ปีนี้ผมสละสิทธิ์ผ่อนผันเพื่อจับใบดำใบแดง นั่งถอดเสื้อต่อแถวรอ ในใจคือแย่มากครับกับการที่เกิดมาเป็นคนแต่ไม่มีสิทธิในร่างกายตัวเอง

- Advertisement -

ปีนี้ผมสละสิทธิ์ผ่อนผันเพื่อจับใบดำใบแดง นั่งถอดเสื้อต่อแถวรอ ในใจคือแย่มากครับกับการที่เกิดมาเป็นคนแต่ไม่มีสิทธิในร่างกายตัวเอง

- Advertisement -

“การเกณฑ์ทหารที่ผ่านมาคือเหตุการณ์วันที่หดหู่ใจของผมที่สุดวันหนึ่ง แม้การดีเบตว่าควรมีการเกณฑ์ทหารหรือไม่นั้นจบไปแล้วหลายตลบในโลกนานาอารยะ แต่สำหรับชายไทยที่เกิดในดินแดนที่คิดว่าเรานั้นมีอารยะในแบบเฉพาะของเรา (แม้ว่าจะเป็นความอารยะที่อยู่ตรงข้ามกับความเป็นอารยะแบบสากลก็ตาม) เราชายไทยจึงต้องยืดอกพกดวงในการเกณฑ์ทหารกับชุดความคิดรับใช้ชาติคือเกียรติสูงสุดของพลเมือง มีศักดิ์มีศรีมีธงชาติห่อโลงศพ เป็นการเห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและจะได้ทำการลอกคราบสู่การเป็นลูกผู้ชายตัวจริงที่ยิ่งกว่ากระทิงแดง”

“ปีนี้ผมสละสิทธิ์ผ่อนผันเพื่อจับใบดำใบแดง นั่งถอดเสื้อต่อแถวรอ ในใจคือแย่มากครับกับการที่เกิดมาเป็นคนแต่ไม่มีสิทธิในร่างกายตัวเอง ผมมากับเพื่อนรักของผมอีกคน ซึ่งนั่งถัดผมไปอีกแถวหนึ่งโดยมีพ่อของพวกเราสองคนที่ยืนลุ้นไปกับผู้คนมากมายที่หน้าละห้อยคอยส่องดูลูกตัวเอง เสียงเฮดังขึ้นหากมีคนจับได้ใบดำ ความเงียบงันและหมดหวังเกิดขึ้นเมื่อมีคนจับได้ใบแดง มันคือดัชนีชี้วัดความรู้สึกของคนในเรื่องนี้ ความรู้สึกของผมตอนนั้นคือผมไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน ชายหลายร้อยถอดเสื้อเดินเงียบๆ เข้าแถวเผชิญชะตากรรมที่ตัวเองไม่สามารถเลี่ยงได้ มันเป็นความรู้สึกว่าชีวิตนั้นไม่ใช่ของตัวเอง ความสิ้นหวังและสยบยอมในอำนาจมันจุกอยู่ในอก สิ่งที่ทำได้คือก้มหน้าก้มตารอจับสลาก”

“แล้วพอถึงคิวผม ตอนนั้นคือไร้ความหวังมากครับ แวปแรกคือมองไปหาพ่อแป๊ปนึง ใจหายและหายใจแทบไม่ออก อะดรีนาลีนมันหลั่งควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ มือไม้ผมสั่นไปหมด ล้วงลงไปพร้อมบอกตัวเองในใจ ‘เอาวะ อย่างน้อยประเทศประชาธิปไตยแบบไทยๆ นี้ก็ยังมีสิทธิมนุษยดวงให้’ ผมหยิบและยกขึ้นมาปรากฎว่าได้ใบดำ พ่อผมเฮเสียงดัง จากความตายด้านสู่ความโล่ง ผมรีบไปเคลียร์เอกสารแล้ววิ่งไปหาพ่อและรอลุ้นเพื่อนผมว่าจะได้ใบดำหรือแดง ตอนนั้นผมลุ้นมาก พ่อของเพื่อนผมคืออยู่ไม่สุขลุกลี้ลุกลนมาก เพราะห่วงลูกและเพื่อนผมนั้นคือคนหาเงินเข้าบ้านในตอนนี้ หากได้ไปเป็นทหารอันสูงศักดิ์ แน่นอนมันก็ต้องทิ้งงาน ทิ้งอนาคตน้องที่กำลังรอเงินเพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัย ผมจ้องมือมันที่ล้วงจับสลากอย่างตาไม่กระพริบ ใบแดงปรากฏขึ้น พ่อมันเข่าทรุดทันที ผมมองหน้าเพื่อนเห็นมันเอามือกุมหน้านั่งลงกับพื้น ภาพที่เห็นตรงหน้าตอนนั้นทำให้ผมโกรธจนผมตัวสั่นยืนน้ำตาไหลมองดูแบบทำอะไรไม่ได้”

“จากนั้นเราก็กลับบ้านกัน ในรถปกคลุมด้วยความเงียบและความเศร้า ‘จะเอายังไงต่อกับน้อง’ เพื่อนผมถามขึ้น ‘คงต้องหายืมเงิน’ พ่อมันตอบ เพื่อนผมเงียบแล้วส่งแชทเฟซบุ๊คมาหาผมบอก ‘มึงกูไม่ไหวแล้ว’ จากนั้นมันก็ร้องไห้โฮออกมา ยี่สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันมาผมไม่เคยเห็นเพื่อนผมเป็นแบบนี้ กว่ามันจะเรียนจบ กว่ามันจะใช้หนี้ที่กู้มาเรียน กว่ามันจะได้เงินเดือนสูง เพื่อการเลี้ยงดูที่บ้านและตามหาฝัน ผมเห็นแต่ความพยามและรอยยิ้มของมันมาตลอด ไม่เคยเลยที่เห็นมันเศร้าขนาดนี้“

“เพื่อนๆ คิดยังไงครับกับการเกณฑ์ทหารครับ? 
สำหรับผม ลักษณะกิจกรรมใดที่ปราศจากการยินยอมนั้นแน่นอนคือการผิดหลักนิยามของคำว่า ’สิทธิ’ ตามหลักสากล ซึ่งหากเปรียบเทียบว่าประเทศคือพ่อแม่ แน่นอนเราเลือกพ่อแม่เกิดไม่ได้ และลองคิดดูว่ามันจะอัปยศอดสูมากแค่ไหนหากวันหนึ่งเราโดนข่มขืนจากพ่อแม่อย่างขัดขืนไม่ได้ เหมือนกันเรานั้นเลือกไม่ได้ว่าจะเกิดในรัฐที่มีอำนาจแบบไหนและจะต้องอยู่อย่างไรให้หน้าใสในรัฐที่ข่มขืนสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่ทุกวี่วัน? ไอน์สไตน์เคยบอกไว้ครับว่าการเกณฑ์ทหารนั้นก็เหมือนเป็นทาสอย่างหนึ่ง… ใช่ครับ มันคือ Modern Slave ที่คร่าสิทธิมนุษยชนจนทำคนให้ตายได้ทั้งเป็น”

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน