หยุดมองเรื่องการทำแท้ง = การฆ่า สร้างบาป ผีเด็ก ชวนมองประเด็น Ethics of Abortion ในไทยใหม่ หลัง สคท. บทร่าง กม. ลดโทษการทำแท้งแล้วแต่ไม่เสรี

- Advertisement -
ทำแท้งในประเทศไทย เมื่อไหร่จะถูกกฎหมาย?
นี่คือความคืบหน้าทีละนิดๆ ของไทยต่อประเด็นนี้ (กับการที่มีการทำแท้งเถื่อนส่งผลอันตรายต่อร่างกายเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย) ซึ่งล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ก็ได้มีการเสนอร่าง (ยังไม่ผ่าน) เพื่อแก้ไขป.อ. มาตรา 301 ให้ทำแท้งได้ถ้าอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ พร้อมเสนอลดโทษสำหรับคนที่อายุครรภ์เกินจากนี้ จากที่จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็น “จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไข ม.305 ให้ยกเว้นโทษกรณีแพทย์ช่วยทำแท้งด้วย ซึ่งที่อ่านมาคือย้ำได้อีกครั้งว่า ทำแท้งในไทยยังไม่เสรี และ นี่คือเพียงร่างเท่านั้น
วันนี้เราจึงอยากชวนมามองการถกเถียงเรื่อง ‘จริยศาสตร์เรื่องการทำแท้ง’ หรือ ‘Ethics of Abortion’ ว่าประเทศในโลกที่เขาให้สิทธินี้ต่อผู้หญิง (เพศทางชีววิทยา) เขามองเรื่องนี้กันยังไง ทำไมคนไทยหลายๆ คนนั้นยังวนๆ เวียนๆ อยู่กับการทำแท้ง = การฆ่า ผีเด็ก สร้างบาป
ทำแท้ง = ฆ่าคน – นี่คือข้อถกเถียงที่ไม่สิ้นสุดต่อเรื่องการทำแท้ง กับการที่คนคิดแบนเรื่องทำแท้งนั้น จะพยายามอธิบายว่าฟีตัส (Fetus) ที่อยู่ในท้องเป็น ‘คน’ ซึ่งมักนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เสนอว่าฟีตัสถือเป็น ‘มนุษย์’ เมื่ออายุ 12 สัปดาห์หรือบ้างก็ว่า 20 สัปดาห์มาสนับสนุนจุดยืนต่อต้านการทำแท้ง โดยการเอาวิทยาศาสตร์มาใช้เช่นนี้ ส่วนใหญ่มีรากฐานมาจากคำสอนของศาสนาคริสต์ที่ว่าการสร้างชีวิตใหม่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยในไทยหลายๆ คนก็สนับสนุนความคิดนี้ ว่าการทำแท้งนั้นคือการฆ่า และเมื่อไปรวมกับการที่เราเป็นรัฐที่มีความเชื่อทางศาสนาอย่างเข้มข้น ตลอดจนมีความเชื่อเรื่องผี (Superstition) เรื่องเล่าชุดหลักเกี่ยวกับการทำแท้ง จึงเป็นบาป บุญ คุณ โทษ ที่มักจะออกมาปรากฏเป็น ‘ผีเด็ก’ ที่เราจะพบเห็นมาตลอด ในสื่อต่างๆ โดยถูกผลิตซ้ำไปมา ซึ่งส่งผลทั้งในเรื่องที่ผู้หญิงไม่มีสิทธิทำแท้งอย่างปลอดภัย ต้องไปทำแบบเถื่อน ส่งผลอันตรายถึงชีวิต ตลอดจนผูกเข้ากับความรู้สึกนึกคิด เป็นบาดแผลฟกช้ำในใจตามหลอกหลอนไม่มีที่สิ้นสุด
ทำแท้ง ≠ ฆ่าคน – ฝ่ายนักปรัชญาสายจริยศาสตร์กลับมองว่าฟีตัสในท้องนั้นไม่เท่ากับ ‘มนุษย์’ (Actual human being) แต่ฟีตัสมีเพียง ‘ความเป็นไปได้ที่จะเป็นมนุษย์’ (Potential human being) โดยนักปรัชญาชาวออสเตรเลียอย่าง ‘Peter Singer’ เชื่อว่าความเป็นบุคคล (Personhood) นั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณสมบัติอย่างเช่น ความสามารถในการใช้เหตุผล (Rationality) ความรู้สึกนึกคิด (Self-consciousness) เสรีภาพเหนือตนเอง (Autonomy) และเป็นผู้กระทำทางศีลธรรม (Moral agent) แต่ฟีตัสไม่มีสิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมา จึงไม่สามารถนับว่าเป็นบุคคลหนึ่งได้ ซึ่งหากยึดตามหลักจริยศาสตร์นี้ การทำแท้งที่เป็นการหยุดการเจริญเติบโตของฟีตัส จึงไม่ถือว่าเป็นการพรากชีวิตคนๆ หนึ่ง และไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม ดังนั้นฝั่งต่อต้านการทำแท้งเสรีจึงไม่สามารถอ้างได้ว่า ฟีตัสในท้องมีสิทธิที่จะมีชีวิต (A right to life) ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ที่มีความเป็นบุคคลเท่านั้น
ทำแท้ง = สิทธิมนุษยชน – จะเห็นได้ว่าที่กล่าวไป ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกตีความโดยฝั่งอนุรักษ์นิยม หรือทฤษฎีทางปรัชญาสายจริยศาสตร์ที่ให้ความชอบธรรมกับการทำแท้ง ก็ต่างมุ่งความสนใจไปที่การตอบคำถามว่า “ฟีตัสเป็นปัจเจกที่มีชีวิตหรือไม่?” แต่สิ่งที่ขาดหายไปในสมการของทั้งสองคือเรื่อง ‘สิทธิที่ผู้หญิงตั้งครรภ์มีเหนือร่างกายตนเอง’ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ผู้ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงหรือผลของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม อย่างการเรียนไม่จบ ต้องออกจากงาน หรือเผชิญปัญหาทางการเงิน ก็คือตัวผู้หญิงเอง ไม่ใช่สังคม ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่บาทหลวง ไม่ใช่พระ และไม่ใช่นักการเมืองที่ตัดสินกฎหมายทำแท้ง
ประเทศไทยกับการทำแท้ง
สำหรับคนที่อยากสนับสนุนสิทธิทำแท้งที่ปลอดภัยได้ที่: https://bit.ly/2YY3LLx
ร่างแก้ไขบทบัญญัติความผิดฐานทําแท้ง ฉบับเต็ม: https://bit.ly/2ERqulO
#AbortionLegalization
#ProChoiceMovement
อ้างอิง:
    • บทความ Singer on abortion: A utilitarian critique
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน