#สมรสเท่าเทียม จะเข้าสู่วาระ ของรัฐสภาต้นเดือน พ.ย. นี้ เพื่อให้ ส.ส อ่านเอกสารรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กับเหตุผลว่าความเท่าเทียมทางเพศนั้นควรมีได้แล้วในไทย

- Advertisement -


#สมรสเท่าเทียม พร้อมบรรจุเข้าสู่วาระของรัฐสภาต้นเดือนพฤศจิกายน : การรับฟังตามมาตรา 77 เสร็จแล้ว รอบรรจุวาระประชุม” – เสียงจากคุณ ‘ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์’ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลได้โพสต์อัพเดทความคืบหน้าล่าสุดของกระบวนการในสภา

โดยขณะนี้ การรับฟังความคิดเห็นการสมรสเท่าเทียมนั้นเสร็จสิ้นลงแล้วและได้มีการเผยแพร่เอกสารสรุปออกมาจากทางรัฐสภาโดยทางสำนักเลขาพร้อมเสนอบรรจุวาระเข้าสู่การประชุมสภาต้นเดือนหน้าภายหลังเปิดสมัยประชุม และให้ผู้แทนราษฎรทุกคนอ่านเอกสารการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนี้ ซึ่งเมื่อผ่านขั้นตอนการบรรจุวาระแล้ว ขึ้นอยู่กับทางฝ่ายวิปรัฐบาลจะนำวาระนี้เข้าประชุมสภาเมื่อไหร่อีกครั้งหนึ่ง
สรุปข้อมูลจากข้อมูลจากการเก็บความคิดเห็นของคนไทยต่อประเด็นสมรสเท่าเทียมที่เปิดให้คนได้เข้าไปให้ความคิดเห้นเดือนกรกฎาคมปีนี้มี โดยมีผู้เข้าเยี่ยมเวปไซต์ 1,247,531 คน มีผู้แสดงความเห็น 54,445 คน (มีเพศชายแสดงความคิดเห็น 18% มีเพศหญิงแสดงความเห็น 82%)โดยภาพรวมความคิดเห็นต่อ 4 คำถามหลักดังนี้:

1. ควรแก้ไขบุคคลไม่ว่าจะเป็น ชาย หญิง และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สามารถหมั้นกันได้หรือไม่? – คนที่มีความคิดเห็นเห็นด้วย โดยรวมให้เหตุผลสนับสนุน ‘ความเสมอภาค’ และ ‘เปิดกว้าง’ ในส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยนั้น ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ‘ผิดจารีต’ และอาจทำให้สังคม ‘สับสน’

2. ควรแก้ไขบุคคลไม่เพียงระหว่างชาย หญิง แต่รวมถึง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ สามารถ “สมรส” กันได้? –  คนที่มีความคิดเห็นว่าเห็นด้วย ให้เหตุผลเรื่อง ‘ความเท่าเทียม’ ‘ความเป็นประชาธิปไตย’ และ ‘สิทธิตามกฎหมาย’ ที่ควรได้รับเหมือนคู่ชายหญิง ส่วนความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยให้เหตุผลเรื่อง ‘ธรรมเนียมของไทย’ และ ‘ขัดต่อศีลธรรมทางศาสนา’ จึงควร ‘แยกกฎหมายเฉพาะ’

3. ควรแก้ไขอายุบุคคลที่จะกระทำการสมรสต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปหรือไม่? –  สำหรับคนที่เห็นด้วยนั้น ให้เหตุผลส่วนใหญ่ว่าอายุ 18 ปี พ้นกฎหมายการคุ้มครองเด็กแล้ว อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์และเลือกตั้งได้แล้ว จึงสามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ ส่วนที่ไม่เห็นด้วยนั้น ส่วนหนึ่งให้เหตุผลว่า 17 ปีเหมาะสมอยู่แล้ว และอีกส่วนหนึ่งเชื่อว่า 20 ปีเหมาะสมในการสมรสมากกว่า เพราะหากเด็กเกินไปอาจมีปัญหาครอบครัวตามมาภายหลังได้

4. ควรแก้ไขให้คู่สมรสผู้มีความหลากหลายทางเพศมีสิทธิ หน้าที่ ความสัมพันธ์ระหว่างกันเหมือนสิทธิ หน้าที่ระหว่างสามีภรรยาหรือไม่? – ความคิดเห็นของคนที่เห็นด้วย ส่วนใหญ่บอกว่าผู้มีความหลากหลายทางเพศมีควรได้สิทธิหน้าที่ และได้รับการปกป้องจากรัฐตามกฎหมาย รวมถึงเรื่องสินสมรส การให้ความยินยอมเมื่อเจ็บป่วย และการรับบุตรบุญธรรม ส่วนความคิดเห็นแย้งนั้น ให้เหตุผลกังวลว่ามิจฉาชีพจะฉวยโอกาสหาประโยชน์จากการสมรส
#ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม (ที่ให้คนแสดงความคิดเห็น) 
– พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายการหมั้นและการสมรส จะทำให้ครอบครัวของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเข้มแข็งขึ้น ทำให้พวกเขาไม่ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ เท่าเทียม และได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย
– มีความเห็นว่าควรมีกฎหมายแยกเฉพาะเพราะจะทำให้แก้ไขภายหลังได้สะดวกกว่าและจะได้ไม่กระทบสิทธิชายหญิง
– ต้องมีการแก้ไขข้อระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของราชการให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
– ควรมีการจัดตั้งหรือพัฒนาให้มีองค์กรในการดำเนินการเรื่องบุตรบุญธรรม
#SameSexMarriage ?? ?‍?
#GenderEqualityMovementTH

อ้างอิง

#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน