นุชเป็น ‘มาโซคิสม์’ เพราะรู้สึกว่าตัวเองชอบความเจ็บปวด มีเซ็กส์แบบเจ็บปวด

- Advertisement -

“นุชอยากสร้างพื้นที่ส่งเสียงของพวกเราออกไป ก็เลยจัดงานนี้ขึ้นมา (Non-Labeled Arts BDSM Thailand) เรียกนักข่าว เรียกช่างภาพ คือเชิญสื่ออยากให้สื่อพูดถึงเรื่องนี้ให้บ้างค่ะ คนหลายๆ คนเขาก็อยากมีตัวตนในสังคมในแบบของตัวเอง อย่างเรื่องความหลากหลายทางเพศก็เหมือนกัน อันนี้มันเป็นความหลากหลายของรสนิยมทางเพศ แค่นั้นเองเลยจัดงานเอาให้มัน Art เอาให้สังคมรับรู้ว่าพวกเรารับรู้ เรารู้สึกจากสิ่งที่สังคมโยนให้เราอย่างไร”

“นุชเป็น ‘มาโซคิสม์’ เพราะรู้สึกว่าตัวเองชอบความเจ็บปวด มีเซ็กส์แบบเจ็บปวด และก็ดำรงชีวิตที่ถึงไม่เซ็กส์ก็ต้องเจ็บปวด คือบางทีนั่งอยู่ก็จิกตัวเอง หรือบางทีก็เอามีดมากรีดตัวเอง รู้ตัวเองน่าประมาณ ม.1 หรือ ม.2 ก็เริ่มกรีดตัวเองแล้ว เราไม่รู้ว่าเราคือเป็นอะไร รู้แต่ว่ากรีดแล้วมีความสุขแต่คนรอบข้างเป็นห่วงเราหมดเลยว่าเราจะฆ่าตัวตาย กรีดเพราะเราอกหัก แต่เราไม่ใช่ เราทำไปเรามีความสุข เราไม่ได้ทำไปเพราะเรามีปัญหาว่าเราเครียด หรือกำลังอกหัก ไม่ใช่ เราทำเพราะเรามีความสุขจากความเจ็บปวด” 

“ยิ่งไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้มันไม่อยู่ในหนังสือเรียน พอมันมีคนเป็นแต่ไม่รู้ตัวเอง แล้วเราก็เริ่มค้นหาเวย์ตัวเองในหนังโป๊ แล้วมันก็จะไปอยู่ในหมวดนั้นหมวดนี้ ทำไมเราดูแล้วรู้สึกชอบ พอเริ่มเสิร์ชหา เราก็เริ่มรู้แล้วว่าเราจะชอบอะไร ช่วงแรกค้าน มีทั้งความรู้สึกน่ารังเกียจ สกปรก เราเป็นโรคจิตรึเปล่า? เราก็ถามตัวเองเป็นบ้ารึเปล่า? จนกระทั่งหาอ่านมากขึ้น เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ถึงได้รู้ว่าไม่ได้เป็นโรคจิต แต่การไม่มีที่ยืนนี่แหละ คือสิ่งที่จะกดดันทำให้เสียสุขภาพจิต” 

“คือบางคนเขาชอบความเจ็บปวด คือถ้ามีเซ็กส์ก็แบบชอบให้บีบคอ ชอบให้ชก ให้ตบตี ให้ทำร้ายร่างกาย ให้เรารู้สึกว่ามีความเจ็บปวด หรือบางคนที่เป็นทาส เท่าที่ทักมาอยากกราบเท้านายหญิง เราเองก็งง ใครนายหญิง? กราบเท้าอะไร? คือพวกนี้เขาจำเป็นที่จะต้องมีนาย เพื่อให้ตัวเองมีคุณค่า ไม่งั้นเขาจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตน เขาต้องหาสังกัดอะพูดง่ายๆ คือตัวเองเหมือนเป็นจิตวิญญาณล่องลอย ที่ต้องมีใครสักคนที่เป็นเจ้าของ พยายามหาๆๆๆ”

“นุชอยากบอกว่าเซ็กส์มันเหมือนการเดินทาง คุณอาจไม่เคยรู้ว่าอเมริกาเป็นอย่างไร ถ้าคุณไม่เคยเดินทางไป นุชก็ลองมาทุกเพศ นุชก็เดินทางไป ทั้ง ทอม เกย์ กะเทย ทุกอย่างเราจะรู้มากที่สุดเราต้องการอะไร ต้องการแบบไหน กี่คนบนเตียง พร้อมกันไหม หรือว่าอะไร มันคือการลองผิดลองถูก ก่อนจะรู้ชอบแบบไหน แต่ถ้าแนว BDSM ก็ต้องฟังวิทยากรก่อน เพราะมันจะมีเรื่อง ‘Consent’ มันไม่ใช่ใครอยู่ดีๆ จะไปทรมานอีกคนได้ต้องมีการยินยอม ต้องมีการตกลงกัน ก็ทำกันไปแบบมั่วๆ พอมั่วๆ มันจะเกิดอันตราย”

“นุชคิดว่าคนที่เป็น BDSM หรือคนที่มีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างไม่ได้เป็นโรคจิต แต่จะมีปัญหาสุขภาพจิต จากการที่ไม่มีพื้นที่ยืนในสังคม”

“คือพอเราถาม ใครทราบบ้างที่เราเป็น BDSM ไม่มีใครทราบ บางคนสามีไม่ทราบ ภรรยาไม่ทราบ เพื่อนสนิทยังไม่ทราบ ไม่มีใครทราบเลย และมันอยู่อย่างโดดเดี่ยว เราอยากให้เขามีพื้นที่ยืนในสังคม อย่างน้อยก็มาในงานนี้ ใส่หน้ากากมาก็ได้ อยากแต่งตัวแบบที่เขาต้องการ และก็มีที่แห่งนี้แหละที่คนอื่นไม่ได้มองเขาแตกแยก ไม่มีคนมองเขาโรคจิต ซาดิสม์ มาโซคิสม์ อย่าไปตีตราคนพวกนี้เพียงแค่รสนิยมทางเพศที่ต่างกัน”

“หลายๆ คนอาจจะมีรสนิยมทางเพศที่ อก สะโพก แต่บางคนอาจจะมีรสนิยมทางเพศกับถุงเท้า รองเท้า กลิ่นรองเท้า กลิ่นปัสสาวะ หรืออะไรก็ตาม เราอยากให้เข้าใจ และให้ที่ยืนกับเขาบ้าง และก็มีหลายคนมากที่มีความเครียด เครียดเรื่องงานอยู่แล้ว และพอมาเจอความเครียดเรื่องที่ไม่มีที่ยืนในสังคม มันเลยเป็นความลับที่เป็นความลับตลอดชีวิต บอกไม่ได้กระทั่งพ่อแม่พี่น้อง สามีภรรยา หรือลูก มันน่าจะเป็นปัญหาสังคม”

“ก็มีคนหลายคนถามว่ากลัวคนด่าไหม ถ้าส่งออกไปไม่มีคนชม มี 80 – 90 เปอร์เซ็นต์มาเห็นแล้วด่า ก็แล้วแต่นะ อย่างน้อยประเด็นนี้ก็ถูกผลักออกไป อย่างน้อยคนก็ได้รู้ว่าคนกลุ่มนี้มีอยู่จริงๆในสังคม​ ซึ่งคุณจะยอมรับไม่ยอมรับก็เรื่องของคุณ แต่เราก็มีความหวังนะ อยากให้เขาได้เปิดกรอบของเขาออกไปบ้าง ให้เขาข้าใจเราได้ขึ้นนิดนึงก็ยังดี”

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน