‘เพศ’ ‘การเมือง’ และเรื่อง “ตีหม้อ”

- Advertisement -

จากการตีหม้อไล่อำนาจครั้งแรกของฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19
สู่การตีหม้อไล่ประธานาธิบดีมาร์กซิสม์ที่ประเทศชิลี
สู่การตีหม้อของคนทั่วโลก – สหรัฐอเมริกาตีไล่พวกเหยียดผิว
ไอร์แลนด์ตีไล่รัฐบาล สเปนตีไล่มาตรการป้องกันโควิดของรัฐบาล
จนล่าสุดสู่ “มะกาวง์โซหว่า” หรือ การตีหม้อเพื่อไล่ความชั่วร้ายที่พม่า

ซึ่งตอนนี้ในประเทศไทย #ม็อบ10กุมภา กำลังมีการ “ตีหม้อ” อยู่บริเวณลานหน้า MBK และดูเหมือนว่าในไทยคำว่า “หม้อ” นั้น จะไม่ได้กินความหมายกว้างไปแค่นัยยะทางการเมืองเท่านั้น วันนี้เราจึงชวนมาคุยเรื่อง “หม้อ” ในภาษาไทยที่มีนัยยะความหมายตั้งแต่เรื่องเพศยันไล่เผด็จการ…

SPECTROSCOPE: Gender, Politics, and Pot Banging – ‘เพศ’ ‘การเมือง’ และเรื่อง “ตีหม้อ”


■ ตีหม้อกับนัยยะเรื่องเพศในไทย

“ตีหม้อ” = การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง – คนไทยรู้จักคำนี้ในนัยยะของเพศก่อนการเมืองในสภาเสียอีก โดยเป็นคำที่ถูกหยิบยกมาใช้ในหมู่คนสนิทอยู่บ่อยครั้งเพื่อสื่อไปถึง (1) การออกไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวคนรู้จัก และ (2) การออกไปใช้บริการทางเพศ โดยเทียบคำว่า “หม้อ” กับอวัยวะเพศหญิง จึงไม่ยากที่จะเดาได้ว่าอากัปการ “ตี” ที่ว่าหมายถึงอะไร อย่างไรก็ตาม ที่มาของคำว่าตีหม้อก็ยังไม่ได้เป็นที่กระจ่างนัก มีเพียงแต่การคาดเดาถึงความน่าจะเป็นและที่มาของสำนวนที่มีความหมายทีเล่นทีจริงนี้ โดยสามารถแบ่งความน่าจะเป็นของที่มาออกได้ดังนี้

#การละเล่นพื้นบ้าน – คือหนึ่งในการคาดเดายอดนิยมของความหมายคำว่า ตีหม้อ โดยมีผู้อธิบายว่า การละเล่นพื้นบ้านที่มีชื่อว่า ปิดตาตีหม้อ มีท่าทีทุลักทุเลเนื่องจากถูกปิดกั้นความสามารถในการมองเห็น ต้องใช้ความพยายามอยู่มากโขเพื่อที่จะตีหม้อให้แตกได้สำเร็จ คล้ายกันกับการมีเพศสัมพันธ์ในยามค่ำคืนของสมัยก่อนที่ไฟฟ้ายังไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ความทุลักทุเลแกมหรรษาหลอมรวมเข้ากับความพยายามที่จะตีหม้อให้ “แตก” จึงกลายเป็นจุดร่วมของกิจกรรมทั้งสองแบบ และถูกนำมาใช้แทนที่กันเพื่อกันความโจ่งแจ้งเมื่อต้องพูดในที่สาธารณะ

#รสชาติ – เป็นอีกหนึ่งของความน่าจะเป็นที่น่าสนใจ เนื่องจากหม้อเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทำอาหาร เมื่อนึกถึงหม้อข้าวหม้อแกง จึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสอาหารฝีมือคนรักที่ต้องใช้หม้อในการประกอบข้าว ประกอบแกงอยู่ทุกวัน อย่างไรก็ตาม ความหมายของคำว่า รสชาติ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่ความซาบซ่านทั่วลิ้นเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงความหฤหรรษ์ในเพศรสอีกด้วย ฉะนั้น หม้อในความหมายนี้จึงมีจุดร่วมหลักอยู่ที่จุดกำเนิดของรสชาติ เป็นที่มาของการอยากหวนกลับไปตีหม้อทั้งบนโต๊ะและบนเตียงนั่นเอง

#กลิ่นหอม – จากหม้อข้าวหม้อแกงยามอาหารสุกชวนรับประทานถูกนำมาใช้เทียบกันตามคำเล่าและการคาดเดา เนื่องด้วยว่าคู่รักในยามคบกันใหม่ๆ ต่างก็เห็นทุกการกระทำของอีกฝ่ายงดงาม น่าชื่นชม น่าอยู่ใกล้ไปเสียหมด เหมือนกับคำว่า “ยามแรกรัก แม้น้ำผักก็ยังหวาน” ฉะนั้น แม้เพียงข้าวเปล่าสุกก็ดูหอมฉุยควรค่าแก่การลิ้มรสแล้ว เมื่อเปรียบกับอวัยวะเพศหญิงที่มีกลิ่นเป็นปกติ เนื่องจากความเป็นกรดของช่องคลอดซึ่งอยู่ที่ 3.8-4.5PH รวมถึงแบคทีเรียในช่องคลอดซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่พบได้ในโยเกิร์ต (Lactobacilli) มีหน้าที่ยับยั้งการเกิดของแบคทีเรียที่เป็นภัยต่อช่องคลอด ฉะนั้นแล้ว ในการคาดเดานี้ กลิ่นจึงถือเป็นจุดเชื่อมระหว่างสำนวนและความหมายนั่นเอง

#ไสยศาสตร์ – คือสิ่งที่อยู่ร่วมกับความเชื่อของคนไทยมาเป็นเวลานาน แม้กระทั่งกับคำว่า ตีหม้อ ก็มีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยจากคำบอกเล่าได้ความว่า ในสมัยก่อน เมื่อหุงข้าวเสร็จใหม่ๆ กระไอร้อนก็จะพวยพุ่งขึ้น ผู้หญิงที่ต้องการจะทำคุณไสยให้ผัวรักผัวหลงก็จะกระโจนไปนั่งคลุมตรงหม้อข้าว ให้ไอน้ำสัมผัสกับผิวบริเวณนั้นกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำหยดลงในหม้อ และเมื่อผู้ชายเปิดหม้อข้าว กระไอน้ำที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นเนื้อในของผู้หญิงก็จะปะทะเข้ากับหน้าผู้ชาย ยิ่งประกอบกับเมื่อทานข้าวนั้น ก็จะยิ่งทำให้ผู้ชายรักผู้ชายหลง คุณไสยนี้มีชื่อว่า “หงส์ร่อนมังกรรำ” ผู้ชายที่หน้าดำหมองคล้ำจากการโดนคุณไสยก็จะถูกเรียกว่า “หน้าหม้อ” กลายเป็นที่มาของความหมายแฝงของหม้อไปในที่สุด

■ ตีหม้อกับนัยยะทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม #ตีหม้อเคาะไห ในประเทศเมียนมาร์กลับไม่ได้มีความหมายดังที่ใช้ในประเทศไทย โดย ‘สิทธิพร เนตรนิยม’ นักวิชาการประจำสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายว่าการตีหม้อเคาะไหถือเป็นวัฒนธรรมที่เชื่อว่ามีไว้เพื่อไล่ความชั่วร้ายที่ชาวเมียนมาร์เรียกว่า “มะกาวง์โซหว่า” ให้ออกจากพื้นที่นั้นๆ ไป นัยยะของการตีหม้อเคาะไหยังสืบเนื่องมาจากการใช้เสียงดังเพื่อกำราบ แสดงอำนาจ และบอกชี้ถึงอาณาเขตของตน ต่อฝ่ายตรงกันข้ามอีกด้วย ฉะนั้น เมื่อเอามาใช้ในบริบทการเมือง ก็เท่ากับว่าประชาชนต้องการที่จะไล่เผด็จการซึ่งถือเป็นสิ่งชั่วร้ายที่ขัดขวางหนทางแห่งประชาธิปไตยออกไปนั่นเอง

วัฒนธรรมการตีหม้อเพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองนี้ไม่ได้เป็นสิ่งใหม่แต่อย่างใด แต่เริ่มใช้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในประเทศฝรั่งเศส ที่ผู้หญิงต่างออกมาตีหม้อและกระทะเพื่อประท้วงชี้ให้ชนชั้นนำเห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจที่แร้นแค้นจนนำไปสู่การขาดแคลนอาหาร นอกจากนี้ ในประเทศชิลี ปี1970s กลุ่มผู้หญิงสายอนุรักษ์นิยมก็ได้ออกมาประท้วงให้ ‘Salvador Allende’ ประธานาธิบดีสาย Marxism ลาออก ในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีการตีหม้อในบ้านเพื่อประท้วงให้การเคลื่อนไหว ‘George Flyod’ แทนการออกไปลงถนนในวันที่มีเคอร์ฟิว หรือในประเทศไอร์แลนด์ ก็มีการประท้วงตีหม้อในลักษณะเดียวกันเพื่อประท้วงรัฐบาลที่บริหารประเทศล้มเหลว จนเกิดเป็นวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008 ส่วนในประเทศสเปนก็ประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี ‘Pedro Sánchez’ และประชาชนต่างก็ตีหม้อเพื่อกลบเสียงปาถกฐาของ ‘King Felipe’ ที่ 6 ผ่านทางโทรทัศน์ เนื่องจากเคลือบแคลงใจในความบริสุทธิ์ต่อข่าวลืออันฉาวโฉ่ที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ของพระบิดาของผู้เป็นกษัตริย์นั่นเอง

ถึงแม้ที่มาของความหมายเชิงวัฒนธรรมของการตีหม้อในหลายประเทศจะต่างกัน แต่จากเรื่องราวที่เกิดขี้น ก็สามารถชี้ให้เห็นได้ว่า วัฒนธรรม เพศ ครัวเรือน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกขาดออกจากกันได้ทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้ต่างก็เกิดจากการยอมรับในระบบสัญญะของมนุษย์ด้วยกันเอง และนี่คือสาเหตุที่ทำไมความหมายของสำนวนหนึ่งจึงยังคงอยู่ได้ในสังคม แตกต่างกับระบบการปกครองบางประเภทที่ไม่ได้เกิดจากการยินยอมของทุกคน แต่มาจากแค่ความต้องการของคนบางกลุ่มเท่านั้น อายุขัยระบบปกครองแบบนี้จึงต่างกับการมีอยู่ของสำนวน คืออยู่ได้เพียงชั่วครู่ รอเพียงวันล้มหายตายจากตามหลังเสียงก่นประณามเท่านั้น

#ม็อบ10กุมภา #ราษฎร
#Gender #Politics #PotBanging
#เพศ #การเมือง #ตีหม้อ
#Spectroscope #WeScopeForYou

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Matichon: https://bit.ly/3cWfW3l
Washington Post: https://wapo.st/3q7repl
FlexFits: https://bit.ly/3p5MwlR
Time: https://bit.ly/3rwZWsO
Pantip: https://bit.ly/3cXWB1O
BBC: https://bbc.in/3p9vOC9
ภาพ: https://bit.ly/3q7YlJr
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer