ย้อนกลับไปตอนที่ผมเป็นทหารเรือครับ ตอนนั้นคือรู้แล้วว่าตัวเองเป็นเกย์ แต่ลองคบกับผู้หญิงครับเพราะอยากกลับมาเป็นผู้ชายอีกครั้ง

- Advertisement -

“ผมชื่อ ‘แซม’ เป็นเด็กสุราษฎ์ครับ พ่อผมเป็นทหารพรานนาวิกโยธินกองหน้าที่หน่วยรบกล้าตาย เขาจึงอยากเลี้ยงลูกให้เป็นผู้ชายมากๆ เขาพาผมไปบ่อนไก่ทุกวัน เช็ดปีกไก่ อาบน้ำ ลูบน้ำไก่ ดูดเสลดจากคอไก่ ผมทำได้หมด ไปซ้อมไปแข่งมวยก็ต้องทำ ผมถูกเลี้ยงให้เป็นผู้ชายและคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายมาตลอด แต่พอ ม.ปลายคือผมเริ่มงงกับตัวเองเพราะดันมีอารมณ์ทางเพศกับผู้ชายและผมก็ได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนผู้ชายด้วยกันแล้วยังเป็นรับด้วยครับ โลกผมเลยตาลปัตร เคยนั่งมองกระจกจ้องดูตัวเองแล้วร้องไห้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับผม คือกูเป็นผู้ชายหมด ทำได้เหมือนผู้ชายหมดแต่แค่กูไม่ชอบผู้หญิง จะทำยังไงดี ตอนนั้นผมร้องไห้หนักมาก ตัวเองคืออะไร จากนั้นก็อยากค้นหาตัวตนก็ลองแต่งหน้าดู พ่อก็ดันมาจับได้โดนตบไปทีนึง ผมก็ยิ่งคิดว่าต้องกลับไปเป็นผู้ชายให้ได้อีกครั้ง”

“ย้อนกลับไปตอนที่ผมเป็นทหารเรือครับ ตอนนั้นคือรู้แล้วว่าตัวเองเป็นเกย์ แต่ลองคบกับผู้หญิงครับเพราะอยากกลับมาเป็นผู้ชายอีกครั้ง มีความแมนมากขึ้น นักเลงมากขึ้น จนวันหนึ่งที่ย้ายจากสัตหีบมาฝึกที่กทม. เดินผ่านกลุ่มนักเรียนพยาบาลศิริราชแล้วมีคนหนึ่งสวยมาก เพื่อนผมก็ชอบผมเลยอาสาไปขอเบอร์ให้แต่พอได้เบอร์มาเลยลองจีบเอง น้องพยาบาลคนนี้เป็นคนจ.สกลนครครับ น้องเค้าสวยและน่ารัก”

“ผมมีลูกพี่ลูกน้องรุ่นเดียวกันที่เป็นลูกของลุง เขาก็เป็นเหมือนผมแต่พี่เขาคือแต่งหญิงเลย ซึ่งโดนบ้านบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงและมีลูกแล้วด้วย ผมเลยลองไปคุยกับเขาเพื่อปรึกษาเรื่องคบกับผู้หญิงโดยเฉพาะเรื่องที่จะต้องฝืนใจมีเซ็กซ์กับผู้หญิงนั้นต้องทำอย่างไร? เขาบอกก็ทำๆ ไป ตอนนั้นผมก็ต้องเอาหนังโป๊ชายหญิงมาดูแต่มันก็ไม่ขึ้น คือไม่มีอารมณ์ทางเพศกับผู้หญิงเลย ในใจก็ยังไม่กล้าทำอยู่ดี ตอนนั้นผมก็จีบน้องเขาจนติด ก็ได้แต่จับมือ ผมก็บอกว่าใส่ชุดทหารทำอะไรไม่สมควรไม่ได้ คือผมไม่มีความรู้สึกทางเพศกับผู้หญิงน่ะครับแต่ผมก็รู้สึกรักรู้สึกห่วงใยเขามากๆ เราตกลงเป็นแฟนกัน คบกันได้เกือบปีครับ น้องเขารักผมมาก มากจนผมรู้สึกผิด ผิดที่หลอกตัวเองและผิดที่ไปหลอกน้องเขา ผมจึงตัดสินใจบอกเลิกน้องเขา ผมก็บอกต้องขอโทษกับสิ่งที่จะพูดนะ คือพี่ไม่สามารถคบกับเราได้จริงๆ น้องเขาก็ถามเหตุผลผมก็ไม่กล้าบอกน้องเขาไปตรงๆ คืนนั้นเราสองคนต่างร้องไห้”

“ทุกวันนี้เราขาดการติดต่อกันแล้วครับ ตัวผมตอนนี้ แซมก็เป็นแซมแล้วครับ เป็นแซมมี่ที่มีส่วนผสมของตัวเราเอง พ่อแม่รับแซมได้แล้ว แต่สิ่งที่ติดใจคือเรายังไม่เคยบอกน้องเขาตรงๆ เป็นทางการเลยว่าพี่เป็นเกย์นะ (ซึ่งน้องเขาคงรู้แล้วแหละ) ยังไงตาม หากน้องผ่านมาเจอโพสต์นี้พี่ก็อยากจะบอกขอโทษปิ๊งอีกครั้งนะ แต่ความรู้สึกที่มีให้ตอนนั้นพี่ว่ามันก็คือความรักนะ ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้ปิ๊งนั้นเสียใจ เสียความรู้สึก เสียเวลากับพี่ หวังว่าตอนนี้ปิ๊งจะเจอคนดีๆ ที่รักและดูแลปิ๊งได้ให้มีความสุข และผมอยากฝากไว้ด้วยนะครับสำหรับคนที่เป็นเกย์ที่ครอบครัว สังคมหรือปัจจัยต่างๆ บีบให้ต้องไปปกปิดตัวเองด้วยการคบผู้หญิงหรือแต่งงานกับผู้หญิง ผมว่าอย่าทำเลยนะครับ สงสารผู้หญิงเขา ถ้าเราจะอยากปกปิดว่าตัวเองเป็นเกย์มันคือปัญหาของเรา อย่าดึงคนอื่นเข้ามารับปัญหาด้วยเลยนะครับ”

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน