‘ครู’ อาชีพที่หนามใฝ่ฝันอยากจะเป็นมาตลอดแต่ทางสายนี้กลับต้องมายากลำบากกว่าคนอื่นเพียงเพราะเป็น ‘คนข้ามเพศ’

- Advertisement -

“ทำไมชีวิตคนข้ามเพศที่อยากเป็นครูในประเทศนี้ถึงยากจัง?
คำถามที่พอนึกถึงทีไรก็ทำร้ายจิตใจของฉันทุกๆ ที”

“สวัสดีค่ะ ‘หนาม’ นะคะ เป็นรองอันดับสองมิสทิฟฟานี่ปี 2018 ค่ะ วันนี้จะมาเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของหนามเอง กับเรื่องราวความยากลำบากจากอคติเรื่องเพศที่เกิดขึ้นในการพยายามสมัครเป็นครู – ‘ครู’ อาชีพที่หนามใฝ่ฝันอยากจะเป็นมาตลอดแต่ทางสายนี้กลับต้องมายากลำบากกว่าคนอื่นเพียงเพราะเป็น ‘คนข้ามเพศ’ ”

“หนามรู้ตัวเองเสมอค่ะว่าตัวเองนั้นอยากเป็นผู้หญิงและมีความฝันอยากทำอาชีพครู แต่ไม่เคยคิดว่าการอยากเป็นผู้หญิงของตนเองนั้นจะถูกกีดกันในสายอาชีพนี้ หนามเกิดที่ จ. เพชรบุรีค่ะ อยู่กับแม่เพียงสองคน แม่เย็บผ้าอยู่บ้าน ฐานะครอบครัวทางบ้านไม่ค่อยพร้อมเหมือนบ้านอื่นๆ ตั้งแต่ประถมหนามก็ชอบเอาชอล์คเขียนผ้าของแม่มาเล่นจินตนาการว่าตัวเองสอนหนังสือ หนามฝันอยากเป็นครูแต่เด็กค่ะ ม.6 เริ่มสอนพิเศษแบ่งเบาภาระครอบครัว หนามจึงมีเป้าหมายอยากจะยึดอาชีพนี้เพื่อเลี้ยงตัวเองและแม่ ดังนั้นหนามจึงตัดสินใจเรียนครุศาสตร์ค่ะ ช่วงมหาลัยหนามก็เริ่มทรานส์ฟอร์มตัวเองเป็นผู้หญิงให้ตรงกับใจเรา แต่พอไปฝึกสอนก็ถูกบังคับให้แต่งกายเป็นผู้ชายอีก ในวันรับปริญญา วันที่แม่ก็อยากให้ลูกเข้ารับปริญญาแต่ไม่สามารถแต่งเป็นหญิงได้ แม่เข้าใจในตัวหนาม เข้าใจว่าหนามเป็นผู้หญิง วันนั้นหนามเลยไม่เข้ารับ แต่เราก็ได้ถ่ายรูปด้วยกันค่ะ”

“จบออกมาหนามเลือกที่จะสอนพิเศษต่อ เพราะเป็นอาชีพที่รายได้ค่อนข้างดีและต้องช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ด้วยเงินค่อนข้างเยอะในแต่ละเดือน ในขณะนั้นมีรุ่นพี่ชวนหนามและเพื่อนไปสมัครสอนที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งเป็นโรงเรียนคริสต์ชายล้วน โดยไปกับเพื่อนคนหนึ่งที่เขาแสดงออกเป็นผู้ชายส่วนหนามแต่งตัวเป็นผู้หญิง ย้ำนะคะที่เรียบร้อยถูกกาลเทศะ เพื่อนอีกคนสามารถสมัครสอบได้ในขณะที่หนามไม่มีแม้กระทั่งสิทธิสอบเพราะแต่งกายไม่ตรงกับเพศสภาพตลอดจนมาให้เหตุผลว่าเป็นแบบนี้เดี๋ยวกลัวเด็กผู้ชายเข้ามาจีบหรือเป็นแบบอย่างให้เด็กเลียนแบบ ในใจหนามคือเฟลมากนี่คือที่แรกที่สมัคร หนามก็วอนเขาขอแค่มีโอกาสสอบได้ไหมคะ ให้เป็นเรื่องของความสามารถ เขาให้เหตุผลว่าเขากลัวโดนต่อว่าว่าไม่คัดกรองคนเข้ามาสอบ”

“ทุกเพศในไทยมีความเท่าเทียมกัน ‘จริงๆ’ ไหม? ทุกคนได้รับการคุ้มครองจริงๆ หรือเปล่า? หนามตัดสินใจเข้าประกวดมิสทิฟฟานี่เพราะในปีนั้นมีธีมเรื่อง ‘Equality’ หนามอยากส่งเสียงนี้ออกไปว่าการเลือกปฏิบัติจากอคติเรื่องเพศนั้นยังคงมีอยู่ในสังคมไทย ซึ่งหลังจากได้รับรางวัล แม้มีโอกาสทำงานอื่นๆ ที่หลากหลายมากขึ้น หนามก็ยังอยากสอน อยากเป็นครูอยู่ เพราะนี่คือสิ่งที่หนามรัก”

“หนามก็กลับไปสมัครอีกเพราะคิดว่าจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าตัวเองมีศักยภาพเพียงพอ หนามไปหมดค่ะ ทั้งโรงเรียนชายล้วน โรงเรียนหญิงล้วน ทั้งคริสต์ ทั้งไม่คริสต์ ชายล้วนก็ถูกตีกลับ เขากลัวว่าฉันจะไปมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักเรียนผู้ชายเพราะมองว่าเพศกะเทยหรือผู้หญิงข้ามเพศนั้นมีความต้องการทางเพศในผู้ชาย แต่ในขณะเดียวกันทางโรงเรียนหญิงล้วนเองก็ปฏิเสธเพราะบอกว่าหนามสอนไม่ได้เพราะแต่งตัวไม่ตรงกับเพศสภาพ หรือพูดบอกให้หนามนั้นไปทำงานสาขาอื่นๆ แทนที่เขาเปิดรับ”

“หนามจึงออกมาเล่าเหตุการณ์นี้ให้ทุกคนฟังถึงเหตุการณ์ที่พบเจอ ไม่ได้ขอสิทธิที่พิเศษเหนือคนอื่น ขอได้ไหม แค่อย่ากีดกันเพราะเพศเลย มองที่ศักยภาพในการทำงาน ในการสอน ในการเป็นครูที่ดีได้ไหมคะ? และบางทีสำหรับคนข้ามเพศที่อาศัยอยู่ในสังคมนี้แค่ความสามารถอย่างเดียวมันไม่พอค่ะ สำหรับสังคมที่ร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างถึงหลักสิทธิมนุษยชนสากลกลับโดนด่าว่า ‘สมน้ำหน้า ไอ้พวกเพศวิปริต’ ‘ลองไปสมัครเป็นครูโรงเรียนปอเนาะแถว 3 จังหวัดภาคใต้สิ แล้วถ้าเค้าไม่รับอย่าลืมฟ้องล่ะ’ และตอนนี้ได้มีชายคนหนึ่งที่มาคอมเมนท์บอกว่า ‘มึงมาคุกคามศาสนากูเหรอ’ แล้วตามมาถึงไอจีหนามพร้อมขู่หนามว่า ‘เรียกร้องสิทธิแบบนี้ เจอกันครับ’ หรือมีหลายคนที่เข้าใจผิดถึงเจตนาการเรียกร้องในครั้งนี้”

“หนามเคารพความเชื่อของทุกศาสนานะคะ แต่ครั้งนี้นั้นเรียกร้องสิทธิตามกฎหมายที่มีอยู่ ในสิทธิที่ตนควรจะได้รับในการไม่เลือกปฏิบัติโดยเหตุทางเพศค่ะ และหนามเห็นว่าแม้จะเป็นโรงเรียนเอกชนแต่โรงเรียนเหล่านี้อยู่ภายใต้สังกัดคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ได้รับการรับรองสถานะเท่าเทียมโรงเรียนรัฐบาล ใช้หลักสูตรสามัญของกระทรวงศึกษาธิการ ให้บริการสาธารณะด้านการศึกษา มันจึงสำคัญมากค่ะว่าต้องเคารพต่อกฎหมายว่าด้วยการไม่เลือกปฏิบัติและมันจะดีกว่าไหมคะหากโรงเรียนนั้นจะเคารพสิทธิที่ทั่วโลกเขาเคารพ? นี่เป็นคำถามนะคะ ว่าสุดท้ายโรงเรียนที่ ‘ควร’ จะเป็นที่คุณต้องการนั้นเป็นอย่างไร”

สำหรับหนามทัศนคติของโรงเรียนนั้นไม่ควรสวนทางต่อคุณค่าสิทธิมนุษยชนค่ะ และ ‘โรงเรียนมีหน้าที่สำคัญคือการให้บริการสาธารณะด้านการศึกษา โรงเรียนจึงไม่สามารถเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศสภาพได้’ โดย 2 พฤษภาคมนี้ หนามจะเดินทางไปยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมภายใต้กลไกการคุ้มครองของคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 วอนขอความร่วมมือทุกๆ คนรวมทั้งสื่อมวลชนร่วมมาเป็นกำลังใจให้หนาม รวมทั้งปกป้องหนามจากคนที่อาจเข้ามาทำร้ายหนามด้วยนะคะ”

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน