‘เพราะศิลปินนั้นควรต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย’Janelle Monae เผยเล่นหนังเรือง Antebellum สะท้อนการกดขี่คนดำของอเมริกาในอดีตจนปัจจุบัน

- Advertisement -

“ความเงียบคือศัตรู เสียงคืออาวุธ” – เสียงของ ‘Janelle Monae’ นักแสดงหลักของภาพยนตร์เรื่อง ‘Antebellum’ หนังอีกเรื่องที่จะเข้าโรงภาพยนตร์ 17 กันยายนนี้ ซึ่ง ‘จาแนล โมเน’ เป็นศิลปินที่โด่งดัง และไม่กลัวที่จะเปิดเผยตัวอยู่ข้างความถูกต้องในเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด เธอทำเพลงเพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ เธอร่วมรณรงค์เพื่อความเท่าเทียมทางอัตลักษณ์ในสหรัฐฯ ตลอดมา และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นผลงานล่าสุดของเธอที่ออกมาทำเพื่อสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมของคนทุกสีผิว

Etymology of Antebellum – ชื่อหนังเรื่องนี้มาจากภาษาละติน โดยคำว่า ‘ante’ แปลว่า ก่อน ส่วนคำว่า ‘bellum’ หมายถึง สงคราม คำว่า Antebellum (แอนเทเบลลัม) จึงหมายถึง ‘ช่วงก่อนสงคราม’ โดยในบริบทของอเมริกาจะหมายถึงช่วงก่อน ‘สงครามกลางเมือง’ ซึ่งนี่คือช่วงสมัยประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ กับเรื่องราวของ ‘เวโรนิก้า’ นักเขียนที่ประสบความสำเร็จ มีครอบครัวที่น่ารัก แต่ชีวิตเพอร์เฟคของเธอพลิกผันไปในชั่วพริบตา เมื่อเธอต้องหลุดเข้าไปอยู่ในยุคสมัยอันน่ากลัว ที่ระบบทาสยังคงเข้มข้น และถูกใช้งานอย่างโหดเหี้ยมทารุณ แต่เธอหลุดไปยุคนั้นได้ยังไง? ทำไมต้องเป็นเธอ? ใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง? คือคำตอบที่ต้องไปดูหนังเรื่องนี้

Systemic Racism – เพราะความเกลียดชังเดินทางข้ามเวลาได้ สำหรับการเหยียดสีผิวในสหรัฐอเมริกานั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ฝังรากลึก ซึ่งแม้ในปี 1863 รัฐทางเหนือ (ที่จะยกเลิกทาส) ได้สู้รบกับรัฐทางใต้ (ที่จะยังเก็บทาสไว้) ซึ่งรัฐทางใต้นั้นได้รวมตัวกันเป็นสมาพันธรัฐ (Confederate States) ต่อต้านการเลิกทาสอย่างหนักหน่วง เพราะเศรษฐกิจไร่ฝ้ายซึ่งเป็นรายได้หลักของภูมิภาคจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานทาส ซึ่งถึงแม้ว่าฝ่ายเหนือจะชนะสงครามและนำมาซึ่งการประกาศเลิกทาสในที่สุด แต่การกดขี่และแบ่งแยกคนดำในอเมริกาก็ยังไม่ได้หายไปไหน แต่ฝังรากลึกในระบบ ในหลากหลายมิติ สู่สำนึกว่าเกิดมาผิวขาวแล้วเป็นเจ้านายของคนผิวดำ นำมาซึ่งการเลือกปฏิบัติมากมาย เช่น การให้ผู้คุมทาสมาทำงานเป็นตำรวจ ปรากฏการณ์ที่คนผิวดำยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในหลายภาคส่วน และยังเป็นเหยื่อของความรุนแรงจากตำรวจ (Police britality) การกีดกันคนดำไม่ให้เป็นเจ้าของที่ดิน หรือการแบ่งแยกการใช้พื้นที่สาธารณะ (Segregation) เช่น รถบัส โรงหนัง จนในปัจจุบันกลายเป็นการเหยียดสีผิวที่ฝังรากในระบบ (Systemic Racism) และโดนยิงถึงชีวิตทั้งที่ไม่ได้มีความผิดอะไรอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนี่คือสิ่งที่การเคลื่อนไหว Black Lives Matter ทั่วประเทศอเมริกากำลังต่อสู้เพื่อแก้ไขอยู่นั่นเอง

Black Lives Matter Movement In Hollywood – เมื่อสื่อกระแสหลักเข้าข้างความเท่าเทียม นี่เป็นเรื่องดีอีกเรื่องที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายปีย้อนหลังที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่าหนังที่เกี่ยวข้องกับคนผิวดำนั้นจะได้รับรางวัลมากมาย โดยเฉพาะในฐานะภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในหลายๆ เวทีของสหรัฐฯ เช่น 12 Years of Slaves (2013) Moonlight (2016) และ Green book (2018) ตลอดจนภาพยนตร์เรื่อง Get Out (2017) และ Us (2019) ก็ได้ขึ้นชื่อว่ามีภาษาทางภาพยนตร์แนวสยองขวัญและระทึกขวัญที่เร้าใจอันแสนแปลกใหม่ ตลอดจนแก่นสาระเรื่องความเท่าเทียมทางสีผิวกับจริยธรรมที่คนมากมายให้ความสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนผ่านภาพยนตร์ในฐานะของ Soft Power ในระบบทุนนิยมด้วย ซึ่งเรื่องแอนเทเบลลัมก็โปรดิวซ์โดย ‘Sean McKrittick’ ทีมงานจากภาพยนตร์ Get Out และ Us เช่นกัน ซึ่งถูกชื่นชมอย่างมากกับการนำประเด็นทางสังคมมาเล่นในหนังสยองขวัญ ทำให้คนดูลุ้นระทึกไปกับพล็อตเรื่องที่คาดเดาได้ยากและจังหวะทางภาพยนตร์ระทึกขวัญที่สุดแสนจะบีบหัวใจ
Janelle Monae – ‘เพราะศิลปินต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย’ สำหรับ ‘จาแนล โมเน’ เป็นหนึ่งในศิลปินฮอลลีวูดที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเมืองเรื่องอัตลักษณ์ในสหรัฐอเมริกา เธอคัมเอาท์ว่าเป็น ‘Pansexual’ และ ‘Non-binary’ ตลอดจนออกเพลงเชิดชูอวัยวะเพศหญิง (ทางชีววิทยา) และสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมทางเพศมาโดยตลอด นอกจากประเด็นเรื่องเพศแล้ว ประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางสีผิวเธอก็สนับสนุนด้วยอย่างในเพลง ‘Pynk’ และที่สำคัญเธอยังการออกมาพูดรณรงค์เพื่อต่อต้านความรุนแรงต่อคนดำตลอดมา อย่างหนึ่งที่เธอทำคือแต่งเพลงเพื่อการประท้วงที่ชื่อ ‘Hell You Talmbout’ ซึ่งรวมรายชื่อของคนผิวดำที่ถูกตำรวจฆ่า อีกทั้งเธอนั้นยังตระหนักถึงอภิสิทธิ์ทางชนชั้นของตัวเองว่ามีคนผิวดำจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีความสะดวกสบายทางการเงินและฐานะทางสังคมเช่นเดียวกับเธอ จึงได้บริจาคสนับสนุนองค์กรที่ช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อย และองค์กรที่ช่วยเหลือผู้ประท้วง Black Lives Matter ที่ต้องติดคุกอยู่หลายครั้ง

“ฉันต้องตอบตกลงรับเล่นอยู่แล้ว เพราะฉันตระหนักถึงความรับผิดชอบและความสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้” – จาแนลกล่าวจากการสัมภาษณ์งานโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง ‘แอนเทเบลลัม หลอน ย้อน โลก’ นี้ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถไปดูได้โดยในไทยจะเข้าวันที่ 17 กันยายนนี้

#JanelleMonae  #Antebellum
#BlackLivesMatter ✊?✊?✊?✊?✊?
ชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้ที่: https://bit.ly/3i5Yt8q
อัพเดตข่าวเรื่องเพศเพิ่มเติม: https://spectrumth.com/

อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน