“สื่อไทยต้องไร้อคติทางเพศ” – คุยเรื่องสื่อไทยกับความเข้าใจ LGBT กับ ศิริศักดิ์ ไชยเทศ

- Advertisement -

สำหรับเพจ Spectrum ทุกครั้งที่มีข่าวสารงานเกี่ยวกับ LGBT  ในไทยจะมีนักกิจกรรมมากมายแจ้งข่าวและเชิญเราไปร่วมด้วย และเกือบทุกๆ อีเวนท์เลย ผู้เขียนจะได้รับไลน์แจ้งเตือนเสมอจากคุณต้น ศิริศักดิ์ ไชยเทศ นักกิจกรรมสิทธิมนุษยชนที่ทำงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน  คุณต้นทำกิจการส่วนตัวที่จังหวัดเชียงใหม่แต่หากมีงานเมื่อไหร่ก็ต้องเหมือนเปิดวาร์ปมา กทม. บางทีมาเช้าเย็นกลับตลอด ภาพที่ผู้เขียนประทับใจคือการที่คุณต้นเมคอัพเอาหินติดใส่หัวแล้วขึ้นเครื่องมาแบบนั้นเพื่อมาร่วมการยื่นหนังสื่อต่อต้าน กม. ปาหินที่สถานทูตบรูไน

- Advertisement -

วันนี้เราจะมาคุยกับคุณต้น ศิริศักดิ์ ไชยเทศ กับประเด็นเรื่อง สื่อไทยและความเข้าใจใน LGBT เพราะคุณต้นคือคนที่ฟ้องร้อง สำนักข่าว TNEWS ที่ได้รายงานข่าวหนึ่งที่แฝงไปด้วยอคติทางเพศนำมาซึ่งการชนะคดีพร้อมเกิดการจัดอบรมสื่อไทยต้องเข้าใจความหลากหลายทางเพศ

ขณะรอคุณต้น  ผู้เขียนอยากชวนมาเปิดดูข่าวกันหน่อยว่าข่าวไทย (ส่วนมาก) ลงหัวข้อข่าวเกี่ยวกับ LGBT ไว้อย่างไร

แฉ โจ๋ไทยเสพติด เว๊ปโป๊ รักร่วมเพศพรึ่บ  นศ. หมอก็ไม่เว้น ผลวิจัยสื่อลามก จี้รัฐออก ..คุม อนาถสังคมไทยแนวโน้ม เก้งกวางฉิ่งฉับ เต็มเมือง หลังผลสำรวจ *มีต่อหน้า19

รักร่วมเพศ เฮ คดีทรัพย์สิน ศาลสูงพิพากษา ตั้งเกย์ควีนไทย เป็นผจก.มรดก คู่ขา อังกฤษตาย ศาลอุทธรณ์พิพากษา ให้เกย์ควีนไทย เป็นผู้จัดการมรดกสามีชายชาวอังกฤษที่เสียชีวิตกะทันหัน *มีต่อหน้า6

อุต๊ะ!! แฉเรื่องเล่าในคุก กับการ อัดถั่วดำ ของนักโทษชาย

งานวิปริตผิดเพศ งานคานิวัลของบรรดาผู้วิปริตผิดเพศ เกิดขึ้นที่เมืองนีซ เมื่อปลายเดือน มีพวกวิปริตผิดเพศ ทั้งหลายเข้าร่วมอย่างหนาตา ไม่ว่าพวกเลสเบี้ยน เกย์หรือพวกที่เข้าได้กันทั้งสองคน

ฮือฮา ตร.นะยะ แต่งผัวล่ำบึ้ก  จัดคอนเสิร์ตฉลองวิวาห์ ตำรวจหนุ่มหล่อเมืองกรุงเก่า ทำสาวๆหัวใจสลาย ร่อนการ์ดแต่งงานกับเจ้าบ่าวนักธุรกิจหนุ่มล่ำบึ้ก พร้อมควงแขนกันไปจัดเลี้ยง บ้านเกิดใน .ร้อยเอ็ด เพื่อนตำรวจเม้าส์กันแซด *มีต่อหน้า12

กวาดล้างสายเหลือง!! ตร.กวาดล้างแก๊งสาวประเภท2 ทั่วเมืองพัทยา รวบได้ 49ราย จัดทำประวัติอาชญากร

กศจ. สั่งจับตาครูที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ

อ่านแล้วก็….

รอคุณต้นสักพัก คุณต้นเสร็จการยื่นหนังสือแล้ว ดูมีพลังร่าเริงกับกระเป๋าเสื้อผ้าและป้ายรณรงค์เช่นเคย มะรุงมะรังจนผู้เขียนต้องถามว่า เหนื่อยไหม?  เหนื่อยกายนิดหน่อย แต่เหนื่อยใจมากกว่าเป็นบางครั้งอย่าเพิ่งเหนื่อยนะพี่ เราต้องคุยกันยาวเรื่องสื่อไทยกับความเข้าใจ ความหลากหลายทางเพศ

ความเข้าใจของสื่อไทยในความหลากหลายทางเพศ

Q:  อยากให้คุณต้นเล่าถึงความพิกลพิการของสื่อไทยตลอดมาต่อเรื่องความหลากหลายทางเพศหน่อย?

A:สื่อมวลชนไทยส่วนใหญ่ได้นำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคนที่มีความหลากหลายทางเพศโดยที่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจและยังไม่มีความละเอียดอ่อนในเรื่องเพศอย่างแท้จริง โดยได้นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับคนที่มีความหลากหลายทางเพศไปในทิศทางที่เหมือนเป็นคนแปลกประหลาดแตกต่างไปจากผู้คนทั่วไปในสังคมไทย มีการนำเสนอภาพตัวแทนเกี่ยวกับคนที่มีความหลากหลายทางเพศในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อีกทั้งยังมีการนำเสนอ พาดหัวข่าวในรูปแบบการตีตรา โดยการกล่าวถึงเพศสภาพที่แตกต่างเพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยมีเจตนาตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น เช่น เกย์เฒ่าขับรถชนคนตาย ซึ่งความจริงคือ การขับรถชนคนตาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเป็นเกย์เฒ่าเลย หรือล่าสุดที่มีการพาดหัวข่าว ศธ.สั่งจับตาครูเบี่ยงเบนทางเพศ ฯลฯ ซึ่งทำให้เกิดภาพเหมารวมหรือภาพตัวแทนต่อคนที่มีความหลากหลายทางเพศ อาทิ มีการใช้ภาษาที่ตีตรา ลดทอนคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นำเสนอให้ดูแปลกประหลาด การนำเสนอส่วนใหญ่เน้นไปทางเรื่องเพศ หมกมุ่นแต่เรื่องความสวยงาม หมกมุ่นในกามอารมณ์เพราะเข้าใจว่าคนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นสามารถมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้ มีsexยังไงก็ไม่ท้องไรงี้  หรือนำเสนอในฐานะที่เป็นปัญหาสังคม เป็นตัวตลก เป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงกว่าชาวบ้านทั่วไป เช่น พวกแก๊งไม้ป่าเดียวกัน ระเบิดถังขี้ สายเหลือง มนต์รักฟักทองบด ส้วมเต็ม แก๊งเกย์ หลงดัชนี กลิ่นเลสเบี้ยนโชย ตีฉิ่ง อมนกเขา วิปริตซ้ำซ้อน วิปริตผิดเพศ กะเทยควาย หอยปลอม หอยเทียม พวกเบี่ยงเบนทางเพศ กามวิปริต คู่เกย์วิปริตโหด กะเทยบ้ากาม ทอมค้ายาบ้า และอีกมากมาย

Q:  มีเคสไหน ที่คุณต้นเห็นแล้วรู้สึกแย่มากๆ ที่ได้ยินสื่อไทยพูดต่อ LGBT ไหม

A: “การใช้คำพูดในข่าว ละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ต่างๆ ที่ลดทอนคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เช่น สายเหลือง ระเบิดถังขี้ มนต์รักฟักทองบด ระเบิดเหมืองทอง อัดถั่วดำ ตุ๋ยตูด ฯลฯ อะไรประมาณนี้ เพราะถ้าพูดถึงคำเหล่านี้ คนส่วนใหญ่ ก็จะนึกถึงและนำเราไปเปรียบเทียบเป็นอุจจาระ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้สึกรังเกียจ ขยะแขยง ขึ้นมาทันที พอได้ยินทีไร รู้สึกถึงอคติของสื่อ เลยว่า เพราะอะไรพวกคุณถึงได้คิดอะไรได้ขนาดนั้น เราเป็นคนนะ แล้วทำไมถึงเปรียบเทียบเราเป็นอุจจาระ เพียงเพื่อ ต้องการนำเสนอความบันเทิง ความตลก ยอดขาย เรตติ้ง ยอดไลค์ ยอดแชร์เหรอ …..ซึ่งแน่นอน ตัวดิชั้นเอง ไม่ตลกด้วยนะจะบอกให้ หรือแม้กระทั่งคำว่า อัดถั่วดำ ตุ๋ยตูด ซึ่งในอดีต ถั่วดำ กับตุ๋ย นั้นเป็นชื่อของอาชญากร การนำคำเหล่านี้มาแทนคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ก็เปรียบมีนัยยะว่าพวกเราเป็น อาชญากร เพศที่3 วิปริตผิดเพศ เบี่ยงเบนทางเพศ รักร่วมเพศ อีแอบ ไม้ป่าเดียวกัน เปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ นิ้วเย็นๆ หรือจะสู้เอ็นอุ่นๆ ฯลฯ รวมถึงการใช้เพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศ มาแทนตัวบุคคลต้นเรื่อง เช่น ทอมค้ายา เกย์เฒ่าขับรถชนคนตาย กะเทยอัปปรีย์ขโมยของแขก ฯลฯ

Q: คนบางคนอาจคิด มันก็แค่ข่าวรึเปล่า มันส่งผมกระทบเชิงรูปธรรมอย่างไรต่อ LGBT?

A:สื่อมวลชนมีอิทธิพลต่อการรับรู้ ความเข้าใจของคนในสังคม รวมถึงสื่อยังสามารถกำหนดทิศทางให้คนในสังคมเข้าใจในสิ่งที่ต้องการสื่อสารไปในทิศทางไหนก็ได้ และสื่อมวลชนเองยังสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญมากในการปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคมไทย รวมถึงสามารถขับเคลื่อนเชิงกฎหมาย หรือนโยบายต่างๆ ด้วย ผลกระทบรูปธรรมเด่นชัดเลย เช่น ผลิตซ้ำความไม่เท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์

ถูกตีตรา แบ่งแยก กีดกัน เลือกปฏิบัติ เหยียดเพศ ล้อเลียน ในสังคม ในการเลี้ยงดูสั่งสอนลูกหลานทั้งในสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา เช่น พ่อแม่บางคนสอนลูกว่าอย่าเป็นกะเทยนะ เห็นมะ ข่าวก็ลง ว่าพวกนี้เป็นคนไม่ดี อารมณ์โหดร้ายรุนแรง ไม่มีความสุขในชีวิต ผิดบาป ไม่มีรักแท้ เดี๋ยวก็เป็นเอดส์ตาย ฯลฯ อย่าเป็นเลยพวกวิปริตผิดเพศประมาณนี้โตขึ้นมีแฟนเป็นเพศตรงข้าม มีครอบครัว แต่งงาน มีลูก ทำตามคำสอน ความเชื่อจารีตประเพณีดีที่สุดแล้ว ไม่ผิดศีลธรรมด้วยต่างๆ นานา รวมถึงการเลือกปฏิบัติในที่ทำงานด้วย  บางสถานที่ทำงานอาจใช้เป็นเหตุผลในการไม่รับคนที่มีความหลากหลายทางเพศเข้าทำงาน เพราะข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคนที่มีความหลากหลายทางเพศมักจะไปในทิศทางด้านลบ

หลายคนเป็นโรคซึมเศร้า หลายคนทำให้คิดอยากฆ่าตัวตาย และหลายคนฆ่าตัวตายไปแล้ว

Q : คิดว่าเหตุใดคนทำสื่อถึงไม่เข้าใจเรื่องนี้และไม่ระมัดระวัง ?

A: “อันนี้คิดเองนะว่า หนึ่งเลยคือ การตลาด สื่อมวลชนก็คือธุรกิจ สิ่งแรกของธุรกิจคือ ทำอย่างไรให้การตลาดมันดูน่าสนใจ เขียนปุ๊บ โพสต์ปั๊บ คนหันมาอ่านทันทีเลย ก็เลยทำให้การเขียนข่าวหรือพาดหัวข่าว คือต้องดูยิ่งใหญ่ ดูแปลกประหลาดไว้ก่อน โดยที่ไม่ได้สนใจว่าผลกระทบนั้นจะเป็นอย่างไร ข่าวเรื่องเพศมันสามารถเป็นประเด็นข่าวได้เพราะมันเป็นประเด็นที่ผู้รับสารหรือคนในสังคมส่วนใหญ่สนใจและแน่นอนว่าสื่อมวลชนเองก็มักจะต้องการสื่อสารหรือนำเสนอข่าวสารที่เป็นที่ต้องการของสาธารณะชนอยู่แล้ว

บางครั้งสื่อมวลชน มองเรื่องเพศหรือความหลากหลายทางเพศเป็นเพียงสินค้า ที่สามารถเอามาผลิต เอามาขาย เอามาเล่าเรื่อง หรือเอามาขยายต่อ ทำให้ได้กำไร ทำให้ได้เรตติ้ง ได้ยอดไลค์  ได้ยอดแชร์  ได้ยอดจำหน่าย สื่ออาจมองเรื่องเพศเป็นแค่วัตถุ ในฐานะที่เป็นสินค้าในระบบธุรกิจ ระบบอุตสาหกรรมสื่อ ในตลาดทุนนิยมเท่านั้น เพราะว่ามันเรียกยอดขาย เรตติ้งได้ ซึ่งวิธีคิดแบบนี้ ก็เลยทำให้สื่อมวลชนไม่ให้ความสำคัญหรือไม่ให้ความระมัดระวังต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในฐานะที่เป็นบุคคลต้นเรื่อง

และที่สำคัญ สื่อเองก็เป็นคนหรือองค์กรหนึ่ง ที่ได้รับการหล่อหลอมเรื่องกรอบ ชาย หญิง มาแบบเดียวกันกับที่คนในสังคมส่วนใหญ่ได้รับรู้ ได้รับการเรียนการสอนมาแบบนั้นเช่นเดียวกัน เพียงแต่สื่อมวลชนมีหน้าที่นำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเผยแพร่ หรืออาจนำไปสู่การผลิตซ้ำอยู่เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง โดยขาดความรู้ความเข้าใจหรือข้อมูลที่อัปเดต หรือการเปลี่ยนแปลงเท่าทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความหลากหลายทางเพศก็เช่นกัน

Q: อัพเดทสิ่งที่สื่อจะปรับปรุงในอนาคตเกี่ยวกับเรื่องนี้?

A:  “1. สื่อมวลชนต้องให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศเข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียน  ให้ข้อมูลหรือนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้วย

2. สื่อมวลชน ควรมีการสร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างการตระหนักรู้ในกลุ่มผู้เป็นเจ้าของกิจการสื่อ ผู้บริหาร กองบรรณาธิการ นักข่าว คนเขียนข่าว ทีมงานทุกคนที่เกี่ยวกับสื่อ โดยชี้ให้เห็นความสำคัญในมิติความหลากหลายทางเพศ มีการสนับสนุนให้บุคลากรมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ในประเด็นเรื่องเพศ เพศสภาพ เพศภาวะ อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ รสนิยมทางเพศ เพศวิถี ในความหลากหลายทางเพศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนประเด็น ความหลากหลายทางเพศดังกล่าว และที่สำคัญต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในกลุ่มสื่อมวลชนทุกแขนง ทุกระดับ ทั้งระดับผู้บริหาร สื่อมวลชนระดับปฏิบัติการ สื่อมวลชนคนรุ่นใหม่ต่างๆ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศ อีกทั้งยังควรมีการสนับสนุนกระบวนการเสริมสร้างทักษะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเครือข่ายสื่อมวลชนในทุกแขนง ทั้งออนไลน์ สิ่งพิมพ์ TV วิทยุ ฯลฯ เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาการนำเสนอข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ไปในทิศทางที่ดีเชิงบวกและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง

3. สื่อมวลชนต้องศึกษาเกี่ยวกับ ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติพ.. 2541 ด้วย เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการนำเสนอข่าวสารต่างๆ ได้อย่างเข้าใจ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และควรนำมาปฏิบัติใช้จริงในการทำงานอย่างจริงจังด้วย

4. องค์กรสื่อต้องแสดงเจตนารมณ์และออกนโยบายในองค์กร เกี่ยวกับการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ พร้อมจัดทำแนวทางปฏิบัติป้องกันและแก้ไขปัญหา  กรณีต้องการจัดการแก้ไขปัญหาให้สามารถดำเนินการอย่างจริงจังได้โดยทันที

Q: คำถามสุดท้าย ก่อนจะให้คุณต้นไปร่วมกิจกรรมอื่นต่อ เหนื่อยไหมในการผลักดันเรื่องนี้และความสุขในการเป็นนักกิจกรรมคืออะไร?

A: เหนื่อยไหม น่าจะเป็นความเหนื่อยใจทำให้ท้อแท้บ้างเป็นบางครั้ง เพราะสิ่งที่เราทำ เรื่องสิทธิมนุษยชน บางทีมันอาจจะไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของคนในสังคม บางคนเค้าคิดว่าเราทำเรื่องเยอะ ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ประเทศไทยนี้เรื่องความเท่าเทียมนี่ดีที่สุดแล้ว ใครๆ ก็ยอมรับ เป็นสวรรค์ของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือต้องการมากกว่าคนทั่วไป คือเค้าไม่เข้าใจว่าเรื่องสิทธิมนุษยชน หรือความเท่าเทียมมันคืออะไร เค้าก็เลยคิดแบบนั้นเพราะส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึกตัดสินมากว่า ทำให้หลายครั้งพี่โดนคุกคามต่างๆ เรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคโชเชียลมีเดียแบบนี้ ยิ่งโดนเยอะเพราะมันสามารถสะท้อนกลับเราทันทีในสิ่งที่เราทำ เช่น คอมเมนต์ โพส แคปเชอร์รูปเราไปด่า หรือแชทอินบ็อกซ์มาว่า มาด่า หรือมาบอก เราว่าให้เราหยุดทำเถอะซึ่งเรื่องแบบนี้แหละบางทีพอเราไปอ่านเห็น เราก็เหนื่อยใจ เสียใจ ท้อใจบ้างเป็นบางครั้ง

มีความสุขในทุกสิ่งที่เราทำ แค่เราได้เขียน ได้เล่า ได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับสร้างความเข้าใจในความหลากหลายทางเพศ เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องความเท่าเทียมหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องต่างๆ ในพื้นที่ของเราเช่นพื้นที่โซเชียลมีเดียของเรา แค่นี้ก็มีความสุขแล้วนะ อันนี้คือความสุขที่ใกล้ตัวมากที่สุดเพราะเราสามารถทำได้เลย แต่ถ้ายิ่งมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ คือเวลาเห็นสิ่งที่เราทำร่วมกับเพื่อนๆ และชุมชนนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดีขึ้น มีกฎหมาย นโยบายเพื่อคุ้มครอง เคารพ ปกป้อง เยียวยา ให้กับผู้ถูกกระทำ ละเมิด หรือการเลือกปฏิบัติต่างๆ ในสังคมได้ อันนี้ในฐานะนักกิจกรรมก็จะมีความสุขมากๆ เพราะสิ่งที่เราทุ่มเทแรงกายแรงใจไปนั้นไม่เสียเปล่า

- Advertisement -