“อวดผัวเถิดชื่นใจ” ว่าด้วยการเมืองเรื่องการอวดผู้

- Advertisement -

นอกเหนือจากคำว่าแฟนบางครั้งผัวหรือเมียก็ถูกยืมมาใช้ในกลุ่มเก้งกวาง โดยเฉพาะผัวหรือหลัว

เอาเป็นว่า แฟนจะรุกรับโบทไบหรือไม่นิยามใดๆผัวก็ถูกใช้เรียกแบบลำลอง แม้จะเป็นคำยืมความสัมพันธ์แบบรักต่างเพศชายหญิง คู่ผัวตัวเมีย ขณะเดียวกันก็มี reference ตัวเองเป็นเมีย ที่ยังติดกรอบโครงสร้างการให้คุณค่าความหมายขั้วตรงข้าม (binary opposition) ในสำนึกรักต่างเพศนิยม แต่นี่ก็เป็นการนิยามความหมายของผัวในมิติใหม่ ที่ผัวและหลัวจะไม่ผูกขาดอยู่แต่ความสัมพันธ์ภายใต้สถาบันการแต่งงานอีกต่อไป ไม่ยึดเพศสรีระ เพศสภาพ เพศวิถีใดโดยเฉพาะเท่านั้น แต่ใช้ได้ทุกคู่ความสัมพันธ์ทั้งแต่งงานและไม่แต่งงาน ไม่ว่าจะ LGBT เป็นฝ่ายสอดใส่ ถูกสอดใส่ หรือแค่ภายนอกดูดนมอมเลีย หรือแต่นอนจับมือกันเฉยๆ รักต่างเพศ รักเพศเดียวกันก็ใช้คำว่าผัวได้

- Advertisement -

เช่นเดียวกับคำว่ารักและคู่ชีวิต

“กว่าจะหาผัวได้สักคนสักครั้ง มันก็ไม่ได้หากันง่ายๆนะ ต่อให้มีแอพหาคู่นัดยิ้มที่อำนวยความสะดวกสบายและความกล้าที่จะเที่ยวไปทักคนแปลกหน้าที่น่ารักโดยที่เราจะไม่เคอะเขิน เขี่ยๆ นิ้วเลือกจิ้มไปคุยไปตามอัธยาศัยก็ใช่ว่าจะได้ง่าย โอกาสให้เลือกยิ่งมีเยอะ อำนาจในการตัดสินใจในระดับปัจเจกของแต่ละคนก็ยิ่งมาก นกก็มากเป็นฝูงเช่นกัน”

เพราะฉะนั้นจะหาผู้ได้สักทีมันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อได้แล้ว ออกเดทกันแล้วมันก็เป็นโอกาสดีๆ พิเศษๆ ในบรรยากาศที่ดี ใครๆก็อยาก check in อัพรูปเป็นที่ระลึก การไปเดทหรือได้ไปไหนกระหนุงกระหนิงกับคนที่รักมันก็โอกาสที่พิเศษพอที่จะอัพรูปไว้เป็นอนุสรณ์อยู่แล้ว

แต่ไม่วายกลายเป็นว่า โดนค่อนขอดว่าเป็นคน อวด ผัว

เหมือนกับคำว่าผัวที่เอามาจากสถาบันการแต่งงานของคู่รักต่างเพศ จะชอบหรือไม่ก็ตาม จะมีผัวให้อวดหรือไม่มีก็ตาม แต่วัฒนธรรมการอวดผัวก็เปรียบได้กับพิธีมงคลสมรส ที่บ่าวสาวจะประกอบพิธีขึ้นเพื่อประกาศให้สาธารณชนได้รับรู้ว่ามีเจ้าข้าวเจ้าของแล้วเหมือนกัน การอัพรูปไปไหนต่อไหนกับแฟนก็เป็นการบอกสถานภาพให้สังคมรับรู้ ว่ามีคนรักแล้ว หรือกำลังคบหากับคนไหนอยู่ เป็นการควบคุมกำกับคู่ความสัมพันธ์ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง ขีดเส้นไม่ให้คนที่จะมาจีบล้ำเส้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้สาธารณชนที่รับรู้ช่วยกันตรวจสอบสอดส่องเพ็ดทูล เป็นกลไกทางสังคมและการควบคุมความประพฤติทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว เพียงแต่ประเพณีอวดผัวสิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยกว่า พิธีรีตองน้อยกว่าประเพณีแต่งงาน

ความอวดผัวจึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ทั้งโปร่งใสและตรวจสอบง่าย อันเป็นจริยธรรมในโลกปัจจุบัน

วัน IDAHOT ในปี 2019 รัฐสภาไต้หวันให้ผ่านกฎหมายรับรองคู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนแต่งงานได้ หลังจากศาลฎีกาวินิจฉัยตั้งแต่ 2017 แล้วว่า การห้ามคู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญที่จะต้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างเสมอภาค แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะยังคงอนุรักษ์นิยมลงประชามติไม่เห็นด้วย แต่ก็อานิงส์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่มาจากพรรคประชาธิปไตยหัวก้าวหน้า การยอมรับความหลากหลาย สิทธิ เสรีภาพและความเท่าเทียม จึงเกิดขึ้นได้ในรูปแบบกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ในจักรวาลคู่ขนานอย่างประเทศไทย ไม่เพียงประชาธิปไตยหัวก้าวหน้าจะเป็นเพียงชนกลุ่มน้อย แต่ตลอดระยะเวลาที่มีการผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครองการแต่งงานคนรักเพศเดียวกัน ยิ่งร่างมากฉบับก็ยิ่งตัดสิทธิให้น้อยลงไปกว่าเดิม การแต่งงานมีผัวมีเมียที่พอจะทำได้จึงเป็นพิธีมงคลสมรส แต่ไม่วายกลายเป็นข่าวให้นักข่าวเขียนข่าวราวกับเป็นหนังสือพิมพ์เป็น human zoo  ฮือฮา! ทอมหล่อแต่งเจ้าสาวแสนสวยตามประเพณีไทย .สงขลา” “ฮือฮาทั้งจังหวัด!! “วิวาห์ชายรักชายเจ้าสาวเป็นหนุ่มวัย 18” ราวกับว่าคนรักเพศเดียวกันจัดงานแต่งงานกันเป็นความแปลกประหลาดจนต้องทำข่าวพร้อมกับความฮือฮา ช็อก ตะลึง อย่างที่ชอบพาดหัวข่าว

กลายเป็นว่าจดทะเบียนสมรสก็ยังไม่ได้ พอจะจัดพิธีแต่งงานปลอบใจก็กลายเป็นตัวประหลาดอีก

การแสดงออกถึงความรักโรแมนติกของคู่ชีวิต LGBT จึงเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม ไหนจะต้องก้าวข้ามเงื่อนไขบางประการภายในใจตนเอง ทำไมไหนจะเรื่องการยอมรับจากสังคมคนใกล้ตัว พ่อแม่บังเกิดเกล้าญาติสนิทมิตรสหาย การประคับประคองความสัมพันธ์ การยอมรับทางกฎหมาย และทำอย่างไรไม่ให้ดูเหมือนวัว 5 ขา หรืองูเหลือมเผือก

แล้วที่สำคัญ ไหนจะหาแฟนให้ได้สักคนนึง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย

ในโลกรักต่างเพศนิยม ความรักของคนรักเพศเดียวกันยังคงเป็นตัวประหลาด ต่อให้ปากจะบอกว่ายอมรับความหลากหลายทางเพศดังแค่ไหนก็ตาม  กะอีแค่ใส่เสื้อคู่ตุนาหงัน เดินจับมือถือแขนกันก็กลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว เดินด้วยกันไม่กี่ก้าวมันก็จะต้องมีต้องมีคนสะกิดให้คนข้างๆ ดู ซุบซิบนินทา กลายเป็นเป้าสายตา ไม่ใช่โดยชายหญิงรักต่างเพศเท่านั้น หากแต่ LGBT ด้วยกันเองนี่แหละ

แหม่ กลัวคนไม่รู้รึไงว่ามาด้วยกัน . . .”

มันจึงกลายเป็นความรุนแรงในมิติวัฒนธรรมแบบ homophobia และ internalized homophobia สำหรับคนรักเพศเดียวกันที่ยังเชื่อว่าเพศวิถีของตนไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะถ้าเราเชื่อว่าความรักของเพศเดียวกันเป็นเรื่องปกติ ก็คงไม่ให้เค้าและเธอกลายเป็นวัตถุแห่งการจับจ้อง สะกิดให้เพื่อนดูแล้วเมาท์มอย

ฮึปากก็พร่ำบอกว่า สนับสนุนความหลากหลายทางเพศอย่างงั้น love is love อย่างงี้ แปะ hashtag Lovewins  ดีใจน้ำหูน้ำตาไหลไปกับชาวLGBTไต้หวันที่สามารถแต่งงานกันได้ชาติแรกของเอเชีย แต่พอเห็นเพื่อนเก้งกวางตัวเองอัพรูปผัวลง IG Facebook กลับคว่ำปากสรุปหล่อนต้องการอะไรจากสังคมกันแน่

อันที่จริง การแสดงออกความรักบนที่สาธารณะของคนรักเพศเดียวกันไม่ใช่ความประเจิดประเจ้ออะไร และการเป็นแฟนกันก็เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องไปบอกโลก หากแต่มันคือการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างหนึ่ง ที่พยายามทำให้ความรักใคร่ระหว่างเพศเดียวกันเป็นเรื่องปกติ และเพื่อประกาศว่า เกย์เลสเบี้ยนไม่ว่าเพศวิถีเพศสภาพใดก็สามารถแสดงความรักให้แก่กันในที่สาธารณะได้ เป็นพื้นที่ของทุกคนไม่ใช่เขตสงวนไว้ให้เฉพาะคู่รักต่างเพศ ที่อนุญาตให้ชายหญิงสามารถเดินควงจับมือหอมแก้มได้เท่านั้น

ไม่ว่าจะโพสรูปคู่ลงโลกออนไลน์ หรือเดินจับมือหอมแก้มบนโลกออฟไลน์ ก็เป็นความพยายาม normalize เพศวิถีที่เคยถูกมองว่าผิดปกติเป็นสิ่งปกติให้คุ้นชินและอยู่ร่วมกันอย่างเคารพสิทธิเสรีภาพในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ต้องรอให้สังคมอนุญาตให้แสดงออกได้ปีละครั้งในพาเหรดเกย์ไพรด์ ในนามของกรณีพิเศษเช่นเดียวกับการแต่งแฟนซี ที่เราจะไม่แต่งเสื้อผ้าหน้าผมแบบนี้ออกจากบ้านวันอื่นๆ

ดังนั้นมนุษย์อวดผัวนี่แหละ ถือได้ว่ายอดมนุษย์และสร้างคุณูปการให้กับ LGBT แม้ว่าจะน่าหมั่นไส้น่าแอบ report รูปบ้างก็ตาม

- Advertisement -
SOMSANITH PHONHALATH
SOMSANITH PHONHALATH
Photographer Assistant