นิ้วก้อยงอ เหลียวหลังดูเท้าแต่งตัวเป๊ะ  เดินไวกว่าคนอื่น“ดูก็รู้ว่าเป็นกะเทย”- ชวนคุยเรื่อง Gender Stereotype กับภาพจำพฤติกรรมและการแสดงออกอย่างเหมารวมเพศ

- Advertisement -


“ตุ๊ดตู่กู้ชาติ” “มองจากดวงจันทร์ก็รู้” “สุดปังพลังกระเทย”  “น้ำแรงดันสูงที่ฉีดจากรถ หรือจะสู้สปริงเกอร์ในเฟคคลับช่วงสงกรานต์” “อย่าบอกแม่นะว่าเราไม่ใช่ผู้ชาย” “คุณแม่วิ่งคุณแม่วิ่ง!!” “นาตาชาออกปฏิบัติการ” “#กะเทยไม่ตาย”


มีคอมเมนต์มากมายจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว(16 ต.ค. 63)ที่สะท้อนได้ถึงการคาดเดาเพศของบุคคลอื่น (Assumptions about sexuality) คือแค่เห็นว่าท่าทางวิ่งของบุคคลดังกล่าวดู “ตุ้งติ้ง” สะบัดขาสะบัดแขน ก็สรุปกันไปหมดแล้วว่าเขาต้องเป็น ‘กะเทย’ ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร ไม่สามารถยืนยันเพศของเขาได้จริง และความจริงเขาอาจจะไม่ได้เป็น LGBT+ ก็ได้


การยึดติดกับภาพเหมารวมยังลุกลามไปถึงการลดทอนความรุนแรงของการที่ตำรวจใช้น้ำเพื่อสลายการชุมนุม ล้อว่าเป็นการ “ชดเชยสงกรานต์” บ้าง “ไปสีลมซอย 2” บ้าง หรือ “เวเน จริตรอบชุดว่ายน้ำ” บ้าง ซึ่งความจริงแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพนั้นเป็นการใช้อำนาจอย่างไม่มีความชอบธรรมเลยแม้แต่น้อยและต้องถูกประณามอย่างจริง ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาล้อเล่น (สังเกตได้ว่ารูปนี้นั้นมีความคิดเห็นแตกต่างออกไป มีการกด ‘หัวเราะ’ มากกว่ารูปอื่น คำถามคือทำไมรูปนี้ถึงมีนัยยะตลก? หรือการที่ไม่ได้มีเพศตามทวิลักษณ์ชาย-หญิงนั้นเป็นเรื่องน่าขำขัน?)


อะไรคือ ‘Gender
Stereotype’ ? – คือลักษณะที่สังคมกำหนดให้กับเพศหญิง เพศชาย และ LGBT+ ซึ่งท้ายที่สุดกลายภาพจำหรือภาพเหมารวมที่ไม่ได้เป็นจริงสำหรับทุกคนในกลุ่มนั้นๆ แต่เกิดจากความคาดหวังของคนส่วนมากและการผลิตซ้ำในสื่อช่องทางต่างๆ จนคนเชื่อว่าเป็นความจริง


ซึ่งคนหลายต่อหลายคนมักทำกันจนเคยชินกับการสังเกตลักษณะท่าทางว่าถ้าผู้ชายคนไหนออก “สาว” หรือมีรสนิยมการแต่งตัวที่แตกต่างไปจาก “ความเป็นชาย” ก็จะถูกเหมารวมแปะป้ายว่าเป็นเกย์ เป็นต้น ผลคือคนที่ไม่ได้เป็น LGBT+ ถูกเหมารวม ทำให้ลักษณะการเป็นเกย์ดูน่ารังเกียจ ส่วนคนที่มีความหลากหลายทางเพศแล้วไม่ได้มีท่าทางตามภาพเหมารวมเหล่านั้นกลับถูกตั้งคำถามว่าไม่ได้เป็นจริงๆ (Disbelieved) หรือถูกกีดกันออกจากกลุ่ม (Excluded) อีกทั้งการเหมารวมและคาดเดาเพศยังเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว ไปคาดเดาเพศของคนอื่น ทั้งที่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแง่มุมอื่นๆ ของชีวิตเขาเลย


ท่าทางภายนอก ≠ เพศวิถี และมันไม่ใช่สิ่งผิดนิ้วก้อยงอ’ ‘เหลียวหลังดูเท้า’ ‘แต่งตัวเป๊ะ’  ‘เดินไวกว่าคนอื่น’ ‘แต่งตัวเนี๊ยบ’  ‘ชอบใส่เสื้อรัดรูป’ ‘ชอบเล่นฟิตเนส’ ‘วุ่นกับงานตลอดเวลา’ ‘เป็นคนอารมณ์อ่อนไหวขี้ใจน้อย’  ‘พูดจามือไม้จะวาดตลอดเวลา’ – นี่คือส่วนหนึ่งจากบทความ ‘30 วิธีจับผิด “ชายแท้” หรือแค่ “เก้งกวาง”


อย่างรายการดังของไทย ‘รู้ไหมใครโสด’ ก็มีให้ทายว่าใคร “ไม่มองหญิง” จากรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งที่ท่าทาง การพูด ความชอบ หรือการแต่งตัวไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับอัตลักษณ์ทางเพศหรือเพศวิถี และเราจะรู้ได้ว่าใครมีความหลากหลายทางเพศก็ต่อเมื่อเจ้าตัวบอกเองเท่านั้น ซึ่งการเหมารวมแบบนี้ควรที่จะหมดไปได้แล้ว


การสะท้อนให้เห็นถึงภาพจำที่มักผลิตซ้ำๆ ในกลุ่มเกย์ ที่ถูกผลิตซ้ำตามสื่อต่างๆ ไม่ใช่แค่ในไทยแต่มีทั่วโลกมาเป็นเวลานานแล้ว เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว(15 ต.ค. 2563) ศาลในประเทศ ‘อัลจีเรีย’ ยังมี ‘การลงโทษคนรักเพศเดียวกัน’ (Criminalization of same-sex acts) ด้วยการตัดสินจำคุกผู้ชาย 2 คน หลังจากโดนกล่าวหาว่าจัด “งานแต่งงานเกย์” และสั่งรอลงอาญาผู้เข้าร่วมงานด้วยอีก 42 คน ด้วยหลักฐานที่ว่า ผู้ชาย 2 คนนั้น มี ‘รูปร่างท่าทาง’ เหมือนเกย์ และงานเลี้ยงนี้มีการตกแต่งด้วย ‘ดอกไม้’ และมีการเสิร์ฟ ‘ของหวาน’ 

#GenderStereotypes
#AssumptionsaboutSexuality
#CriminalizationofSamesexActs
อ้างอิง
- Advertisement -

#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน