การบอกรักที่ไม่มีคำว่ารัก ในวันที่สังคมยังไม่ยอมรับเกย์

- Advertisement -

เชื่อว่าหลายๆ คนนั้นคงเคยดูหนังเรื่องนี้แล้ว หนังที่ทำให้เราซึ้ง เหงา เศร้า ไปกับเรื่องราวความรักของตัวละครทั้งสอง จนหลายๆ คนยกให้ ‘Call Me By Your Name’ เป็นหนังรักน้ำดีของปี 2017 เลยทีเดียวทั้งๆ ที่หนังเรื่องนี้นั้น ไม่มีการใช้คำว่ารักเพื่อแสดงออกว่ารักกันระหว่างเอลิโอและโอลิเวอร์เลย

Spectrum of Human: Oliver – คำบอกรักที่ไม่มีคำว่ารัก ในวันที่สังคมยังไม่ยอมรับเกย์

Call Me By Your Name หรือมีชื่อไทยคือ ‘เอ่ยชื่อคือคำรัก’ ก็คงบอกได้อย่างดีว่า ฉากสุดกินใจที่ทั้งสองต่างเรียกชื่อกันและกันนี้ คือ ฉากการบอกรักของทั้งสองคน

ทำไมในหนังสือและหนังถึงไม่มีการใช้คำว่า ‘รัก’ ?

‘André Aciman’ ผู้เขียนหนังสือได้อธิบายว่า การไม่ใช้คำว่า ‘รัก’ เพราะเขาไม่อยากแปะป้ายให้ว่าอะไรคือรักอะไรไม่คือรัก เพราะความรักมันขึ้นอยู่กับนิยามของคู่รักเอง นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการหลบซ่อนความรู้สึกรักต่อเพศเดียวกันของตัวละครโอลิเวอร์เองด้วย ในบรรยากาศอิตาลียุค 1983 ที่การเป็นเกย์นั้นยังไม่ได้ถูกยอมรับเท่ากับยุคปัจจุบัน มีการตีตราเรื่องโรคเอดส์ มีความกดดันทางสังคมในบทบาทของผู้ชายที่ต้องแต่งงานสร้างครอบครัวตามบรรทัดฐานความคาดหวังของสังคมแบบเก่า

Love is Love = ในหนังและหนังสือไม่ให้ปรากฏคำว่า ‘เกย์’ แม้แต่คำเดียว

ด้วยเพราะว่าตัวคนเขียนไม่ต้องการให้คนพยายามมาแปะป้ายว่า ความรักนี้ต้องเป็นความรักของเกย์ มันไม่ใช่ประเด็นเรื่องเพศ เพราะรักก็คือรัก

“การบอกรักยังมีอีกหลายวิธีที่ไม่จำเป็นต้องพูดว่ารัก” – อีกหนึ่งไอเดียที่ผู้เขียนอยากเสนอ

ไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นบ้างมั้ย อาย เขิน ปากแข็ง เลี่ยงใช้คำอื่น หรือ มีคำพูดการกระทำอื่นแสดงความรู้สึกรักต่อกัน? หรือหลายคู่ก็คงเป็นแบบสงสัยว่าบอกไปอีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปไหม ก็ได้แต่ใบ้นิด ใบ้หน่อย

‘โอลิเวอร์’ บอกกับเอลิโอว่า เขาแสดงออกให้เอลิโอรู้ตั้งนานว่าเขาชอบตั้งแต่เขานวดไหล่ให้เอลิโอ ตั้งแต่ตอนเล่นวอลเลย์บอล ส่วน ‘เอลิโอ’ ก็แสดงให้โอลิเวอร์เห็นว่าเขาชอบโอลิเวอร์ ผ่านการเล่นดนตรีให้โอลิเวอร์ ผ่านการไปไหนมาไหนกับเขา และก็สายตา ท่าทาง การเคลื่อนไหวอีกมากมายที่ต้องการให้อีกฝ่ายรับรู้ จนวันที่เอลิโอสารภาพรักที่ไม่มีคำว่ารักต่อโอลิเวอร์

เอลิโอ: แต่เรื่องที่ผมควรรู้ ผมกลับไม่รู้

โอลิเวอร์: เรื่องอะไร

เอลิโอ: คุณก็รู้ว่าเรื่องอะไร… เพราะผมอยากให้คุณรู้

โอลิเวอร์: อยากให้คุณรู้

เอลิโอ: เพราะผมบอกใครไม่ได้นอกจากคุณ

โอลิเวอร์: ใช่อย่างที่ฉันคิดหรือเปล่าเนี่ย?

เอลิโอพยักหน้า

โอลิเวอร์: รออยู่ตรงนี้ อย่าพึ่งไปไหนนะ

เอลิโอ: คุณก็รู้ว่าผมไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว

เอลิโอ: ผมไม่น่าพูดไปเลย

โอลิเวอร์: งั้นถือว่าไม่ได้พูด

ฉากนี้หลายๆ คนคงยิ้มตาม 🙂

จนมาถึงการบอกรักกันและกันที่ตัวโอลิเวอร์อกแบบเอง โดยการเรียกชื่อแทนคำว่ารัก “Call me by your name and I’ll call you by mine.”

ทำไมต้องบอกรักอีกคนด้วยชื่อของกันและกัน?

คำตอบคือ: คนสองคนรักกันได้มากขนาดนั้น ก็เพราะว่าพวกเขาต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

ธีมของ Call Me By Your Name มีความคล้ายถึงตำนานกรีกโบราณ ที่ปรากฏในปรัชญาความรักของนักปราชญ์กรีกโบราณ ‘เพลโต’ ที่ว่า มนุษย์เรานั้นถูกสร้างมาด้วยแขนสี่แขนและขาสี่ข้าง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสองหน้า แต่ถูกเทพเจ้าซุสลงโทษให้เหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว หลังจากนั้นมนุษย์จะต้องตามหาเนื้อคู่ตัวตนอีกครึ่งหนึ่ง จึงจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อผู้ใดก็ตามพบอีกครึ่งหนึ่งที่หายไป ผู้นั้นจะได้พบรักที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ ความสนิทสนมใกล้ชิด และความรักในรูปแบบบริสุทธิ์ที่สุด

พวกเขาได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งกับค่ำคืนสุดท้าย คำสารภาพรักเพื่อบอกลาเกิดขึ้น

“เรียกฉันโดยชื่อนาย แล้วฉันจะเรียกนายด้วยชื่อฉัน” แล้วทั้งสองก็ต่างเรียกชื่อตัวเอง

เพื่อบอกว่า “ฉันเจอเนื้อคู่ของฉันแล้วและเราสองต่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” ??

อ้างอิง

  • VOX : http://bit.ly/2u5uM34
  • The New Yorker : http://bit.ly/2NCNZjQ
  • IMDB: https://imdb.to/30rmmiT
  • ภาพ: https://bit.ly/38g3Psi
  • #Human #Oliver #Elio
  • #CallMeByYourName
  • #Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
- Advertisement -

- Advertisement -
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
นักเขียนที่อยากเขียนให้คนรู้สึกและเข้าใจ ความหลากหลายของมนุษย์ ศิลปะ สังคม และ วัฒนธรรม ผู้เชื่อในความลื่นไหลของมนุษย์สุดหัวใจ ในเวลาว่างเป็นหมอดู
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer