ผู้มีเชื้อ HIV ถูกกีดกัน ไม่ให้ลง ‘เรียนขับรถ’ เมื่อสังคมไทยไม่เข้าใจสักที การตีตรานี้จึงยังมีอยู่ – ชวนเรียนรู้ เอชไอวี/เอดส์ ใหม่อีกครั้ง เพราะไม่มีใครควรถูกเลือกปฏิบัติอีก

- Advertisement -

“วันนี้เป็นวันที่โกรธที่สุดในชีวิต โกรธจนร้องไห้ เพราะเราถูกโรงเรียนสอนขับรถแห่งหนึ่งปฏิเสธการสอนเรา ทั้งที่จ่ายเงินและตรวจสายตาเรียบร้อยแล้ว เพียงเพราะแค่เราระบุในใบรับรองแพทย์ว่ามีสถานะเป็น HIV+ undetectable”

นี่คือทวิต ของคุณเริ่มต้น เจ้าของแอคเคาท์ @RermthonK ที่ออกมาเล่าเขียนเทรด (Thread) เรื่องราวที่ถูกกีดกันสิทธิในการเข้าเรียนขับรถเนื่องจากมีเชื้อ HIV โดยเขาได้เล่าว่าได้ทำการสมัครเรียนขับรถและพูดคุยกับทางโรงเรียนขับรถแห่งหนึ่งไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องเกิดในวันก่อนที่จะเริ่มเรียน ซึ่งได้ไปตรวจสายตาและเอาใบรับรองแพทย์ให้ทางที่สอนขับรถ

เนื่องจากในใบรับรองแพทย์ดังกล่าวนี้มีการระบุว่าเขาเป็นผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ที่ทานยากดเชื้อมาอย่างต่อเนื่องจนมีสถานะ “undetectable” กล่าวคือ มีเชื้อต่ำจนไม่สามารถตรวจพบได้ โดยเขาได้ถูกเรียกไปพูดคุยสอบถามและได้รับการตอบรับว่าครูผู้สอนไม่สะดวกที่จะสอน โดยขอคืนเงินให้เต็มจำนวน แม้ว่าจะมีการอธิบายแล้วก็ตาม (อ่านเนื้อหาทวิต : https://bit.ly/3gSICeu )

กรณีนี้ แสดงให้เห็นได้ชัดถึงความเข้าใจในเรื่อง HIV และโรคเอดส์ในสังคมไทยที่ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร รวมทั้งยังมีการตีตรา กีดกันและเลือกปฏิบัติที่ผู้มีเชื้อได้รับอย่างรุนแรง วันนี้เราเลยจะมาชวนคุยเพิ่มเติม ทบทวนความรู้กันว่า HIV นั้นไม่ได้เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย หรือน่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิดเลย

HIV ≠ AIDS เสมอไป – เชื้อ HIV คือเชื้อไวรัสรูปแบบหนึ่งที่อาจทำให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ เอดส์ (AIDS) ที่เราเคยได้ยินกัน อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ HIV นั้นไม่ได้หมายความว่าจะลงท้ายด้วยการเป็นเอดส์เสมอไป ถ้าหากได้รับการรักษาทันท่วงที เพราะโรคเอดส์นั้นเป็นเพียงเหมือนอาการระยะท้าย ๆ ของการติดเชื้อชนิดนี้ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงจนมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เข้ามาเท่านั้น

“สิ่งที่อยากจะบอกและยอมเปิดเผยสถานะตัวเองในที่สาธารณะ ไม่ใช่อยากได้ความสงสารเห็นใจ แต่อยากให้รู้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่เข้าใจเรื่อง HIV/AIDS และยังมี stigma อีกเยอะจริง ๆ ที่ไม่ถูกพูดถึงอย่างจริงจัง” – หนึ่งทวิตในเทรดของคุณเริ่มต้น

เชื้อ HIV ไม่ได้ติดต่อกันได้จากการสัมผัสหรือทางน้ำลาย – การส่งต่อเชื้อ HIV นั้น เป็นไปได้สามทางหลักๆ คือ ทางเพศสัมพันธ์ ทางเลือด (การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การบริจาคเลือด การผ่าตัดต่างๆ ) หรือ จากผู้ตั้งครรภ์สู่เด็ก อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนั้นการแพทย์พัฒนาไปไกลมากแล้ว ผู้ติดเชื้อก็สามารถเข้ารับยาต้านไวรัสอย่างที่คุณเริ่มต้นเข้ารับได้

โดยการทานยาอย่างต่อเนื่องนั้นจะทำให้หลายคนที่ติดเชื้อเหลือเชื้อน้อย จนในที่สุดไม่สามารถตรวจพบอีก (undetectable เหมือนในเคสนี้) ซึ่งเท่ากับว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อ อีกทั้งในปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อ HIV นั้นสามารถมีเพศสัมพันธ์ หรือตั้งครรภ์ได้เป็นปกติ เพียงเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ โดยคู่นอนของผู้ติดเชื้อสามารถเข้ารับยา PrEP (ป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) หรือ PEP (ป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ หรือกรณีที่ถุงยากแตก) เพือป้องกันการติดเชื้อ

และถ้าหากว่าผู้ติดเชื้อมีสถานะ undetectable แล้ว คู่นอนก็ก็สามารถหยุดรับยา PrEP ได้ (แต่ควรใช้ถุงยางเพื่อป้องกันโรคติดต่ออื่น ๆ อยู่ดี) ส่วนผู้ติดเชื้อที่ตั้งครรภ์นั้น ถ้าทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องก็จะป้องกันไม่ให้เด็กในท้องติดเชื้อไ้ด้เช่นกัน

อย่างเมื่อปลายปีที่แล้ว ในประเทศอังกฤษและเวลส์ก็ยังได้ค้นพบการรักษาแบบใหม่แล้วด้วย จากเดิมทีต้องทานยาต้านไวรัสทุก ๆ 1-4 วัน ในตอนนี้ก็สามารถใช้เป็นการฉีดยาต้านไวรัส ทุก ๆ 2 เดือนแทนได้แล้ว เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการทานยาต้านทุกวัน และยังไม่พร้อมจะเปิดเผยสถานะของตัวเอง และอีกไม่นานการรักษาวิธีนี้ก็คงสามารถเข้าถึงกันได้อย่างแพร่หลาย

“สิ่งที่แย่กว่าตัวโรคและไวรัสคือความไม่เข้าใจที่สังคมมีต่อพวกเรา … ถ้าใครได้อ่านทวิตนี้ลองสำรวจตัวเองและคนรอบตัวมีความรู้เกี่ยวกับ HIV/AIDS มากน้อยขนาดไหน คุณไม่ผิดที่คุณไม่รู้ มันสามารถศึกษาเพิ่มเติมและนำไปสู่ความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันแบบปกติได้”

HIV และ AIDS นั้นเห็นได้ชัดว่ายังคงถูกตีตราอย่างมากในสังคมไทยในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นในกรณีนี้ หรือแม้กระทั่งแง่มุมการผูกติดโรคไว้กับเพศ LGBT+ อย่างการที่สภากาชาติกีดกันเลือดผู้มีความหลากหลายทางเพศก็ตาม

ในไทยมีคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ ที่คอยช่วยเหลือคุ้มครอง ในกรณีการเลือกปฏิบัติต่อผู้มีเชื้อ HIV อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม องค์ความรู้เรื่องนี้นั้นยังควรถูกสอนอย่างเน้นย้ำผ่านบทเรียนมากขึ้น ร่วมทั้งการปรับใช้ พ.ร.บ.ขจัดการเลือกปฎิบัติต่อบุคคล ก็ควรหนักแน่นและครอบคลุม เพื่อป้องกันตั้งแต่ต้นตอของปัญหาการเลือกปฏิบัติ

สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้เราก็อยากให้คุณเปิดใจ ลบความเข้าใจผิด ๆ และการตีตราที่อาจเคยถูกปลูกฝังมาออกจากหัว แล้วปฏิบัติกับผู้มีเชื้อใหม่ ในฐานะคนๆ หนึ่งที่ไม่ได้แตกต่างออกไป

“อย่าปิดประตูใส่เราเลย เราไม่ใช่ตัวประหลาด เราพร้อมที่จะอธิบาย ถ้าคุณยอมรับฟัง และเข้าใจ เพราะเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ต้องเผชิญกับเรื่องนี้ ทั้งการตีตรา กีดกัน และแบ่งแยก” – ทวิตปิดท้าย

#HIV #AIDS
#noHIVstigmatization
#StopStigmatization

อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Rama: https://bit.ly/34GFZKp, https://bit.ly/3uSYgyN
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน