สรุปประเด็น #หลานรัฐมนตรี มอมยาข่มขืน ดาราหญิงวัย 21 มีหลักฐานคือสารคัดหลั่งและแช็ต ด้าน “อาผู้ต้องหา” อ้าง หลานเป็นคนดี ขอให้ไม่เอาเรื่องเพราะหลานจะลงการเมือง

- Advertisement -

- Advertisement -

[TW: ความรุนแรงทางเพศ ลักพาตัว การข่มขืนในขณะที่อีกฝ่ายไม่มีสติ]

สรุปเหตุการณ์ร้อน #หลานรัฐมนตรีมอมยาข่มขืน

เรื่องนี้เป็นประเด็นขึ้นมาเนื่องจากมีรายงานว่า ชายนักธุรกิจ ผู้ทำงานในวงการบันเทิง หลานอดีตรัฐมนตรี (ตั้งแต่รัฐบาลในสมัยของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา) ที่มีแพลนจะลงเล่นการเมืองในอนาคต และรู้จักตำรวจหลายราย ได้มอมเหล้าและข่มขืนนักแสดงหญิงในขณะที่ไม่ได้สติ

ผู้เสียหายหญิง อายุ 21 ปี ผู้เป็นนักแสดง นักแต่งเพลง และนักร้อง ถูกนัดไปคุยงานรีวิวสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ทว่ากลับถูกพาตัวไปยังรีสอร์ตพูลวิลล่า โดยเหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม

ผู้ต้องหาได้นำโซจูให้เธอดื่มขณะคุยงาน พร้อมเล่าว่า ตนกำลังจะลงเล่นการเมือง โดยตำแหน่งที่เล็งไว้คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นผู้เสียหายก็หมดสติไป

พี่สาวของผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อผู้เสียหายได้จึงตาม GPS ไปยังรีสอร์ตดังกล่าว แต่กลับถูกคนขับรถของผู้ต้องหาห้ามไว้ เธอจึงแจ้งตำรวจให้พาน้องสาวออกมาแต่กลับถูกปฏิเสธ เพราะรีสอร์ตนี้เป็นของนายตำรวจยศใหญ่คนหนึ่ง

ผู้เสียหายมีสติอีกทีตอนเวลาประมาณตีสอง และพบว่าพี่สาวกำลังจะโดนรีสอร์ตดำเนินคดีข้อหาบุกรุก โดยผู้เสียหายได้เรียกแกร็บกลับบ้าน ในขณะที่ผู้ต้องหาไม่อยู่แล้ว

เช้าวันถัดมา ผู้เสียหายพบว่าตนถูกล่วงละเมิดหลังพบสารคัดหลั่งข้นเหนียวสีขาว จึงตัดสินใจไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แต่กระบวนการตรวจนั้นจำเป็นต้องมีใบจากตำรวจเพื่อดูผล ทำให้ผู้เสียหายและพี่สาว ติดต่อไปสอบถามผู้ต้องหาว่า ได้กระทำอะไรลงไป ซึ่งผู้ต้องหาได้ยอมรับว่าเขานั้นชอบผู้เสียหาย และได้เอายาให้ผู้เสียหายกิน แต่จำไม่ได้ว่ายาอะไรบ้าง

โดยผู้ต้องหาอ้างว่า ขณะนั้นผู้เสียหายมีอาการคลื่นไส้ และกำชับไม่ให้เธอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ผลตรวจร่างกายก็ได้พบว่ามีอสุจิอยู่ที่ช่องคลอดจริง พร้อมตัวยานอนหลับชนิดหนึ่งในปริมาณน้อยมาก

ทว่าในรายงานผลของแพทย์นิติเวช กลับไม่ระบุว่าพบยานอนหลับแต่อย่างใด ผู้เสียหายจึงรู้สึกไม่มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่

หลังตรวจร่างกาย ทั้งสองได้เข้าแจ้งความที่สน.โชคชัย ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา และมีการออกหมายเรียก ทำให้ผู้ต้องหาพยายามติดต่อมา แต่ผู้เสียหายปฏิเสธที่จะพูดคุยในขณะนั้น ก่อนจะติดต่อกับทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ‘ทนายตั้ม’ ให้เป็นทนายเพื่อติดตามคดีในเวลาต่อมา

ทั้งสองติดต่อผู้ต้องหาอีกครั้ง โดยผู้ต้องหากล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสมยอมร่วมกัน โดยยาที่ให้กินนั้นเป็นยาคุมหลังมีเพศสัมพันธ์ ด้านผู้เสียหายจึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเตรียมยาคุมมา หากเป็นการนัดพบเพื่อคุยเรื่องงาน

หลังจากนั้นก็มีความพยายามทำลายพยานหลักฐาน ด้วยการลบข้อความที่คุยกับผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายแคปไว้ทัน และส่งให้ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“หลังจากเมา น้องกับพี่คงมีอะไรกัน แต่ป้องกันแน่นอน”, “พี่เอายาอะไรให้หนูกิน” “ยาคุมครับน้อง” “ถ้าพี่เมาไม่ได้สติ จะเอายาให้หนูกินได้ไง” นี่คือส่วนหนึ่งของข้อความที่ถูกยกเลิก

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ ทางผู้เสียหายได้เข้าไปตรวจสอบสำนวนคดีที่สน.โชคชัยสี่ และพบว่าหลักฐานสำคัญที่ยืนยันเรื่องดังกล่าวได้หายไปจากสำนวนคดีที่ต้องใช้ยื่นไปยังชั้นศาล โดยตำรวจอ้างว่าไม่ทราบว่าหายไปได้อย่างไร และยังหาไม่เจอ โดยทนายคาดว่านี่อาจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ยังไม่มีหมายจับส่งไปยังผู้ต้องหา

ในเวลาต่อมา อาของผู้ต้องหาได้โทรศัพท์หาผู้เสียหายขณะอยู่กับทนายตั้ม โดยมีเจตนาเพื่อไกล่เกลี่ย ซึ่งฝั่งผู้เสียหายได้อัดคลิปขณะคุยไว้

ซึ่งผู้เป็นอาอ้างว่า ผู้ต้องหากำลังจะลงเล่นการเมือง และเข้ามาช่วยประเทศไทย ดังนั้นหากผู้เสียหายมีปัญหาด้านการเงินอะไร และสามารถคุยกันได้ ก็ขอให้คุยกันก่อน เพราะหากเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาจะเสียหายกันทั้งคู่

“อารู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วอาก็ไม่สบายใจนะน้อง คืออากำลังจะให้เล่นการเมือง จะให้เป็นรองเลขาของ … มันมีหลายเรื่องที่จะต้องดันเขาให้ช่วยเหลือประเทศไทยอะ เพราะฉะนั้นถ้ามันมีเรื่องอะไรที่ไม่ดีอะ มันก็จะทำให้เขาเสียหายนะลูกนะ เพราะฉะนั้นถ้าหนูมีปัญหาเรื่องเงินหรืออะไร (คือหนูไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงินค่ะ คือทำไมเขาทำกับหนูแบบนี้คะ)

“ณ ตอนนี้เนี่ย ในส่วนที่เขาจะช่วยหนูหรืออะไรต่าง ๆ เพราะว่า อาไม่รู้หรอกว่าไปทำอะไรกัน แต่ว่าถ้ามันมีเรื่องไม่ดีแล้วมันก็จะเสียหายทั้งคู่นั่นแหละ แล้วในสถานะที่คุณอาไม่รู้เรื่องด้วยว่าเป็นมาอย่างไร (ส่วนตัวหนูหนูไม่ได้ต้องการเงินเลยค่ะ) มันมีอะไรที่พอจะคุยได้ไหม?” นี่คือบทสนทนาบางส่วนระหว่างอาของผู้ต้องหา และผู้เสียหาย

ต่อมา ทางทนายตั้มจึงตั้งคำถามกับผู้เป็นอาว่า ได้คุยกับหลานเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือไม่ โดยอาของผู้ต้องหายังคงยืนยืนว่า ผู้ต้องหาเป็นคนดี ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการสมยอมกัน เพราะต่างคนต่างเมา

ในตอนนี้ ฝ่ายผู้เสียหาย ยังคงเป็นกังวลว่าอาจไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ยังคงยืนยันว่า ‘ไม่ได้เป็นการสมยอม’ แน่นอน เนื่องจากตนไม่มีสติด้วยซ้ำตอนที่เกิดเหตุ โดยรายงานล่าสุดได้ระบุว่า ทางทนายตั้มจะพาผู้เสียหายไปพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย 4 อีกครั้ง พร้อมเตรียมส่งหลักฐานยื่นต่อชั้นศาลใหม่

นอกจากนี้ ในด้านความคืบหน้าคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาในวันจันทร์ที่ 29 ส.ค. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากไม่มาตามนัดก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป

ร่วมแชร์ และจับตาดูข่าวนี้ เพื่อกดดันกันให้กระบวนการยุติธรรมไทยต้องนำมาซึ่งความเป็นธรรมอย่างที่ควรเป็น ไม่เหมือนหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับ ‘ผู้มีอำนาจ’ ในสังคม ทาง SPECTRUM ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เสียหาย และขอให้ความยุติธรรมบังเกิดเสียที

#หลานรัฐมนตรีมมอมยาข่มขืน #ล่วงละเมิดดาราสาว #ทนายตั้ม #ข่มขืน

Content by Natthapon T.
Graphic by Napas

อ้างอิง
PPTV HD 36: https://bit.ly/3Ko809U https://bit.ly/3AlVrHD
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน