยอยู่ข้างห้อง ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันหนึ่งปีและพบว่าต่างมีประสบการณ์ชีวิตใกล้เคียงกัน จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยกันหลังพิจารณาว่าการอยู่ด้วยกันสองคนมีความปลอดภัยกว่าการเป็นสาวโสดตัวคนเดียวในสังคมชายเป็นใหญ่ สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่าหญิงที่อาศัยคนเดียวในเกาหลีใต้เสี่ยงต่อการถูกบุกเข้าที่พักมากกว่าผู้ชายถึง 11 เท่า

การครองตัวเป็นโสดไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมเกาหลีใต้ หนุ่มสาววัยทำงานกว่า 42.5% ตัดสินใจไม่แต่งงาน ผู้หญิงยุคใหม่จำนวนสูงถึง 33.6% เลือกจะครองตัวเป็นโสดเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ พวกเธอต้องการใช้เวลาทุ่มเทในหน้าที่การงานเพื่อค่าตอบแทนที่มากพอจะอาศัยด้วยตัวเองท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงลิ่ว และด้วยความที่เกาหลีใต้มีช่องว่างทางรายได้ (Gender Pay Gap) กว้างถึง 31.1 % นั่นหมายถึงทุก ๆ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐที่ผู้ชายได้รับ ผู้หญิงจะได้เพียง 689 ดอลลาร์เท่านั้น ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเลือกจะใช้เวลาทำงานสร้างตัวมากกว่า นอกจากนี้ยังมีบริบททางเพศของเกาหลีใต้ที่กดดันให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายรับผิดชอบในงานบ้านและงานดูแลครอบครัวมากกว่าผู้ชาย

สังคมชายเป็นใหญ่ในเกาหลีใต้โหดร้ายกับผู้หญิงทุกคน

ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังคงถูกคาดหวังให้ลาออกจากงานเมื่อแต่งงานเพื่อมาดูแลลูกและครอบครัว แม้จะมีสิทธิลาเลี้ยงบุตรให้แก่พ่อ แต่ผู้ชายเกาหลีใต้ใช้สิทธิลาเลี้ยงดูบุตรเพียง 22.7% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรายได้ของผู้หญิงน้อยกว่า และเงินเดือนที่มากกว่าคือเหตุผลที่เพียงพอที่ทำให้ผู้หญิงถูกกดดันให้ต้องออกจากงาน กลายเป็นผู้ดูแลพ่อตาแม่ยายตลอดชีวิต พวกเธอแทบไม่มีสิทธิมีเสียงในครอบครัวสามี และมักถูกผลักไสให้เข้าครัวช่วงระหว่างการรวมตัวของครอบครัว อึนซอรัน เล่าว่าเธอเติบโตในครอบครัวที่แม่คอยทำทุกอย่างเพื่อดูแลและบริการครอบครัวโดยไม่เคยมีใครแยแสพอจะแสดงความรู้สึกขอบคุณหรือเห็นคุณค่าในงานของแม่แม้แต่น้อย เมื่อครั้งเป็นเป็นเด็กหากเธอพยายามเข้าครัวเพื่อช่วยงานแม่เมื่อไรก็จะถูกไล่ไปทุกครั้งและสำทับด้วยเหตุผลว่า “อย่าใช้ชีวิตแบบแม่” เธอโตมาและบอกกับตัวเองว่าจะไม่มีทางเข้าไปอยู่ในครอบครัว ‘ปกติ’ แบบนั้นและนั่นทำให้เธอแน่วแน่ในการครองโสดเพราะคาดหวังว่าอาจใช้ชีวิตง่ายกว่าการเป็นภรรยาและแม่ที่ต้องรับผิดชอบครอบครัว แต่ประสบการณ์ครองตัวเป็นโสดของเธอพิสูจน์แล้วว่าจะแต่งงานหรือไม่สังคมชายเป็นใหญ่ก็ทำร้ายผู้หญิงได้ทั้งนั้น

หลังใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะครอบครัว อึนซอรัน และ อีออรี อธิบายว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้เต็มไปด้วยความสุข สงบ และสบายใจ “ฉันเชื่อว่าครอบครัวที่แท้จริงคือคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันโดยเคารพและภักดีต่อกัน ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดหรือการแต่งงานหรือไม่”

คนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้กำลังเรียกร้อง ‘สิทธิที่อยู่โดยปราศจากความเหงา’ เพื่อให้รัฐมีมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพในชีวิตของคนโสดทั้งทางการแพทย์ การดูแลทรัพย์สินและคุณภาพชีวิตรอบด้าน

#GenderPayGap #ChosenFamily 

Content by Ms. Chapman

Graphic by 7pxxch

อ้างอิง

Aljazeera: https://bit.ly/3uFXiHU

Nikkei Asia: https://s.nikkei.com/3t3XAIe

Spectrum: https://bit.ly/3TaRfVY

The Korea Times: https://bit.ly/3GxnS94

#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

“กรุณาแสดงความเห็นอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ ทีมงานสงวนสิทธิ์ในการลบหรือดำเนินการตามสมควร กับความเห็นที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) หรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น”

- Advertisement -
Ms.Chapman
Ms.Chapman
a senior baby girl