“รสนิยมทางเพศคือสิทธิ” ชุมชน BDSM ประเทศไทย

- Advertisement -
การร่วมเพศสู่จุดสุดยอดนั้นคือความสุขที่ดูจะเป็นทั้งความสุขทางกายและใจที่บียอนด์ไม่แค่บนสวรรค์ชั้นธรรมดาแต่กระฉูดพุ่งสู่สวรรค์ชั้นเจ็ด ความสุขกายสบายใจนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถเข้าถึงได้โดยพึ่งพิงในตัวเองอย่างง่ายดาย สิ่งนี้จึงกลายเป็นปัญหาหนึ่งที่ใหญ่หลวงยิ่งๆ นักเมื่อต้องการให้เหล่ามนุษย์หันไปพึ่งพิงสิ่งอื่นใดเฉกเช่นว่าศาสนานี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักอย่างหนึ่งว่าเหตุใดคำสอนทางศาสนานั้นถึงต้องบัญญัติวินัยที่เข้าไปกำหนดชุดความคิดของคนเกี่ยวกับเรื่องเพศ และนิยามความสุขใหม่ที่นามธรรมซับซ้อนและล่องลอยอยู่บนเวหาแทนที่จะเป็นความสุขจากระบบประสาทบนเนื้อหนังมังสาอันถูกนิยามใหม่แล้วว่

บาป

กระบวนการนี้นั้นเด่นชัดมากในคริสตจักร (มาก แบบ ก.ไก่ล้านตัว) ซึ่งข้อกำหนดทางศาสนานี้ได้ทำงานเข้มข้นยาวนานต่อเนื่อง แทรกซึมสู่ DNA ของสมองที่ถูกกระตุ้นด้วยเรื่องกามาเมื่อไหร่ ก็อดอุทานในใจไม่ว่าอี๋  (ลากเสียงยาว) คอนเซ็ปต์นี้ก็แทรกซึมเข้ามาในวิถีคิดแบบเราด้วย (คนไทย) ที่ชัดมากคือเรื่องผัวเดียวเมียเดียวกับการมีเซ็กส์ที่ดีงามหรือบริสุทธิ์ภายใต้ของร่มเงาสถาบันครอบครัว ความคิดนี้ผลักการมีเซ็กส์แบบอื่นนั้นเป็นไปในทางตรงกันข้ามคือชั่วช้า  หรือสกปรกเป็นการ Demonizatiom อย่างอัตโนมัติที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันเมื่อทัศนคติจากฐานคิดศาสนาไปปะทะรสนิยมทางเพศแบบอื่นที่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย แม้ว่าจะรู้ว่าคนบนโลกนี้มันหลากหลายมาก (.ไก่ล้านตัวอีกเหมือนกัน) มันจะให้ทุกคนนั้นมีชุดความคิดเพียงหนึ่งกับรสนิยมทางเพศแบบเดียวกันไปหมด มันเป็นไปไม่ได้ นั่นหมายความว่า ความหลากหลายทางรสนิยมทางเพศมีอยู่อย่างแน่นอน

คำถาม: ท่าทีที่มีต่อรสนิยมทางเพศแบบอื่นๆ ของคุณนั้นเป็นเช่นไร หากรสนิยมทางเพศของคนคนนั้นไม่ได้เรียบร้อยแบบพับเพียบ Make Love แต่มาพร้อมกับ ความรุนแรง ความเจ็บปวด โซ่ แซ่ กุญแจมือ หรือแม้แต่ ใบมีดโกน… ?
คำตอบ:  โอ้ยยยเจ็บแทน ทำได้ไง?”   พวกโรคจิต  มีเซ็กส์ธรรมดาๆไม่เป็นเหรอ
ไม่กล้าคุยด้วยอ่ะกลัว  หน้าตาก็ดีนะไม่คิดว่าเป็นพวกซาดิสม์” .. .  ซึ่งหากเหล่านี้คือคำตอบที่คุณที่มีให้แก่คนที่มีรสนิยมทางเพศเป็นแบบนี้ ถึงเวลาแล้วล่ะที่จะต้องมารู้จักพวกเขาให้มากขึ้น ขอเวลาไม่กี่นาที มานั่งร่วมวงคุยกันกับพวกเราในเรื่องนี้กันเถอะ

เปิดวงคุยกับพวกเขาบุคคลใน “Non-Labeled Arts BDSM Thailand”  ชุมชน BDSM ประเทศไทย

เผยประสบการณ์จริง (ที่ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็ไม่รู้หนังสือสุขศึกษาไทยจะบรรจุให้ได้อ่านไหม)

- Advertisement -

ในแสงสลัวๆ เคล้าความมืด ณ พื้นที่เล็กๆ ของห้องหนึ่งของ De Commune ในซอยทองหล่อ

คนเหล่านี้ที่มีตัวตนจริงๆ ใช้ชีวิตจริงๆ อยู่ในสังคมนี้ สังคมที่ที่ให้คนมีอารมณ์ทางเพศไปเตะบอล

สังคมที่เรื่องรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ต้องถูกข่มซ่อนไว้แบบอึดอัดในใจ

เพื่อขอพื้นที่สักนิดให้พวกเขานั้นได้มีตัวตน งานนี้จึงเกิดขึ้น

“BANGKOK BDSM ART FEST” งานที่ใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางส่งเสียงในใจพวกเขา

เสียงในใจที่หวังเหลือเกินที่อยากให้คนในสังคมได้ยิน

นุชอยากสร้างพื้นที่ส่งเสียงของพวกเราออกไปก็เลยจัดงานนี้เรียกนักข่าวเรียกช่างภาพมาคือเชิญสื่ออยากให้สื่อพูดถึงเรื่องนี้ให้บ้างค่ะ คนหลายๆ คนเขาก็อยากมีตัวตนในสังคมในแบบของตัวเอง อย่างเรื่องความหลากหลายทางเพศก็เหมือนกัน อันนี้มันเป็นความหลากหลายของรสนิยมทางเพศ แค่นั้นเอง เลยจัดงานเอาให้มัน Art เอาให้สังคมรับรู้ว่าพวกเรารับรู้ เรารู้สึกจากสิ่งที่สังคมโยนให้เราอย่างไร

เสียงนี้คือเสียงของคุณ นุชรสริน ศิลปะกัลป์

เจ้าของบริษัทขายขนมเปี๊ยะแห่งหนึ่งและแอดมินเพจ Non-Labeled Arts BDSM Thailand หัวหอกผู้ควักกระเป๋าตัวเองจัดงานนี้ขึ้น

เดรสสีทองสะท้อนแสงไฟพร้อมลายสักที่ประดับประดาผิวหนัง

คุณนุชเล่าถึงการค้นพบรสนิยมทางเพศของตัวเอง รสนิยมทางเพศ BDSM ที่หนังสือเรียนไม่สอน ที่สังคมไม่ค่อยจะนำเสนอ สู่สภาวะที่แสนยากลำบากและสับสนในชีวิตของคนที่มีรสนิยมแบบนี้ รสนิยมทางเพศที่ความเจ็บปวด = ความสุข

นุชเป็นมาโซคิสม์เพราะรู้สึกว่าตัวเองชอบความเจ็บปวด มีเซ็กส์แบบเจ็บปวด และก็ดำรงชีวิตที่ถึงไม่เซ็กส์ก็ต้องเจ็บปวด คือบางทีนั่งอยู่ก็จิกตัวเอง หรือบางทีก็เอามีดมากรีดตัวเอง รู้ตัวเองน่าประมาณ ม.1 หรือ ม.2 ก็เริ่มกรีดตัวเองแล้ว เราไม่รู้ว่าเราคือเป็นอะไร รู้แต่ว่ากรีดแล้วมีความสุข  แต่คนรอบข้างเป็นห่วงเราหมดเลยว่าเราจะฆ่าตัวตาย  กรีดเพราะเราอกหัก  แต่เราไม่ใช่ เราทำไปเรามีความสุข เราไม่ได้ทำไปเพราะเรามีปัญหาว่าเราเครียด หรือกำลังอกหัก ไม่ใช่ เราทำเพราะเรามีความสุขจากความเจ็บปวด

ยิ่งไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้มันไม่อยู่ในหนังสือเรียน พอมันมีคนเป็นแต่ไม่รู้ตัวเอง แล้วเราก็เริ่มค้นหาเวย์ตัวเองในหนังโป๊ แล้วมันก็จะไปอยู่ในหมวดนั้นหมวดนี้ ทำไมเราดูแล้วรู้สึกชอบ พอเริ่มเสิร์ชหา เราก็เริ่มรู้แล้วว่าเราจะชอบอะไร ช่วงแรกค้าน มีทั้งความรู้สึกน่ารังเกียจ สกปรก เราเป็นโรคจิตรึเปล่า? เราก็ถามตัวเองเป็นบ้ารึเปล่า? จนกระทั่งหาอ่านมากขึ้น เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ถึงได้รู้ว่าไม่ได้เป็นโรคจิต แต่การไม่มีที่ยืนนี่แหละ คือสิ่งที่จะกดดันทำให้เสียสุขภาพจิต

คือบางคนเขาชอบความเจ็บปวด คือถ้ามีเซ็กส์ก็แบบชอบให้บีบคอ ชอบให้ชก ให้ตบตี ให้ทำร้ายร่างกาย ให้เรารู้สึกว่ามีความเจ็บปวด หรือบางคนที่เป็นทาส เท่าที่ทักมาอยากกราบเท้านายหญิง เราเองก็งง ใครนายหญิง? กราบเท้าอะไร? คือพวกนี้เขาจำเป็นที่จะต้องมีนาย เพื่อให้ตัวเองมีคุณค่า  ไม่งั้นเขาจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตน เขาต้องหาสังกัดอะพูดง่ายๆ คือตัวเองเหมือนเป็นจิตวิญญาณล่องลอย ที่ต้องมีใครสักคนที่เป็นเจ้าของ พยายามหาๆๆๆ

นุชอยากบอกว่าเซ็กส์มันเหมือนการเดินทาง คุณอาจไม่เคยรู้ว่าอเมริกาเป็นอย่างไร ถ้าคุณไม่เคยเดินทางไป นุชก็ลองมาทุกเพศ นุชก็เดินทางไป  ทั้ง ทอม เกย์ กะเทย  ทุกอย่างเราจะรู้มากที่สุดเราต้องการอะไร ต้องการแบบไหน กี่คนบนเตียง พร้อมกันไหม หรือว่าอะไร มันคือการลองผิดลองถูก ก่อนจะรู้ชอบแบบไหน แต่ถ้าแนว BDSM ก็ต้องฟังวิทยากรก่อน เพราะมันจะมีเรื่อง ‘Consent’ มันไม่ใช่ใครอยู่ดีๆจะไปทรมานอีกคนได้ต้องมีการยินยอม ต้องมีการตกลงกัน ก็ทำกันไปแบบมั่วๆ พอมั่วๆมันจะเกิดอันตราย

นุชคิดว่าคนที่เป็น BDSM หรือคนที่มีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างไม่ได้เป็นโรคจิต

แต่จะมีปัญหาสุขภาพจิต จากการที่ไม่มีพื้นที่ยืนในสังคม

คือพอเราถาม ใครทราบบ้างที่เราเป็น BDSM ไม่มีใครทราบบางคนสามีไม่ทราบภรรยาไม่ทราบเพื่อนสนิทยังไม่ทราบไม่มีใครทราบเลยและมันอยู่อย่างโดดเดี่ยวเราอยากให้เขามีพื้นที่ยืนในสังคมอย่างน้อยก็มาในงานนี้ใส่หน้ากากมาก็ได้อยากแต่งตัวแบบที่เขาต้องการและก็มีที่แห่งนี้แหละที่คนอื่นไม่ได้มองเขาแตกแยกไม่มีคนมองเขาโรคจิตสาดิสม์มาโซคิสม์อย่าไปตีตาคนพวกนี้เพียงแค่รสนิยมทางเพศที่ต่าง ซึ่งหลายๆคนอาจจะมีรสนิยมทางเพศที่ อก สะโพก แต่บางคนอาจจะมีรสนิยมทางเพศกับถุงเท้า รองเท้า กลิ่นรองเท้า กลิ่นปัสสาวะ หรืออะไรก็ตาม เราอยากให้เข้าใจ และให้ที่ยืนกับเขาบ้าง และก็มีหลายคนมากที่มีความเครียด เครียดเรื่องงานอยู่แล้ว และพอมาเจอความเครียดเรื่องที่ไม่มีที่ยืนในสังคม มันเลยเป็นความลับที่เป็นความลับตลอดชีวิต บอกไม่ได้กระทั่งพ่อแม่พี่น้อง สามีภรรยา หรือลูก มันน่าจะเป็นปัญหาสังคม

ก็มีคนหลายคนถามว่ากลัวคนด่าไหม  ถ้าส่งออกไปไม่มีคนชม มี 80 90 เปอร์เซ็นต์มาเห็นแล้วด่า ก็แล้วแต่นะ อย่างน้อยประเด็นนี้ก็ถูกผลักออกไป อย่างน้อยคนก็ได้รู้ว่าคนกลุ่มนี้มีอยู่จริงๆในสังคมซึ่งคุณจะยอมรับไม่ยอมรับก็เรื่องของคุณ แต่เราก็มีความหวังนะ อยากให้เขาได้เปิดกรอบของเขาออกไปบ้าง ให้เขาข้าใจเราได้ขึ้นนิดนึงก็ยังดี

สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ สนับสนุนความหลากหลายทางรสนิยมทางเพศ” 

มี่ – นิธินันท์ งามชัยพิสิฐ

เรามาล้อมวงคุยกันต่อกับคุณมี่อีกหนึ่งผู่ร่วมจัดงานนี้ขึ้นมา คุณมี่เป็นแอดมินเพจ SAGA Thailand เพจท่าพร้อมคอนเซ็ปต์  Sexuality And Gender Acceptance Thailand”  ส่วนตัวคุณมี่นั้นใช้คำว่า Non Binary นิยามอัตลักษณ์ทางเพศของตน ซึ่งถึงแม้ว่าตัวเองนั้นจะไม่ได้มีรสนิยมทางเพศแบบ BDSM แต่ก็มาร่วมส่งเสียงสนับสนุนสิทธิความหลากหลายของรสนิยมทางเพศ

พอมาศึกษา BDSM มันก็ทำให้เห็นว่า BDSM ก็เหมือนกันกับ LGBT มันเป็นความแตกต่างที่คนอื่นมองพวกเราว่า วิปริตร วิตถารผมเป็นผู้ร่วมจัดงานนี้ขึ้นมา ส่วนตัวไม่ได้อยู่ในวงการนี้ด้วยซํ้า ซึ่งคนข้างนอกมองแต่ว่า มันเป็นความรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่มันมีอีกหลายๆมุมในความเป็นคน มันก็แค่เป็นรสนิยมที่ทำให้เขามีความสุข มันเหมือนเวลาที่เรามีความสุขเวลาได้ออกกำลังกาย บางคนก็มีความสุขเวลาเจ็บกล้ามเนื้อ เวลาได้ออกกำลังกาย ซึ่งกลุ่ม BDSM ก็มีความสุขในการเล่น การ Play ของเขา สิ่งสำคัญคือสิ่งเหล่านี้ต้องเรียนรู้ว่าต้องทำยังไงให้ปลอดภัย

คุณมี่พูดเสร็จก่อนส่งไมค์ต่อกลับถึงคุณป๋วย ​- พิชญอนันตรเศรษฐ์​ 

ชาย STRIAGHT อีกหนึ่งคนที่แม้ว่าตัวเองไม่ได้มีรสนิยมแบบ BDSM
แต่ก็มาเป็นส่วนหนึ่งเช่นกันในการส่งเสียงในประเด็นนี้ออกไปสู่สังคมเสียงของเขาในหน้าที่พิธีกรดำเนินของงานนี้

ผมคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ใน Community นี้เลย แต่เข้ามาทำรีเสิร์ช ว่าเออมันเป็นอะไรยังไง เราเลยเห็นแง่มุมหลายๆอย่างๆ คือมันไม่ใช่เรื่องของคนป่วยที่มาเจอกัน แต่เป็นกลุ่มคนที่เป็นคนที่มีรสนิยมที่แตกต่างแต่ไม่ได้หมายถึงเขาว่าจะแปลกแยกกว่าคนอื่น เขาแค่มารวมตัวกัน โดยพื้นฐานของสังคมที่ยังไม่เปิดกว้าง เท่าไหร่นัก ก็ทำให้เราเห็นแง่มุมของชีวิต ปถุชนคนธรรมดานี่แหล่ะ มองให้มันเป็นเหมือนการละเล่น Activity อย่างหนึ่งนั้นครับ ก็หลักๆนะครับ อยากให้สังคมมองงานลักษณะนี้ เป็นความชอบส่วนบุคคล แต่ก็อยากให้พูดถึงได้ในที่แจ้ง ก็ให้มันเป็นเรื่องปกติ เราอาจจะมองมันแปลก แต่มันไม่ได้เป็นความเลวร้ายแบบหลายๆคนจินตนาการ

จากเสียงของผู้จัดและพิธีกร เรามาฟังเสียงต่อเกี่ยวกับประสบการณ์จริงของ BDSM

คุณ ปิ  ปิยนันท์ แก่นสุวรรณ์ และ คุณ มู่ณัฐพัชญ์ จันทร์พงษ์ 

คู่รักเลศเบี้ยนและแอดมินเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ที่เป็นพื้นที่ให้กับชุมชน BDSM ในประเทศไทย ได้มาร่วมวงสนทนาส่งเสียงแชร์เรื่องราวพร้อมตอบทุกคำถามเพื่อคลายความสงสัย (ซึ่งหากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติมส่งคำถามไปที่เพจได้เลย)

คือความตั้งใจที่อยากทำให้คนที่มีรสนิยมทางเพศทั่วไปได้เห็น ไม่ได้มองว่ามัน Freak ไม่ใช่ Freakshow แบบสื่อแบบทีวีที่ทำให้คนเข้าใจมาโดยตลอด เขาจะได้มองคนที่มีรสนิยมทางเพศ แบบ BDSM ว่าจริง ๆแล้วมันไม่ได้มีแต่ด้านวิปริต แต่เขาก็เป็นคนคนนึงที่หลากหลายมิติ และเข้าใจว่า BDSM มันมาจากพื้นฐาน เรื่องของความยินยอม พร้อมใจ

Q: BDSM รู้แต่ชื่อแต่มันคืออะไร?

A:  มันคือประเภทรสนิยมทางเพศแบบหนึ่ง” – ขยายความคือ

B ความเป็นทาส สภาวะที่ถูกพันธนาการ (Bondage)

D การลงโทษ (Discipline) การปกครอง (Dominance)

S การยอมจำนน (Submission) การมีความสุขจากการทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด (Sadism)

M การมีความสุขจากการถูกผู้อื่นทำให้เจ็บปวด (Masochism)

Q: หากความเจ็บปวกคือความสุข ลิมิตของการสร้างความสุขของคุณมีจำกัดมากแค่ไหน?

A:ความเจ็บปวดมากที่สุดเนาะ (หัวเราะ) กล้า Claim ว่าตัวเองแรงสุดแล้วมั้ง (จากทุกคนในวงสนทนา) เวลา Play สิ่งที่แรงที่สุดมันมีหลายแบบ ใช้มีดโกนกรีดตรงอก กรีดเพราะว่าเล่นกับความเจ็บปวด ถามว่า Play กับตัวเองได้มั้ย ..ได้ แต่ส่วนให้จะให้พี่มู่ทำให้มากกว่า อีกอย่างนึงเคยโดนศิลปินที่มีความชำนาญด้านการใช้แซ่ จากญี่ปุ่นที่เขามาเที่ยวในไทย แล้วเราจัดอีเว้นต์แซ่ แล้วเขาฟาดเราด้วยแซ่ทุกชนิดเลย ก็เป็นรอยชํ้า ตั้งแต่ช่วงหลังจนถึงช่วงสะโพก มีรอยชํ้ารอยแดง เดินแทบไม่ได้เลย ประมาณเป็นอาทิตย์เลย ต้องใช้ไม้กระดานไว้ข้างหลัง ความเจ็บปวดมากที่สุดก็ประมาณนี้

Q: ความสุขจากความเจ็บนั้นเกิดเฉพาะขณะ Play แค่นั้นไหม แล้วความเจ็บจากการที่ต้องเยียวยาตัวเองขณะนั้นยังมีความสุขอยู่ไหม?

A:  เข้าใจๆ 5555 ตอนเริ่มแรกเนาะ โดนแซ่ฟาดเลย ครั้งแรกที่แซ่ฟาดลงมา เจ็บ ไม่มีความสุขเลย แต่ต้องใช้เวลากับมันโดยสักพัก มันมีความสุข มันมีความรู้สึกทางเพศ มันมีความเสียว มันมีความสุขอะไรอย่างเงี้ยค่ะ พอจบแล้ว เราเจ็บอยู่เป็นอาทิตย์ คนเฆี่ยนกลับไปแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บ แต่เป็นความรู้สึกที่ภูมิใจ ที่เราผ่านมาได้ เราไม่เคยผ่านความเจ็บแบบนั้นมาในชีวิต เราเลยรู้สึกว่า เห้ย เราได้ผ่านมาแล้ว เราได้รู้ เราได้มีประสบการณ์แล้ว เราจะได้เล่าให้คนอื่นฟังได้ว่าเป็นยังไง เราจะได้ Educate คนอื่นได้ มันเป็นความทรงจำ

วงสนทนานี้ดำเนินไป คุณมู่ คุณปิ ตอบคำถามพร้อมเล่าประสบการณ์ที่ผู้เขียนสังเกตได้ในการเล่าทุกซีนที่มีความรุนแรงสิ่งที่มีการห้อยท้ายเสมอคือแก่นของการปฏิสัมพันธ์กันที่จะต้องมีไม่ว่าจะเป็นรสนิยมทางเพศแบบใดก็คือเรื่องของ Safe (ความปลอดภัย) Sane (สติ) และ Consensual (ความยินยอม) ดังนั้นระหว่างคู่ Play จะต้องมีการตกลงกันเรื่องSafe Wordหากใครละเมิดการ Play ต้องหยุดลง

มีเสียงดังขึ้นในวงสนทนา

ผมสนใจ BDSM กับเรื่องธุรกิจครับ ในประเทศที่เขาเปิดแล้วนั้นเขามีมุมนี้ไหมครับ
คำถามจากผู้เขียนเองถามออกไป ก่อนผู้ที่ถูกแนะนำให้ตอบคำถามนี้เป็น คุณ Sara Angel  ผู้ที่ทำงานบริการกับลูกค้ากลุ่ม BDSM และคุณเอส เจ้าของแบรนด์ผลิตอุปกรณ์ BDSM และชุดยาง ForFun  และ Rubberforfun เจ้าดังในประเทศไทย

ขอส่งไมค์ต่อไปที่คุณซาร่าเพื่อเธอจะได้เล่าเรื่องราว BDSM อย่าง Realistically ในน้ำเสียงที่ Softly

ในฝั่งของซาร่านี้ จริงๆ แล้วอยู่ในวงการ BDSM เป็นอาชีพ ซึ่งสิ่งนี้ต้องบอกเลยว่ามันอยู่ในมุมมืด เคยผ่านประสบการณ์ที่รุนแรงมากต่อหลายสิ่งหลายอย่าง บางคนมีความสุขมากหากเลือดออก ต้องเจ็บหากว่าเราต้องมีการเฆี่ยน การตี หลายสิ่งหลายอย่างที่คนรอบข้างบอกว่ามันวิปริตมาก แต่ว่าก็ต้องมองว่าทั้งหมดเนี่ย มันเป็นรสนิยมทางเพศส่วนบุคคล ต้องบอกนะคะ การละเล่นแบบนี้คือการ Play ของ BDSM เกือบทั้งหมดแล้ว จะบรรลุผ่านกระบวนการเจ็บปวด การทรมาน ซึ่งแน่นอนว่าการสำเร็จในจุดนั้นของจิตใจแต่ละคน มันอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนจุดสุดยอดของเซ็กส์แบบปรกติ ซึ่งลักษณะแบบนี้มันจะเชื่อมโยงในประเด็นของ Fetishism คือเรื่องของการมีรสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนกับรสนิยมทางเพศ ชายชาย หญิงหญิง หรือ LGBT ซึ่งเป็นการ ปกติสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน แต่เป็นการฏิสัมพันธ์ของคนกับสิ่งของ สัตว์ อุปกรณ์ บางคนมีความรู้สึกอยากมีเซ็กส์กับดิน หรือมีเซ็กส์กับขยะก็มี ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย มันอยู่ในหัวข้อของ Fetish หลายท่านอาจจะมองว่าความแปลก ความ Freak ความผิดปกติ จุดมุ่งหมายของเราคือรสนิยมบางอย่าง ของคนจริงๆ เราอยากจะให้มองว่า มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากมองเป็นเรื่องปกติได้ เราก็จะมีที่ยืนให้คนกลุ่มนี้

อาชีพบริการ BDSM มันไม่สามารถทำเป็นงานได้ในไทย ในข้อนี้มันติดเรื่องกฎหมาย ที่ประเทศอื่นค่อนเข้างเปิด เอาเป็นว่า กิจกรรมนี้จะเปิดกว้างเช่นประเทศที่อาชีพโสเภณีถูกกฎหมาย อันที่จริงต้องอธิบายว่า ประเทศเราค่อนข้างมีความหวั่นไหวในเรื่องเพศ

ต้องบอกว่าที่ต่างประเทศ คือกลุ่มนี้เขาค่อนข้างจะเยอะจะกว้างกว่าประเทศไทย จะมีเยอะมากโดยเฉพาะประเทศที่มีเสรีเรื่องเซ็กส์ อย่างเนเธอร์แลนด์ เยอรมันทางกลุ่มนี้ค่อนข้างชัดเจนมาก แล้วก็อีกฝั่งหนึ่งคือญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนของกิจกรรม BDSM ที่ทำเป็นอาชีพ จะชัดเจนค่ะ คนที่รู้จัก พูดง่ายๆ คนที่มาหาเราประจำส่วนมากจะมาจากทางญี่ปุ่นเยอะมาก สำหรับซาร่าเอง สมัยก่อน ถ้าตีเป็นรายชั่วโมง ก็หลักพันต่อชั่วโมง ระยะเวลาก็ต่างกัน คนหนึ่งก็ต่างกันบางคนก็สองชั่วโมง บางคนก็มีการเล่นที่ข้ามคืนบ้าง จนไปถึงวันบ้าง บางกิจกรรมก็ไม่สามารถทำให้จบได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ทุกวันนี้รับจ๊อบปกติก็นานๆ ที เป็นคนในอดีตที่รู้จักกันเป็นหลัก

ในตอนแรกซาร่าซ่อนมันจากพ่อแม่และเพื่อน เนื่องจากทำมันเป็นอาชีพ ฉันเลยต้องเรียนรู้ และเข้าใจ BDSM ในหลายแบบ หลายมิติ และสามารถบอกกับทุกคนได้ว่า BDSM คือ Life Style ของฉัน Life Style,  it’s only for individual exploration. You have to understand the others; you don’t have to be judged about your lifestyle”

อุปกรณ์ BDSM – Made in Thailand โซ่ แซ่ กุญแจมือ อื่นๆ ซื้อได้ที่นี่

นี่คือคุณเอส เจ้าของกิจการ เอสMr.S Rubberforfun”
ขายชุดยางในไทยมากว่าสิบปี และปีนี้เป็นปีแรกที่ลงมือ ForFun ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ BDSM
โดยทางคุณเอสจะคิดคอนเซ็ปต์ของอุปกรณ์แต่ละชิ้นก่อนให้ทีมออกแบบคิดขึ้นมา
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นจากความสนใจของคุณเอสเอง

ตอนแรกไม่ได้มองเป็นธุรกิจ คือผมชอบพวกชุดยาง ก็เลยเริ่มทำจากชุดแฟนซีค่อยมาถึงชุดยางแล้วก็เริ่มทำแบบออนไลน์แรกๆ ก็ไม่ค่อยได้ขาย เพียงแค่เราทำขึ้นมาเพราว่าชอบ ก็เลยทำ ในไทยก็มีส่วนมากเป็นเซ็กส์ทอยแต่ผมไม่ได้ขาย ของผมขายแค่ของแฟชั่นและของที่ขายตามกฎหมาย เหล่านี้เราเรียกว่าอุปกรณ์ BDSM อย่างที่คนทั่วไปเขารู้กันก็พวกโซ่แส้กุญแจมือ ที่ตีก้นอย่างงี้ ซึ่งมันไม่ใช่สื่อลามกหรือของเทียม มันก็เป็นประเภท Accessories อุปกรณ์แฟชั่นครับ

Q: Made in Thailand ของร้านคุณเอส ข้อดีคืออะไร ?

A:ที่ผ่านมาผมได้เห็นมาทั้งของนอก เกรดจีน เกรดยุโรป เห็นมาหมด มันเลยทำให้รู้ว่าโจทย์ระหว่างคุณภาพกับราคาคืออะไร เลยเป็นที่มา เน้นวัตถุดิบดูดีคงทนใช้ได้นาน ราคากลางๆ เมื่อเทียบกับตลาดที่มีอยู่

งานแบบ Harness สายรัดตัว ดีไซน์ให้ใช้งานดีคงทน 2000-5000 บาทแล้วแต่หนัง หนังวัว หนังแท้

หน้ากากก็มีราคา  3900/5000/6000 แล้วแต่วัสดุ ยางก็จะยืด หนังไม่ยืดแล้วมันจะแน่นกว่า คนที่ชอบพวกนี้นอกจากชอบสีจะชอบกลิ่น กลิ่นหนัง กลิ่นยาง ซึ่งชุดยางที่ขายดีสุดคือชุดยาง สีดำดีสุด รองลงมาแดง ชมพูจะน้อย คนส่วนมากชอบสีเข้ม ที่ปิดปาก หรือ Ball Gag พันกว่าบาท เอาไว้ใส่เพื่อที่จะพูดไม่ได้ ที่ตีสองพันกว่าบาทด้ามแสตนเลสปลายเป็นหนัง มีสายคล้องคอ สายจูง เหมือนสายจูงสุนัขราคาอยู่ที่พันกว่าบาท

จะสังเกตได้ว่าการเล่น BDSM นั้นมันสอดคล้องไปกับเรื่องพันธนาการจากคนตลอดจนการเกี่ยวพันไปกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังที่คุณเอสยกตัวอย่างไป ทั้ง โซ่ แส้ กุญแจ มือ ที่ปิดปาก สายจูง และที่โด่งดังและนิยมมากก็คือการใช้เชือก นั่นเป็นเหตุผลที่งานนี้นั้นมีโชว์ไฮไลท์ที่สำคัญคือการแสดง ศิลปะการมัดเชือกแบบญี่ปุ่น (Japanese Bondage) ที่เกิดขึ้นแรกเริ่มในสมัยเอโดะเมื่อราวๆ 200-300 ปีที่แล้ว การมัดเชือกในแบบคินบาคุที่มีความหมายว่าพันธนาการ  โดยสมัยนั้นเป้าหมายหลักของการมัดคือเพื่อกักขังเหล่านักโทษอาชญากร เชลยศึก หรือทาส แต่วันเวลาเปลี่ยนไปการมัดเชือกเข้ามาสู่บริบทของการมัดที่มีนัยยะเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องนำมาซึ่งชื่อเรียกว่าชิบาริซึ่งปัจจุบันมีการนำมาผสมผสานสู่การนิยามในรูปแบบ ‘Art Performance’  ศิลปะที่ยังคงอยู่บนพื้นฐานของความเจ็บปวดและรสนิยมทางเพศเฉพาะกลุ่มแบบ BDSM

มาถึงประเด็นนี้ เราขอส่งไมค์ต่อเพื่อร่วมพูดคุยกับคุณโด่ง – Master of Rope ของประเทศไท

ผมชอบมัด ผมก็มัดอย่างเดียว เพราะเราเห็นงานของญี่ปุ่น มีความรู้สึกว่ามันสวย รู้สึกสนใจว่ามันทำอย่างไรจะมัดให้ได้สวยแบบนี้ คือเราชอบเรื่องเงื่อนมาอยู่แล้ว สมัยก่อนเคยขับรถบรรทุกด้วย ผูกเงื่อนเชือกในรถบรรทุกอย่างงี้ มันก็คล้ายๆ กันที่ผูกแล้วยกคนขึ้น ก็เริ่มศึกษามาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็เกือบสิบปีแล้ว เริ่มมัดคนจริง 5-6 ปี เริ่มมัดกับคนในกลุ่มที่รู้จักกัน

เชือกที่มัดคนกับมัดสิ่งของจะต่างกัน เชือกมัดคนใยมันจะต่างกันเยอะเลย ถ้ามัดสิ่งของมันเป็นเชือกพวกไนลอนอะไรแบบนี้ แต่มันแพง ผมซื้อมานี่ 12 เส้น เส้นละ 8 เมตร สี่พันกว่า เขาหิ้วมาจากญี่ปุ่น สัมผัสมันนุ่มกว่าเยอะ ผมต้องเอามาเตรียมอีกครับ เอามาลนขน แล้วเราจะเอาน้ำมันมานวด ถ้ามันสกปรกก็เอาไปซักทำความสะอาด เพราะยิ่งซักมันยิ่งจะนุ่มเพราะมันเหมือนผ้า

คุณโด่งได้ยื่นเชือกให้ผู้เขียนได้สัมผัส

เชือกชนิดนี้นั้นมีสัมผัสที่นุ่มนวลกว่าเชือกมัดข้าวของในชีวิตประจำวัน

ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยในกิจกรรมนี้คุณโด่งเล่าต่อว่าเขาฝึกมัดทุกวันที่บ้านกับหุ่นลองเสื้อมันก็เหมือนกิจกรรมที่หลายคนชอบ มันมีความสุขก็ทำ ถ้าจะมัดคนอื่นก็ต้องมาจากความสมัครใจ

Q: ความสุขอย่างไร? ผู้เขียนถาม เพื่อให้ได้คำตอบถึงสุนทรีย์ในโลกชิบาริของคุณโด่ง

A:มันสวย แล้วยิ่งมีความรู้สึกให้เราจินตนาการว่า ตรงนี้น่าจะเป็นลายแบบนี้ ตรงนี้จะเป็นอย่างนี้ แล้วอีกอย่างเห็นสีหน้าของเค้าเวลาเห็นเค้าโดนมัด เค้ามีความสุขไหม คือผมแบบนี้มัดปกติ ไม่ได้มัดแนวซาดิสม์สักเท่าไหร่ แต่ถ้าเรื่องเพศก็ต้องมีการตกลงกันก่อนว่าจะมีเพศสัมพันธ์นะ

มันเป็น เรื่องความสวยงาม สรีระของร่างกาย ในเรื่องของความสัมผัสของเชือก ที่นาบลากลงไปในตัวเขา
คนที่ไม่ชอบมัดผมจะไม่มัด มือเราสัมผัสด้วยส่วนหนึ่งมือที่โอบลงไปไม่ใช่เพื่อที่จะแต๊ะอั๋ง
โอบคือคุณไว้ใจเรานะอบอุ่นนะแล้วสัมผัสจากเชือกส่งต่อตรงนี้ตรงนั้น

และเพื่อให้เห็นภาพของงานชิบาริ ขอเชิญผู้อ่านทุกท่านที่อยู่ในวงสนทนากันมาถึง ณ ตรงนี้

ชมการแสดงโดยศิลปิน คุณ หญิงญาดา แก้วบุรี

ร่วมแสดงด้วยคุณ Didi แสดงร่วมในฐานะบันนี่ หรือคนโดนมัด

แสงไฟในห้องเปลี่ยนไป จากที่ Low Key อยู่แล้วก็ Low Key กว่าเดิม
คงมีเพียงแค่บริเวณลานแสดงที่แสงจ้าลงมาเหมือนแสงพระจันทร์กระทบน้ำที่มืดมิด
ในความมืดที่สงบเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของผู้ชมที่จดจ้องไปที่เดียวกัน
ขณะนั้นเองเสียงเส้นแส้สั่นรัวส่งเสียงก้องเสียดลงกลางใจเหมือนกับสายฟ้าฟาดลงมาในวันมีพายุ
นี่แหละหนอคือพลังของเครื่องดนตรีที่มีชื่อว่า เชลโล่ ที่ถูกเล่นอย่างพลิ้วไหวโดยคุณ เสาวคล ม่วงครวญ
ช้าเร็วเร็วช้าผ่อนบ้างเร่งบ้านเงียบบ้างผสานกลมเกลียวไปในความมืดและความเงียบ
ณ โรงพยาบาลทางจิตเวชแห่งหนึ่งที่ดูแลโดยศาสนาคาทอลิก
วีลแชร์ที่มีบันนี่นั่งอยู่ถูกจูงออกมาโดยคุณญาดา

ผนังอันดำมืดค่อยปรากฏภาพจากวิดีโอ
พิธีไล่ผี เทเลทับบี้ ซาตาน
เหตุการณ์ 14 ตุลา
การสลายของซากศพ
สู่ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน
การเบิกบานของเหล่าดอกไม้
นกกระเรียนคู่นึงสับขาสยายปีกเข้าคู่เกี้ยวพาราสีกันไปมา สับส่ายร่ายรำ โบยบินอย่างอิสระ
เชลโล่ถูกสีรัวอีกครั้ง เสียงมันดังก้องกินใจดีจริงๆ
และการมัดเชือกเริ่มขึ้น
สุนทรีย์นี้ถูกโชว์ออกไปผ่านทางการจ้องชม
พร้อมแก่นสาระเบื้องหลังที่อยากให้สังคมให้พื้นที่
แก่คนที่มีรสนิยมแบบ BDSM เบิกตา เปิดใจ แล้วชมงานนี้

เมื่อโชว์จบลง
เสียงปรบมือของคนในงานดังขึ้น
เสียงปรบมือจากคนหลายๆ คน
จากกลุ่มคนที่มีรสนิยมทางเพศแบบ BDSM
จากทุกเพศที่ชื่นชอบศิลปะแบบชิบาริ
จากผู้เขียนเอง
จากผู้คนที่เข้ามารู้จักโลกของพวกเขา
เสียงสะท้อนที่ก้องไปมาในพื้นที่นี้
เสียงที่อยากให้ทุกคนนั้นได้ยิน..
- Advertisement -