การซ้อมทรมานและบังคับสูญหายต้องไม่เกิดซ้ำและไทยต้องเร่งออกกฎหมายเพื่อคุ้มครอง ชวนดูแคมเปญรณรงค์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าที่ของรัฐ #จับอย่างระวัง

- Advertisement -

“ต้องไม่มีผู้ใดถูกทรมานหรือได้รับการปฏิบัติหรือลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี”

นี่คือสิ่งที่เขียนไว้ใน ข้อ 5 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) ที่ได้รับการรับรองโดยสมัชชาสหประชาชาติในปี 2491

หลักข้อดังกล่าวได้ถูกนำมาขยายความในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment – CAT) ที่มุ่งคุ้มครองบุคคลจากการถูกทรมานหรือได้รับการปฏิบัติโดยมิชอบโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ ซึ่งมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ปี 2550

อนุสัญญา CAT กำหนดหน้าที่ของรัฐภาคีในการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทรมาน ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้การกระทำทรมานเป็นความผิดและมีบทกำหนดโทษที่เหมาะสมกับความร้ายแรงของการกระทำดังกล่าว

อนุสัญญาสำคัญอีกฉบับที่ประเทศไทยได้ลงนามประกาศเจตนารมณ์เข้าเป็นภาคี มาตั้งแต่ปี 2555 โดยที่ยังไม่ให้สัตยาบัน คือ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance : CPED) ซึ่งว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจาก “การบังคับบุคคลให้สูญหาย” หรือ “การอุ้มหาย” โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือกลุ่มบุคคล ซึ่งกระทำการโดยได้รับการอนุญาต การสนับสนุนหรือการยอมรับโดยปริยายของรัฐ

แต่การประกาศเจตนารมณ์ที่จะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CPED ของรัฐบาลไทยตั้งแต่ปี 2555 ยังไม่ถือว่ามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยโดยสมบูรณ์ เนื่องจากไทยยังไม่อาจอนุวัติการกฎหมายหรือออกกฎหมายลูกภายในประเทศให้สอดคล้องตามหลักการของอนุสัญญาที่คุ้มครองเรื่องการอุ้มหายได้

เช่นเดียวกับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CAT ที่ว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการถูกกระทำทรมาน ซึ่งแม้จะผ่านมาเป็นระยะเวลามากกว่าสิบปีแล้วนั้น ประเทศไทยเราก็ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกกระทำทรมาน

(ร่าง) พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. จึงเป็นกฎหมายสำคัญที่หลายฝ่ายต้องการให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภา

กันยายน 2564 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีข้อเสนอแนะร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. ไปยังประธานรัฐสภา โดย กสม.ได้เสนอหลักการสำคัญของกฎหมาย อาทิ ให้มีบทบัญญัติที่แสดงสิทธิเด็ดขาดอันไม่อาจถูกเพิกถอนได้ว่า บุคคลจะไม่ถูกกระทำทรมานหรือถูกกระทำให้สูญหายไม่ว่าสถานการณ์พิเศษใด ๆ และให้รวมถึงการกระทำหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และกำหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกควบคุมตัว เช่น สิทธิในการติดต่อกับญาติ สิทธิการมีทนายเข้าร่วมสอบปากคำหรือซักถาม รวมทั้งกำหนดให้มีการชดเชยเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจแก่ผู้ถูกกระทำทรมานหรือถูกทำให้สูญหายอย่างเต็มที่

เพราะการกระทำทรมาน หรือทำให้บุคคลสูญหายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะอ้างเหตุความมั่นคงของชาติ เพื่อการปราบปรามยาเสพติด เพื่อการคลี่คลายอาชญากรรมร้ายแรง หรือเพื่อการอื่นใดนั้น ไม่อาจทำได้ในทุกกรณี

นอกจากการร่วมผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำทรมานและบังคับให้สูญหายแล้ว สิ่งที่เราในฐานะประชาชนทำได้ คือช่วยกันพูดถึงเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นสำคัญในวงกว้าง เพื่อให้สังคมหันมาตระหนักร่วมกันว่าการถูกกระทำทรมานหรืออุ้มหายนั้นต้องไม่เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับใคร และกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องโปร่งใส่และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ในตอนนี้ ทางกสม.ก็ได้ปล่อยคลิปโปรโมทแคมเปญมาแล้ว เพื่อผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย ให้เกิดผลใช้บังคับได้จริง

สามารถดูคลิปวิดีโอได้ทางเฟซบุก: https://bit.ly/3KqXGwJ
และยูทูป: https://bit.ly/3MwFpQf

#จับอย่างระวัง
#หยุดการซ้อมทรมาน #ยุติการอุ้มหาย #พรบป้องกันการทรมานและอุ้มหาย
#NHRCT #คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ #กสม.
#HumanRights #EnforcedDisappearance

อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Amnesty: https://bit.ly/3K5P7Y3
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน