สถานการณ์ Sex Workers ไทยในช่วงโควิด-19

- Advertisement -

วันนี้เมืองพัทยยาถูก Lockdown แล้ว

ล่าสุด ผู้ว่าฯ จังหวัดชลบุรีออกมาตรการสั่งปิดเมืองพัทยา โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายสองของวันนี้ (9 เม.ย.) โดยปิดถนนขาเข้า-ออก และมีการตั้งจุดคัดกรอง 5 จุดเพื่อลดการเข้าออกของคนอย่างไม่จำเป็นในช่วงการระบาดของโควิด

รู้กันดีอยู่แล้วว่าพิษของไวรัสนี้ ส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลถึงชีวิตผู้คนจำนวนมากที่ต้องอาศัยเงินจากทำงานในเมืองพัทยานี้ โดยเฉพาะอาชีพ ‘ชายขอบ’ ที่ไม่มีกฏหมายคุ้มครองรองรับในสวัสดิการและเงินเยียวยาต่างๆ วันนี้เราจะมาดูกันเกี่ยวกับกลุ่มอาชีพบริการทางเพศ

- Advertisement -

โดย ‘Khaosod English’ ได้รายงานว่า การประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่ช่วง 3 เมษานั้น ทำให้ผู้ให้บริการทางเพศในพัทยากว่า 50,000 คนต้องออกจากงาน ตลอดจน ‘The New Paper’ สำนักข่าวจากประเทศสิงคโปร์ รายงานว่ามี Sex Workers ไทยทั่วประเทศต้องหยุดการทำงานไปกว่า 300,000 คน

โดยทาง The New Paper เองนั้นยังได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบาย ‘เราไม่ทิ้งกัน’ กับมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาทจากรัฐไทย ที่ไม่ครอบคลุมถึงอาชีพค้าบริการทางเพศ เพราะอาชีพนี้ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ไม่ถูกนับว่าเป็นประชาชนคนหนึ่งในประเทศไทย พวกเขาต้องดูแลเยียวยากันเองด้วยเงินเก็บทั้งหมดที่มี

โดย คุณ ‘สุรางค์ จันทร์แย้ม’ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) กล่าวว่า อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ยากลำบาก เพราะเมื่อได้รับผลกระทบจากพิษทางเศรษฐกิจ พวกเขาจะเป็นอาชีพแรกที่ถูกมองข้าม และถูกทอดทิ้งโดยไม่ได้รับการเยียวยาเป็นเวลานานที่สุด

เพื่อเข้าใจสถานการณ์ชีวิตของคนที่มีอาชีพบริการมากขึ้น ทางเราจึงได้ไปพูดคุยกับ คุณ ‘แอนนา’ ผู้ทำอาชีพนี้เพื่อเลี้ยงตัวเองที่พัทยามากว่า 11 ปี ที่ตอนนี้เธอต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีอยู่เพียง 20,000 บาท เพื่อการดำรงชีวิตต่อไปในสภาวะการแพร่ระบาดแบบนี้

“พอมีเคอร์ฟิว พอปิดเมืองแล้วมันออกจากบ้านไม่ได้ ไปหาลูกค้าไม่ได้ ลูกค้าในแอพแชทหากันให้ไปที่โรงแรมตอน 4-5 ทุ่ม ตี 1 เพราะเขาออกมาไม่ได้แต่เราก็ออกไปไม่ได้ไง พอหมดเวลาเคอร์ฟิว เขาก็ไม่ต้องการเราแล้ว
มันก็พลาดเงินตรงนั้นไป”
“ปิดเมืองปิดได้ แต่นโยบายรองรับคืออะไร? เราเข้าใจในเรื่องของความปลอดภัย แต่ความปลอดภัยอันนั้น มันช่วยอะไรปากท้องของคนหาเช้ากินค่ำได้ไหม? เราหาวันนี้ก็ใช้วันนี้ สมมติได้เงิน 1,000 บาท ก็ให้แม่ 300 ค่ากิน 300 เก็บไว้ใช้ยามจำเป็น 200 เหลือ 200 เอาไว้ต่อชีวิตพรุ่งนี้เผื่อไม่มีลูกค้า ไหนจะค่าอยู่ค่ากิน ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต จุนเจือครอบครัว แล้วเงินเก็บอีก รายจ่ายมันเยอะนะ เราไม่ติดโควิดก็จริงแต่จะอดตายแทน”
“ก็ยังมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ไม่มากนะ มันต้องใช้ออกทุกวันก็ต้องหมดไปอยู่แล้ว ถ้าเจ็บป่วยขึ้นมาจะเอาเงินที่ไหนมารักษา ช่วงนี้ก็จะทำงานตอนกลางวัน ออกไปกินข้าว เจอลูกค้าก็ไปกับลูกค้าเลย แต่มักจะไปกับลูกค้าประจำ เพราะกลัวติดไวรัส เราไม่รู้หรอกว่าลูกค้าขาจรเขาไปที่ไหนมาบ้าง”
“หยุดเชื้อเพื่อชาติให้เวิร์คฟอร์มโฮม มันทำไม่ได้ทุกคนนะคะ น้องๆ ที่ทำงานด้วยกันเกือบทั้งหมดก็ต้องกลับบ้าน คือถ้าจะรอเงินเยียวยาจากรัฐบาล บอกเลยค่ะว่าความหวังมันริบหรี่มาก ส่วนมากก็คืนห้องที่พัทยาแล้วไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด ไปทำไร่ทำนา เราต้องพึ่งตัวเอง แต่พอกลับก็โดนด่าอีกว่าเอาเชื้อไปแพร่ต่างจังหวัด”
“กะหรี่เป็นคนชายขอบค่ะ รอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ก็เหมือนขายตัวตอนเคอร์ฟิวค่ะ รอต่อไปสิคะ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้มาบริหาร ธุรกิจพังหมดเลย ค่าแลกเงินก็ไม่เยอะเท่าที่สมควร ระบบบริหารการจัดการต่างๆ ล้มเหลวมาก ต่างชาติมองว่าเมืองไทยเชื่อถือไม่ได้ เขาเลยไม่อยากมาเที่ยว ลูกค้ายังบอกเลยว่า ‘You can’t trust your government’ เราเป็นเจ้าบ้านยังอึ้งไปเลย ที่ต่างชาติเขามองเราแบบนี้
“ก็ไปลงทะเบียนในมาตรการรับเงิน 5,000 บาทไปแล้ว ลงก็วุ่นวาย ภาษีก็ภาษีเรา ตอนเก็บนะเก็บเร็วเชียว แต่กว่าจะได้คืนนี่ตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีก ต้องกรอก ต้องร้องขอ ต้องรอลุ้น แต่ก็ไม่มีรีแอคชั่นใดๆ กลับมาทั้งสิ้น เงียบและไม่มีเงินเยียวยาส่วนอื่น เพราะอาชีพนี้ไม่ได้อยู่ในระบบ เราต้องใช้เงินเก็บมาช่วยเหลือตัวเองไปก่อน ถ้าคนที่มีแฟนต่างชาติซัพพอร์ตคอยส่งเงินให้ก็ดีไป แต่ถ้าใครไม่มีก็คือตุ้บค่ะ
“ไม่อยากให้มีกะหรี่ แต่ก็มาขูดรีดทุกวัน สังคมไทยเป็นสังคมที่ย้อนแย้ง ไม่ยอมรับในอาชีพของเรา ไม่ยอมรับว่าพัทยาเป็นเมืองแห่งเซ็กซ์ แต่ก็เก็บภาษีจากอาชีพที่ผิดกฎหมาย”
“คือมันมีช่องว่างทางกฎหมาย พออาชีพนี้ไม่ถูกกฎหมาย โดนลูกค้าตบตีก็ไม่มีสิทธิไปฟ้องตำรวจ ไปแจ้งความเขาก็บอกว่าเราทำอาชีพที่ผิดกฎหมาย แล้วความปลอดภัยเราอยู่ที่ไหนอะ บางทีเดินๆ อยู่ก็โดนเรียกปรับข้อหาเตร็ดเตร่ค้าประเวณี แต่ไม่มีใบเสร็จ แล้วเงินเข้ากระเป๋าใคร?”

“อาชีพกะหรี่ทำรายได้ให้กับประเทศมูลค่าเยอะมากนะ แต่รัฐบาลไทยปิดหูปิดตา ไม่ทำให้อาชีพนี้ถูกกฎหมาย ไม่มีอะไรมารองรับ ถ้าเราเจ็บป่วยก็ต้องไปหาหมอเอง จ่ายค่ารักษาเอง ไม่มีประกันสังคม ไม่มีอะไรคุ้มครองเรา เวลาเราซื้ออะไรเราเสียภาษีอยู่แล้ว กะหรี่ทำงานได้เงินก็เสียภาษี แต่ภาษีนั้นไม่เคยกลับมาถึงเรา”

“รัฐตรวจสอบภาษีย้อนหลังของพวกเรา แต่รัฐบาลตอนนี้ไม่เคยมาเปิดเผยข้อมูลตัวเองเลย
พอใครแย้งขึ้นมาก็อุ้มไปตรวจสอบ เอาไปปรับทัศนคติ”
พอกะหรี่ออกมาถามหาสิทธิ ก็ต้องมีคนอออกมาว่าทำไมไม่เลิกล่ะ ชอบบอกว่าเวลาตำรวจมาก็ให้เดินหลบๆ หน่อย เขาขี้เกียจจับแล้ว ถ้าไม่อยากจับก็ผลักดันให้ถูกกฎหมายค่ะ อยากจะบอกว่า บุหรี่เลิกยากแต่เลิกได้ กะหรี่เลิกง่ายแต่ไม่เลิกค่ะ อาชีพฉัน เนื้อตัวฉัน ฉันมีสิทธิเลือก
ถ้า Sex Work เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย อาชีพนี้ก็จะไม่ลักลั่นแบบนี้ เราอยากมีบัตรประจำตัว Sex Worker กะหรี่จะได้รับความคุ้มครองเหมือนเราทำงานรัฐวิสาหกิจ ถ้าถูกกฎหมายอัตราการแพร่เชื้อ HIV ก็จะลดลงด้วย พอมีบัตรแล้วก็ต้องไปต่ออายุทุก 3 เดือน การต่ออายุก็จะมีการตรวจเลือด ตรวจสุขภาพ หาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เราโชว์บัตรให้ลูกค้าดูได้ เขาก็มั่นใจมากขึ้น ถ้าเราไปกับลูกค้าแล้วขโมยของก็สามารถโดนพักใบอนุญาตเหมือนใบขับขี่ได้
มันจะดีต่ออะไรหลายๆ อย่าง
เพราะทุกอาชีพมีค่า งานให้บริการทางเพศไม่ใช่การค้ามนุษย์ หลายคนก็ดันคิดว่าเมืองไทยคือเมืองพุทธ จะทำอะไรอย่างนี้ไม่ได้ ต่ำตมมาก โดนดูถูก เหยียดหยาม ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี  มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อยากออกมาพูด ออกมารณรงค์ให้คนเข้าใจซะใหม่ นี่ยังไม่รวมเราเป็นผู้หญิงข้ามเพศอีกนะ LGBT ด้วยกันเองยังเหยียดเราเลย
“คนชายขอบในไทยที่รัฐไม่ใส่ใจยังมีอีกเยอะนอกจากกะหรี่ พอมีวิกฤติ เช่นโควิด เช่นไฟป่า
พวกเรายิ่งโดนเบียดตกขอบไปเลย ตกขอบแบบเงียบๆ…”
#เมื่อคนชายขอบไทยต้องตกขอบไปเรื่อยๆ
#SexWorkerLegalization
#HumanRightsMustBeForAll
อัพเดตข่าวเรื่องเพศเพิ่มเติม: https://spectrumth.com/

อ้างอิง

#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน