พ่อแม่ทุกคนเป็นห่วงลูกค่ะ ชอบคิดแทนลูกเสมอๆ แต่สิ่งที่อย่าลืมไปคือ บางทีสิ่งที่พวกเราคิดก็ไม่ได้ถูกเสมอไป เพราะสิ่งที่ถูกคือไม่ว่าลูกจะเป็นเพศไหน พ่อแม่ไม่ควรทำให้ลูกมีความทุกข์

- Advertisement -

“สวัสดีค่ะ ตอนนี้ดิฉันอายุ 48 ปีแล้ว เป็น ซิงเกิลมัมหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ 
ปี 2541 ฉันก็คลอดลูกออกมา เป็นผู้หญิงค่ะ เรามีลูกสาวคนเดียว
รักเขามาก เต็มที่กับเขามาก 11 ปีหลังจากนั้นก็เลิกกับสามีค่ะ เราออกมาเลี้ยงลูกเองเลย สอนอ่าน-เขียน ทุกอย่างเลยค่ะ อยู่กับลูกสองคน 
พอห้าขวบค่อยให้เข้าโรงเรียน ชั้นอนุบาลสองไปเลย เราสองคนตัวติดกันเกือบตลอดค่ะ”

“จนวันหนึ่งที่เขาโตขึ้นก็มาเปิดใจกับเราว่าเขาไม่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนผู้หญิง ไม่อยากเป็นผู้หญิงเลย ถ้าสอบเข้ามหาลัยได้จะไม่แต่งตัวแบบผู้หญิงแล้วนะ เราก็อึ้งนะคะ เลยถามไป เอ๊ะ ชัวร์ไหมลูก ลูกเราก็บอกเขาคิดมานานแล้ว เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงแน่ๆ 
แต่เราก็ไม่ได้ตกใจอะไร ไม่ได้ตั้งแง่ต้องห้ามลูกตอนนั้น แต่ตั้งคำถามกับตัวเองมากกว่าว่าเราในฐานะคนเป็นแม่จะเรียนรู้เพื่อเข้าใจเขา 
และสนับสนุนเขาในทางที่เป็นได้อย่างไร”

“ช่วงประถมครูเกณฑ์เด็กไปรำไปฟ้อน ลูกก็มาบอกเราว่าไม่เอา 
ไม่อยากทำ เราก็ถามลูกไม่ชอบเพราะอะไร เขาบอกไม่ชอบชุดไทย 
ถ้าเต้นจะโอเคกว่า เราก็ไม่บังคับ
งานต่อไปพอมีเต้น รอบนี้เขาเต็มใจเลยค่ะ ช่วงป.2 เขาก็มาขอเราว่าอยากเล่นกีตาร์ เราก็ อะจ้ะ ให้เรียนนะ แต่ครูไม่รับสอนเพราะมือยังเล็ก ก็ให้เรียนดนตรีชนิดอื่นรอก่อนค่ะ กว่าจะเริ่มเรียนกีตาร์ได้ก็ตอนป.4 คืออายุ 9 ขวบเต็ม ”

“ตอนเรียนกีตาร์ก็ขยันมากค่ะ ซ้อมทำกิจกรรมงานโรงเรียนต่างๆ ทุกปี ลูกเราก็เริ่มทำตัวห้าวๆ ไม่หวาน แล้วมาเล่าให้ฟังว่ามีรุ่นพี่มากรี๊ด เราก็ถามเล่นๆ ว่าหนุ่มที่ไหน เขาบอกเป็นผู้หญิง ตอนนั้นลูกเราเรียนเอกชนเสื้อไม่มีปักชื่อ ตัดผมสั้นด้วย
มองผ่านๆ นี่ก็เหมือนผู้ชายอยู่นะคะ ช่วงนั้นบางทีเขาก็แอบมาถามดูความคิดเรา แบบดาราคนนั้นเป็นเกย์เป็นทอมแม่คิดยังไง?
หรือถ้าเขามีแฟนเป็นผู้หญิงแม่จะคิดยังไง? ส่วนตัวเราปกติกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เลยไม่ได้มีท่าทีแอนตี้ใดๆ”

“พอช่วงมัธยม ลูกเราเริ่มเข้ากับเพื่อนไม่ค่อยได้ค่ะ ‘เพื่อนผู้หญิงน่าเบื่อแม่’ เขาบ่น เราก็ เอ๊ะ ลูกเราปรับตัวไหวรึเปล่า ไม่อยากไปโรงเรียน เขามีปัญหาอะไรเก็บไว้ไหมนะ จนช่วงที่เขาตัดสินใจมาบอกเรา
ว่าเขารู้สึกตั้งนานแล้ว กลัวที่สุดคือกลัวแม่และเพื่อนรับไม่ได้
เขามีอาการเครียด เราก็แนะนำให้ไปหาจิตแพทย์ หมอบอกว่าเขามีอาการโรคซึมเศร้าจากหลายๆ สาเหตุ
รวมถึงประเด็นที่เขาคิดว่าตัวเองเป็น LGBT ด้วย เขาก็บอกเขาอยากเทคฮอร์โมน เขาไม่อยากมีประจำเดือน อยากเป็นผู้ชายมากขึ้น
ไอ้เราก็ห่วง หมอจะว่ายังไง? ลูกจะแปลงเพศไหม? จะมีผลต่อสุขภาพไหม?”

“ใจนึงก็กลัวนะคะ แต่อีกใจก็ถามตัวเองว่ากลัวอะไร กลัวคนอื่นเกลียดลูกเรา ต่อต้าน ลูกเราจะอยู่ไม่ได้ กลัวลูกเราไม่เหมือนคนอื่นจะเกิดไรขึ้น หางานได้ไหม เราตายไป เขาจะมีลูก มีแฟนดูแลไหม สารพัดค่ะ มันเป็นความกลัวที่เกิดขึ้นเพราะเราเป็นห่วง พ่อแม่ทุกคนเป็นห่วงลูกค่ะ ชอบคิดแทนลูกเสมอๆ แต่สิ่งที่อย่าลืมไปคือ บางทีสิ่งที่พวกเราคิดก็ไม่ได้ถูกเสมอไป เพราะสิ่งที่ถูกคือไม่ว่าลูกจะเป็นเพศไหน พ่อแม่ไม่ควรทำให้ลูกมีความทุกข์”

“ตอนสมัยเรานั้นเมื่อเทียบกับสมัยนี้มันต่างกันมาก สมัยก่อนคำว่า LGBT ยังไม่มี มีแต่ อีตุ๊ด อีกะเทย อีแต๋ว ทอม ดี้ เสือไบ 
สมัยเรียนจำได้เลยใครเปิดตัวเป็นกะเทย พันกว่าคนมีสองคนในโรงเรียน และเพื่อนสองคนนั้นเปิดตัวได้แค่ในโรงเรียน 
แต่พอกลับบ้านก็ต้องปกปิด มีโดนเพื่อนแกล้งเพื่อนล้อบ้างในวิชาพละ ครูก็จะพูดให้ว่าเป็นผู้ชายต้องห้ามอ่อนแอ”

“เพื่อนเราสองคนนั้นซัฟเฟอร์นะ แบบทำไมต้องมาว่าเขาเหมือนเขาผิด ส่วนการออกสื่อกะเทยก็อยู่ในรายการตลก ดารา นักร้อง 
คนมีชื่อเสียง อาจารย์ ด็อกเตอร์ต่างๆ สมัยนั้นต้องปกปิดตัวตน เพราะมันจะส่งผลต่อหน้าที่การงานและปัญหาอื่นๆ จากการไม่ค่อยยอมรับของคนในสมัยนั้น เหมือนถ้าปล่อยให้ LGBT ออกสื่อเดี๋ยวเด็กเลียนแบบ อยากเป็น LGBT ตามบ้าง ทำไมไม่คิดว่าถ้าสื่อเปลี่ยนเพศคนได้ ทำไมเพศความหลากหลายต่างๆ เกย์ กะเทย ตุ๊ด ทอม ดี้ ต่างๆ ไม่เลียนแบบแล้วกลับมาเป็นชายหญิงทั้งหมด มันตลกและย้อนแย้งในตัวเองมากๆ ไม่มีใครเป็นไม่เป็น เรื่องเพศที่แท้จริงของเขามันถูกกำหนดมาแล้ว 
ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะแสดงออกตอนไหน เราเห็นมาและเราคิดเลยนะว่าเราจะไม่ปิดกั้นให้ลูกเราไม่มีความสุขเด็ดขาด”

“เราจึงเริ่มหาข้อมูลค่ะ ไปทำกิจกรรมฟังอบรมเกี่ยวกับ LGBT ไปกับลูกนี่แหละค่ะ ลูกชวนเราก็ไปเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับตัวเองด้วย ไปเป็นเพื่อนลูกด้วย บนหนทางที่มีก้อนกรวดก็เก็บออกช่วยลูกได้บ้างเราก็ยินดีทำ เราเริ่มเรียนรู้มากขึ้น เริ่ม GENDER 101 เลยค่ะ รู้จักคนในกลุ่มความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ส่วนตัวเชื่อนะคะว่าคนยุคอย่างเราปรับทัศนคติได้ แต่ต้องเริ่มด้วยการเปิดรับที่จะเข้าใจ อย่างเช่น บางคนห่วงเรื่องลูกแก่มาจะไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก ไม่มีใครดูแล ครอบครัว LGBT ไม่ยั่งยืนนั่นนี่ แต่พอเอาจริงๆ เออความเป็นจริงนั้น ชายจริงหญิงแท้ คนเป็นโสด ซิงเกิลมัม ซิงเกิลแดด ก็เยอะ จริงๆ ครอบครัวอุดมคติชายหญิงแบบโฆษณามันไม่ใช่คำตอบทั้งหมดหรอกค่ะ อย่างตัวเราก็สร้างครอบครัวแบบชายหญิงมันก็ไม่ได้รับประกันความสุขนิรันดร์ เพราะสุดท้ายประเด็นนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศค่ะ”

“เวลาเราไปร่วมงาน จะมีคนหลากหลายทางเพศมาทักมาถามเรา ดีใจกับลูกเราที่มีแม่เข้าใจ หลายๆ คนที่เจอมักพบปัญหาเดียวกันคือที่บ้านรับไม่ได้ และมันสร้างความเจ็บปวดความอึดอัดระหว่างใช้ชีวิตของพวกเขา มันสำคัญนะคะ เรื่องนี้มันจะสร้างกำลังใจให้กับเขาในการใช้ชีวิตในโลกใบนี้ได้มากเลย”

“อีกทั้งก็มีคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในกลุ่มความหลากหลายทางเพศจำนวนหนึ่งเหมือนกันมาถามมาปรึกษาเราเรื่องนี้ จะทำยังไงดีถ้าลูกเป็น พ่อแม่เป็นห่วงลูกค่ะ ยิ่งเขาไม่ได้เข้าใจเรื่อง LGBT ยิ่งห่วงไปใหญ่ ซึ่งเราก็เคยเป็นแต่มันไม่ใช่ปัญหาหนักหรอกค่ะ ขอแค่ผู้ปกครองเริ่มต้นที่จะเรียนรู้เข้าใจข้อมูลใหม่ที่ยุคเราอาจจะยังไม่ได้สอน ไม่ได้ถูกเน้นย้ำให้เป็นเรื่องปกติ ก็เลยตัดสินใจเปิดเพจขึ้นมาค่ะ (LGBTQ+’s Mother: แม่ของลูกหลากหลายทางเพศ ) เพื่อมาบอกเล่าประสบการณ์ความรู้ที่เราพบไปทำกิจกรรมมา ในมุมของคุณแม่ที่อยากส่งต่อเรื่องราว ใช้ภาษาง่ายๆ ธรรมดาๆ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงเล็กๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมในการเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศและอยากให้เด็กๆ ทุกคนไม่ว่าจะเพศไหนมีความสุขกับการมีผู้ปกครองที่เข้าใจในอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา”

“ทุกวันนี้ลูกเรามีความสุขมากขึ้น คบเพื่อนมากขึ้น เป็นตัวเองมากขึ้น ลูกเราเป็น Non-binary ค่ะ ไม่มีขั้วแบบผู้ชายผู้หญิง
เขารักคนอื่นได้โดยไม่จำกัดเพศ ลูกเราทำกิจกรรมต่างๆ ไปพูดในเวทีต่างๆ เกี่ยวกับ LGBT เขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก
ในฐานะคนเป็นแม่ ตอนนี้ได้มองลูกเราเติบโต มีความสุขและภูมิใจมากๆ ที่ได้มองดูเขาในแบบที่เขาเป็นค่ะ”

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน